บทความสุขภาพ

ค้นหาบทความสุขภาพ และข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ตามโรคหรือหัวข้อ

ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) สัญญาณเตือนสโตรกที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว
ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) สัญญาณเตือนสโตรกที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว

ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) คืออะไร? TIA (Transient Ischemic Attack) หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว เกิดขึ้นเมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองบางส่วนลดลงหรือถูกขัดขวางชั่วคราว ทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัด อาการมักหายไปเองภายในไม่กี่นาที และส่วนใหญ่ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง โดยภาวะ TIA จะยังไม่ทำให้เกิดภาวะเนื้อสมองตาย (Cerebral Infarction) อาการของ TIA ที่ควรสังเกต  อาการมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยอาจพบเพียงอาการเดียวหรือหลายอาการร่วมกันตามหลัก BE FAST ได้แก่ TIA เกิดจากอะไร?  ภาวะนี้มักเกิดจากลิ่มเลือดหรือความผิดปกติของหลอดเลือดที่ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองได้ไม่สะดวก โดยสาเหตุที่พบได้ ได้แก่ ใครบ้างที่มีความเสี่ยง? ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบได้บ่อยขึ้นในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ดังต่อไปนี้ อย่างไรก็ตาม TIA ไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เท่านั้น เพราะบางรายอาจมีความผิดปกติของหัวใจหรือหลอดเลือดที่ยังไม่เคยตรวจพบ จึงไม่ควรมองข้ามอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แม้จะมีสุขภาพแข็งแรงหรือไม่มีโรคประจำตัวก็ตาม TIA กับ Stroke ต่างกันอย่างไร? TIA และโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) อาจทำให้เกิดอาการคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญที่ผลกระทบต่อเนื้อสมอง ความแตกต่าง TIA หลอดเลือดสมองขาดเลือด […]

โรคข้ออักเสบ
ปวดข้อซ้ำ ๆ อย่าชะล่าใจ! อาจเป็นสัญญาณโรคข้ออักเสบ 

โรคข้ออักเสบคืออะไร โรคข้ออักเสบ (Arthritis) เป็นกลุ่มโรคที่ทำให้เกิดอาการปวด บวม หรือข้อฝืด จนเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก อาจเกิดกับข้อเดียวหรือหลายข้อ และพบได้ในคนทุกวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุ สาเหตุมีตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในข้อ ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ การสะสมของผลึก ไปจนถึงการติดเชื้อ แพทย์จึงต้องประเมินสาเหตุก่อนเลือกแนวทางรักษา ข้ออักเสบแต่ละชนิดเกิดจากอะไร 1. ข้อเสื่อม ข้อเสื่อมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่ออื่น ๆ ภายในข้อ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักเกิน การบาดเจ็บเดิม และโครงสร้างข้อที่ผิดปกติ ลักษณะเด่นคือปวดมากขึ้นเมื่อใช้งาน เช่น เดินนานหรือขึ้นลงบันได และอาจดีขึ้นเมื่อพัก ส่วนข้อฝืดหลังตื่นนอนหรือนั่งนานมักเป็นช่วงสั้น โดยทั่วไปไม่เกิน 30 นาที พบได้บ่อยที่เข่า สะโพก และข้อนิ้วมือ 2. รูมาตอยด์ รูมาตอยด์เกิดจากภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้เยื่อบุข้ออักเสบเรื้อรัง หากควบคุมการอักเสบไม่ได้ อาจทำให้ข้อเสียหายหรือผิดรูป มักปวดและบวมหลายข้อ โดยเฉพาะข้อนิ้วมือ ข้อมือ และข้อเท้า อาจเกิดกับข้อทั้งสองข้าง เช่น ข้อมือซ้ายและขวา พร้อมมีข้อฝืดหลังตื่นนอนเป็นเวลานาน การเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายของข้อ 3. เกาต์ […]

โรคกระดูกพรุน
โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบที่ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้สูงอายุ

โรคกระดูกพรุนคืออะไร ทำไมจึงเป็น “ภัยเงียบ” โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ ภาวะที่มวลกระดูกและความแข็งแรงของกระดูกลดลง ส่งผลให้กระดูกเปราะและหักง่ายกว่าปกติ ตำแหน่งที่พบกระดูกหักได้บ่อย ได้แก่ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อมือ ภาวะนี้ถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะในระยะแรกมักไม่มีอาการ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่ทราบว่ากระดูกอ่อนแอลง จนกระทั่งเกิดกระดูกหักหรือกระดูกสันหลังยุบ หากเกิดกระดูกสะโพกหัก อาจส่งผลต่อการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน อีกทั้งผู้ที่เคยกระดูกหักจากแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยยังมีความเสี่ยงต่อการหักซ้ำ สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน โรคกระดูกพรุนเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างการสร้างและการสลายกระดูก ทำให้มวลกระดูกค่อย ๆ ลดลง โดยมีทั้งปัจจัยจากอายุและฮอร์โมน รวมถึงโรคประจำตัว การใช้ยา และพฤติกรรมการใช้ชีวิต อายุและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่ได้น้อยกว่าปริมาณกระดูกที่สลายไป ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนจะสูญเสียมวลกระดูกเร็วขึ้นจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ส่วนผู้ชายมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุและการลดลงของฮอร์โมนเพศเช่นกัน ผู้ที่หมดประจำเดือนก่อนวัยหรือได้รับการผ่าตัดรังไข่ทั้งสองข้างจึงอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป ปัจจัยที่ทำให้มวลกระดูกลดลง ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ ทำไมคนอายุน้อยจึงเป็นโรคกระดูกพรุนได้ แม้อายุยังน้อย แต่หากร่างกายสะสมมวลกระดูกในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นได้ไม่เพียงพอ ก็อาจมีมวลกระดูกต่ำเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ภาวะประจำเดือนขาดจากการออกกำลังกายหนักหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ โรคที่รบกวนการดูดซึมสารอาหาร และการใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง ล้วนทำให้มวลกระดูกลดลงได้ สำหรับผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือนและผู้ชายอายุน้อย การพบค่ามวลกระดูกต่ำเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัย แพทย์ต้องพิจารณาร่วมกับประวัติกระดูกหัก โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ภาวะฮอร์โมนและผลตรวจอื่น ๆ […]

กินยาคุมนาน ๆ เสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงไหม
กินยาคุมนาน ๆ เสี่ยงมะเร็งเต้านม?

กินยาคุมนาน ๆ อันตรายไหม เป็นคำถามที่หลายคนเริ่มสงสัยเมื่อใช้ยาคุมต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งเพื่อคุมกำเนิดและช่วยควบคุมอาการจาก PCOS หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ อีกเรื่องที่มักกังวลคือยาคุมเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงไหม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างยาคุมกับความเสี่ยงมะเร็งเต้านม เพื่อช่วยให้มองความเสี่ยงตามความเป็นจริงและรู้ว่าเมื่อไรควรปรึกษาแพทย์ ผลเสียของการกินยาคุมนาน ๆ มีอะไรบ้าง การใช้ยาคุมนานต่อเนื่องไม่ได้หมายความว่าจะเกิดผลเสียเสมอไป บางคนใช้แล้วรอบเดือนสม่ำเสมอขึ้น ปวดประจำเดือนน้อยลง หรือควบคุมอาการจาก PCOS และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้ดีขึ้น ส่วนอาการข้างเคียงที่อาจพบ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยา ได้แก่  อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน และหลายอาการมักดีขึ้นเมื่อใช้ยาไปสักระยะ หากยังรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์ว่ายาคุมชนิดที่ใช้อยู่ยังเหมาะหรือไม่ ทั้งนี้ ยาคุมชนิดที่มีเอสโตรเจนยังอาจเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีลิ่มเลือดอุดตันหรือมีภาวะเลือดแข็งตัวง่าย จึงควรแจ้งประวัติเหล่านี้ให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา  กินยาคุมนานหลายปี ต้องหยุดพักไหม ไม่จำเป็นต้องหยุดยาคุมเป็นช่วง ๆ เพื่อพักร่างกาย องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ยาคุมชนิดรับประทานสามารถใช้ต่อเนื่องได้หลายปี หากยังเหมาะกับสุขภาพของผู้ใช้ ในกรณีที่ใช้ยาคุมชนิดเดิมมานาน ก็ควรทบทวนความเหมาะสมเมื่อสุขภาพเปลี่ยนไป โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม หากตรวจพบความดันโลหิตสูงหรือมีโรคประจำตัวใหม่ ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ต่อ ส่วนผู้ที่ใช้ยาเพื่อควบคุมอาการจากโรคอื่น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา เพื่อวางแผนดูแลอาการต่อเนื่อง  ยาคุมเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงไหม  สาเหตุในการเกิดมะเร็งเต้านมปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง รวมถึงการได้รับฮอร์โมนเพศหญิงในระดับสูงหรือเป็นเวลานาน จึงเกิดคำถามตามมาว่า การกินยาคุม เสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงไหม […]

29 กันยายน วันหัวใจโลก เริ่มลดเสี่ยงโรคหัวใจจากเรื่องใกล้ตัว
29 กันยายน วันหัวใจโลก เริ่มลดเสี่ยงโรคหัวใจจากเรื่องใกล้ตัว

เพราะโรคหัวใจไม่ได้เกิดขึ้นภายในวันเดียว แต่ค่อย ๆ สะสมความเสี่ยงจากหลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต โรคประจำตัว อายุ และพันธุกรรม การรู้ว่าสาเหตุโรคหัวใจเกิดจากอะไร มีสาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง และปัจจัยไหนที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากเรื่องใกล้ตัว  29 กันยายน วันหัวใจโลก กับเหตุผลที่สุขภาพหัวใจไม่ควรถูกมองข้าม  วันหัวใจโลกตรงกับวันที่ 29 กันยายนของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เพราะโรคหัวใจและหลอดเลือดบางชนิดอาจไม่มีอาการในระยะแรกและเมื่อมีอาการ ร่างกายอาจไม่ได้แสดงออกแค่อาการเจ็บหน้าอกหรือเหนื่อยง่าย แต่อาจกระทบต่อการใช้ชีวิตและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจล้มเหลว การดูแลสุขภาพหัวใจจึงควรเริ่มตั้งแต่ยังไม่มีอาการ การรู้ปัจจัยเสี่ยงของตัวเองและตรวจประเมินหัวใจให้เหมาะกับแต่ละคน จะช่วยให้พบความผิดปกติหรือจัดการความเสี่ยงได้เร็วขึ้น ก่อนที่โรคจะดำเนินไปหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ต้นเหตุของโรคหัวใจไม่ได้อยู่แค่ที่หัวใจ  โรคหัวใจเกิดจากหลายสาเหตุและหลายรูปแบบ คำตอบไม่ได้มีเพียงเรื่องอาหารหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ยังอาจเกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือด ลิ้นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ และระบบไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ นอกจากนี้ สาเหตุโรคหัวใจบางอย่างยังเชื่อมโยงกับโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะเมื่อควบคุมได้ไม่ดีเป็นเวลานาน ซึ่งอาจค่อย ๆ ส่งผลต่อหัวใจโดยที่ยังไม่มีอาการชัดเจน  ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ มีอะไรบ้าง ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจของแต่ละคนส่วนใหญ่จะไม่เท่ากัน และไม่ได้มาจากปัจจัยเพียงข้อเดียว ยิ่งมีหลายปัจจัยร่วมกัน ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยสามารถแบ่งออกเป็น […]