บทความสุขภาพ

ค้นหาบทความสุขภาพ และข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ตามโรคหรือหัวข้อ

ปวดเข่า ห้ามกินอะไร? รวมอาหารที่ควรเลี่ยง
ปวดเข่า ห้ามกินอะไร? เปิดลิสต์อาหารต้องห้าม ยิ่งกินยิ่งปวด!

อาการปวดเข่าเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้การเดิน การลุก หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่สะดวกเหมือนเคย หลายคนอาจไม่ทราบว่าอาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวันมีผลโดยตรงต่อสุขภาพข้อเข่า การเลือกกินอาหารที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้ ในทางกลับกัน อาหารบางชนิดก็อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น ดังนั้นการเลือกกินอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดเข่าจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เข้าใจอาการปวดเข่า อาการปวดเข่า คือความรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายบริเวณข้อเข่า อาจเกิดขึ้นที่เข่าข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ ลักษณะอาการมีได้หลากหลายตั้งแต่รู้สึกตึง ๆ ขัด ๆ ไปจนถึงอาการปวดรุนแรงจนไม่สามารถยืดหรืองอเข่าได้เต็มที่ อาการปวดเข่าสามารถพบได้กับทุกเพศทุกวัย และหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะที่รุนแรงขึ้น เช่น ข้อเข่าเสื่อม หรือไขข้ออักเสบในระยะยาวได้ สาเหตุอาการปวดเข่าที่พบได้บ่อย ปวดเข่า ห้ามกินอะไรบ้าง? เช็กกลุ่มอาหารที่ควรเลี่ยง อาหารบางประเภทมีสารที่สามารถกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกายให้รุนแรงขึ้น หรือส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับข้อเข่าโดยตรง ดังนั้น การรู้ว่าปวดเข่า ห้ามกินอะไร จะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมอาการไม่ให้ลุกลาม แป้งขัดขาวและอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตแปรรูป ขนมปังขาว พาสต้า หรือธัญพืชที่ผ่านการขัดสีเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวที่ร่างกายย่อยและดูดซึมเป็นน้ำตาลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย รวมถึงบริเวณข้อต่อต่าง ๆ ได้ ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : ข้าวขาว พาสต้า ขนมปังแซนด์วิชขาว อาหารแปรรูปและฟาสต์ฟู้ด อาหารเหล่านี้มักมีไขมันทรานส์และสารปรุงแต่งสูง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย การบริโภคอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม […]

ปวดเข่าด้านใน เกิดจากอะไร รวมสาเหตุและวิธีรักษา
ปวดเข่าด้านใน เดินลำบาก เกิดจากอะไร อาการแบบไหนต้องพบแพทย์

อาการปวดเข่าด้านในเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อย ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดิน การลุกนั่ง ไปจนถึงการขึ้นลงบันได ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบริเวณด้านในของข้อเข่าอาจมีลักษณะแตกต่างกันไป ตั้งแต่ปวดตื้อ ๆ ไปจนถึงปวดแปลบ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการบวม ตึง หรือรู้สึกไม่มั่นคงขณะเดิน การทราบถึงสาเหตุของอาการปวดจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ อาการปวดเข่าด้านในเป็นแบบไหน อาการปวดเข่าด้านในสามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของการบาดเจ็บ โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยมักจะรู้สึกปวดหรือผิดปกติบริเวณด้านในข้อเข่า ซึ่งอาการอาจเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ หรือเกิดขึ้นทันทีหลังจากการบาดเจ็บ อาการที่พบบ่อยมีดังนี้ สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวเข่าด้านใน อาการปวดเข่าด้านในสามารถเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ดังนี้ ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกภายในข้อเข่าเกิดการสึกกร่อน โดยเฉพาะบริเวณเข่าด้านในที่มักจะได้รับผลกระทบก่อนส่วนอื่น พบในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรือผู้ที่มีประวัติการบาดเจ็บที่เข่ามาก่อน ทำให้เกิดอาการปวดเข่าด้านในเวลาเคลื่อนไหว มีอาการบวม และอาจรู้สึกข้อเข่าติดขัด โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน การบาดเจ็บเอ็นประกับด้านใน (Medial Collateral Ligament Injury) เอ็นประกับด้านใน หรือ Medial Collateral Ligament (MCL) เป็นเส้นเอ็นที่ช่วยยึดข้อเข่าระหว่างกระดูกขาท่อนบน (Femur) และกระดูกขาท่อนล่าง หรือกระดูกหน้าแข้ง (Tibia) […]

ตรวจหัวใจแล้วปกติจริงหรือ? การตรวจผ่านหลอดอาหารอาจเผยความผิดปกติที่ซ่อนอยู่
ตรวจหัวใจแล้วปกติจริงหรือ? การตรวจผ่านหลอดอาหารอาจเผยความผิดปกติที่ซ่อนอยู่

การตรวจ TEE หัวใจ คืออะไร? เมื่อการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงทั่วไป (Transthoracic Echocardiography: TTE หรือ Echo) อาจไม่ชัดเจนพอในผู้ป่วยบางราย แล้วแพทย์ต้องการภาพหัวใจที่ชัดเจนมากขึ้นหรืออาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างหัวใจบางตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงผ่านหลอดอาหาร หรือ Transesophageal Echocardiography (TEE) จึงเป็นอีกหนึ่งในแนวทางที่แพทย์อาจพิจารณาตรวจร่วมด้วย แล้ว Transesophageal Echocardiogram แตกต่างกับ Transthoracic Echocardiography อย่างไร ที่นี่มีคำตอบ การตรวจ TEE หัวใจคืออะไร? การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านหลอดอาหาร หรือ Transesophageal Echocardiogram โดยใช้หัวตรวจอัลตราซาวนด์ชนิดพิเศษสอดผ่านทางปากเข้าสู่หลอดอาหาร เนื่องจากหลอดอาหารอยู่ใกล้หัวใจมากกว่าการตรวจผ่านผนังทรวงอก การตรวจ TEE ช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดหัวใจบางตำแหน่งได้ชัดเจนขึ้น เช่น การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงผ่านหลอดอาหารในการสร้างภาพหัวใจแบบเคลื่อนไหว ไม่ใช้รังสีจึงไม่ก่อให้เกิดรังสี และช่วยให้แพทย์ประเมินทั้งโครงสร้างและการทำงานของหัวใจได้อย่างละเอียด ตรวจ TEE หัวใจกับ Echo ต่างกันอย่างไร  แม้ว่าการตรวจหัวใจแบบ TEE และ Echo จะเป็นการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเหมือนกัน แต่มีวิธีการตรวจและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยแพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะกับอาการและข้อมูลที่ต้องการประเมินของผู้ป่วย หัวข้อเปรียบเทียบ […]

เด็กท้องผูก
เด็กท้องผูก บ่อย แค่ถ่ายยากหรือมีภาวะที่พ่อแม่ต้องระวัง?

เด็กท้องผูก คืออะไร? เด็กท้องผูก หรือภาวะท้องผูกในเด็ก หมายถึง ภาวะที่เด็กมีปัญหาในการขับถ่าย เช่น ถ่ายน้อยกว่าปกติ ถ่ายลำบาก ต้องเบ่งนาน หรือเจ็บขณะถ่าย โดยทั่วไปอาจพิจารณาว่าเข้าข่ายท้องผูกเมื่อเด็กถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ร่วมกับมีอุจจาระแข็ง แห้ง เป็นก้อนเล็ก หรือคล้ายกระสุน บางรายอาจมีเลือดปนเล็กน้อยจากแผลรอบทวารหนัก หรือ Anal Fissure ซึ่งมักเกิดจากการเบ่งถ่ายอุจจาระที่แข็งมาก เด็กไม่ถ่ายกี่วันถึงเรียกว่าท้องผูก? เด็กบางคนอาจไม่ได้ถ่ายทุกวัน แต่ไม่ได้แปลว่าท้องผูกเสมอไป สิ่งสำคัญคือควรดูร่วมกับลักษณะอุจจาระและอาการขณะถ่าย โดยทั่วไป หากเด็กไม่ถ่ายหลายวัน แต่เมื่อถ่ายแล้วอุจจาระยังนิ่ม ถ่ายออกได้เอง และไม่มีอาการเจ็บ อาจยังไม่ถือว่าผิดปกติ แต่หากถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ร่วมกับอุจจาระแข็ง เบ่งนาน เจ็บขณะถ่าย หรือมีพฤติกรรมกลั้นอุจจาระ อาจเข้าข่ายภาวะเด็กท้องผูก ในทารกที่กินนมแม่ บางรายอาจถ่ายน้อยลงได้โดยไม่ผิดปกติ หากอุจจาระยังนิ่ม กินนมได้ดี และไม่มีอาการไม่สบาย แต่หากทารกไม่ถ่ายหลายวัน ร้องกวน ท้องอืด อาเจียน หรือซึมลง ควรปรึกษาแพทย์ สาเหตุของภาวะท้องผูกในเด็ก 1. พฤติกรรมการกลั้นอุจจาระ […]

วัคซีน-HPV
วัคซีน-HPV ป้องกันอะไรได้บ้าง? ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนฉีด

เชื้อ HPV คืออะไร? HPV (Human Papillomavirus) เป็นกลุ่มไวรัสที่มีหลายชนิด สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุที่มีเชื้อ โดยพบบ่อยจากการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ ไวรัสชนิดนี้อาจเป็นสาเหตุของโรคได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่โรคหูดหงอนไก่ ไปจนถึงมะเร็งบางประเภท โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก การติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ และอาจหายได้เอง แต่หากเชื้อคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน อาจทำให้เซลล์เกิดความผิดปกติ และมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งได้ในอนาคต HPV กลุ่มความเสี่ยงต่ำและความเสี่ยงสูงแตกต่างกันอย่างไร? HPV สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มความเสี่ยงต่ำ และกลุ่มความเสี่ยงสูง กลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Low-risk HPV) มักไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหูดหงอนไก่ โดยเฉพาะ HPV 6 และ HPV 11 กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-risk HPV) มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก ซึ่ง HPV 16 และ HPV 18 เป็นชนิดที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคนี้ เชื้อ HPV เสี่ยงมะเร็งอะไรได้บ้าง? การติดเชื้อ HPV […]

หลอดเลือดสมอง
Stroke อาจเกิดขึ้นโดยไม่เตือน ตรวจ หลอดเลือดสมอง ก่อนเสี่ยงอัมพาต 

โรคหลอดเลือดสมอง อาจเกิดขึ้นได้แม้ยังไม่มีอาการเตือนชัดเจน การตรวจ หลอดเลือดสมอง ด้วย Carotid Doppler Ultrasonographyและ TCD ช่วยประเมินการไหลเวียนของเลือดบริเวณหลอดเลือดที่แดงใหญ่ที่คอและหลอดเลือดแดงภายในสมอง ทำให้แพทย์เห็นความผิดปกติที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง และวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โรคหลอดเลือดสมอง ภัยเงียบที่อาจไม่แสดงอาการ โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะที่อาจดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ผู้ที่มีคราบไขมัน (plaque) สะสมในหลอดเลือดอาจยังรู้สึกเป็นปกติในชีวิตประจำวัน แต่ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่นั้นสูงมาก เพราะคราบไขมันดังกล่าวสามารถเพิ่มขนาดจนขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง หรืออาจหลุดออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง ส่งผลให้เกิดโรคอัมพฤกษ์และอัมพาตได้ การตรวจค้นหาและวางแผนดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง Carotid Doppler Ultrasonography และ Transcranial Doppler Ultrasonography  คืออะไร? การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดที่คอและในสมองเป็นการประเมินการไหลเวียนของเลือดในระบบหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับสมอง โดยมักประกอบด้วยการตรวจ 2 ส่วน ได้แก่ Carotid Doppler Ultrasonography และ Transcranial Doppler Ultrasonography Carotid Doppler Ultrasonography ตรวจอะไรได้บ้าง? Carotid Doppler […]

รองช้ำ
เจ็บส้นเท้าก้าวแรกหลังตื่นนอน อาจเป็นสัญญาณของโรครองช้ำ 

รองช้ำ (Plantar Fasciitis) เป็นภาวะอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้าที่เชื่อมระหว่างกระดูกส้นเท้ากับบริเวณหน้าเท้า ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณส้นเท้าหรือฝ่าเท้า โดยเฉพาะช่วงก้าวแรกหลังตื่นนอนหรือหลังนั่งพักเป็นเวลานาน ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ที่ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก นักกีฬา รวมถึงผู้ที่มีโครงสร้างเท้าผิดปกติ การวินิจฉัยที่ถูกต้องและการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีส่วนช่วยลดอาการปวดและลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ อาการของโรครองช้ำ อาการของโรครองช้ำมักสัมพันธ์กับการลงน้ำหนักที่ส้นเท้า โดยเฉพาะหลังพักเท้าเป็นเวลานาน ผู้ป่วยจึงมักรู้สึกปวดชัดในช่วงเริ่มเดินก้าวแรกๆ โดยเฉพาะช่วงหลังตื่นนอน พอเดินมากขึ้นอาการปวดจะเบาลงและอาการอาจเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานเท้าในแต่ละวัน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ หากอาการปวดส้นเท้าเป็นต่อเนื่อง หรือเริ่มรบกวนการเดิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินสาเหตุอย่างเหมาะสม สาเหตุของโรครองช้ำ โรครองช้ำมักเกิดจากพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้รับแรงกดหรือใช้งานหนักเป็นเวลานาน จนเกิดการระคายเคืองและอักเสบ โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ปัจจัยจากการใช้งานเท้า และปัจจัยจากโครงสร้างร่างกาย ปัจจัยจากการใช้งานเท้า พฤติกรรมหรือกิจกรรมที่ทำให้ส้นเท้ารับแรงกระแทกมากกว่าปกติ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรครองช้ำ เช่น ปัจจัยจากโครงสร้างร่างกาย ภาวะบางอย่างของร่างกายหรือโครงสร้างเท้า อาจทำให้แรงกดบริเวณฝ่าเท้ากระจายไม่สมดุล และเพิ่มภาระต่อพังผืดใต้ฝ่าเท้า เช่น การวินิจฉัยโรครองช้ำ แพทย์จะวินิจฉัยโรครองช้ำจากประวัติอาการและการตรวจร่างกาย โดยสังเกตตำแหน่งของจุดกดเจ็บบริเวณส้นเท้า ในบางกรณีอาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมเช่น MRIและ เอกซเรย์ เพื่อประเมินโครงสร้างกระดูกและแยกแยะสาเหตุอื่น เช่น หินปูนเกาะบริเวณส้นเท้า หรือการบาดเจ็บของกระดูก แนวทางการรักษาโรครองช้ำ การรักษาเบื้องต้นด้วยตนเองสำหรับผู้ที่มีอาการในระยะแรก สามารถดูแลตนเองได้ดังนี้ […]