อย่าเผลอตบ! โดนแมลงก้นกระดกต้องทำ 6 สิ่งนี้ทันที

บทความสุขภาพ
อย่าเผลอตบ! โดนแมลงก้นกระดกต้องทำ 6 สิ่งนี้ทันที

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • แมลงก้นกระดก ไม่ได้กัดหรือต่อยคน แต่อาการทางผิวหนังเกิดจากสารพิษที่มีฤทธิ์คล้ายกรด อยู่บริเวณก้นของแมลงสัมผัสผิวหนังเวลาแมลงมาตอม เรานึกว่าเป็นยุงหรือมด แล้วเราตบหรือบี้
  • อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ผื่นแดง แสบร้อน ตุ่มน้ำใส และแผลพุพองคล้ายรอยไหม้
  • หากเผลอบี้หรือสัมผัสตัวแมลงบนผิวหนัง ควรรีบล้างบริเวณดังกล่าวด้วยน้ำสะอาดและสบู่โดยเร็วที่สุด 
  • ไม่ควรขยี้ หรือแกะตุ่มน้ำ เพราะอาจทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • หากผื่นลุกลาม มีหนอง มีไข้ หรือมีอาการระคายเคืองบริเวณดวงตาหลังสัมผัสแมลง  ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

โดนแมลงก้นกระดกเป็นแผลพุพอง ทำไงดี? ถ้าคุณกำลังเจอปัญหานี้ กฎข้อแรกที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ “ห้ามแกะตุ่มน้ำหรือสะเก็ดเด็ดขาด” เพราะจะทำให้พิษแมลงกระจายตัวจนแผลขยายใหญ่กว่าเดิม รอยไหม้จากแมลงไม่ใช่ผื่นภูมิแพ้ทั่วไป ต้องดูแลอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อไม่ให้ทิ้งรอยแผลเป็นฝังลึก รวม 5 วิธีรักษาแผลแมลงก้นกระดกเบื้องต้นก่อนแผลลุกลาม

แมลงก้นกระดก คืออะไร?

แมลงก้นกระดก หรือที่บางคนเรียกว่า “ด้วงก้นกระดก” เป็นแมลงปีกขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายมด ลำตัวยาว สีดำสลับส้มที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน โดยทั่วไป แมลงก้นกระดกจะมีพฤติกรรมชอบบินเข้าหาแสงไฟในเวลากลางคืน ทำให้ก้นกระดกจะไปบินในตามบ้านพัก อาคารสูง หรือคอนโดมิเนียม และในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ทุ่งนา สวน หรือพื้นที่เกษตรกรรม 

สำหรับคนที่เคยมีแผลจากแมลงก้นกระดกส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าแมลงชนิดนี้กัดหรือต่อย แต่จริง ๆ แล้ว อาการทางผิวหนังเกิดจากสารพีเดอริน (Pederin) ซึ่งอยู่ในที่ก้นแมลง เมื่อโดนบี้ บด หรือกดทับบนผิวหนัง สารนี้จะสัมผัสผิวโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบตามมา โดยผื่นมักเริ่มจากรอยแดงหรืออาการแสบร้อนบริเวณที่สัมผัสแมลง ก่อนจะเกิดตุ่มน้ำใสหรือแผลพุพองในเวลาต่อมา โดยเฉพาะหากเผลอบี้หรือขยี้แมลงบนผิวหนัง อาการอาจรุนแรงขึ้นและลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียงได้ 

5 ลักษณะแผลรอยไหม้จากแมลงแบบไหนใช่พิษแมลงก้นกระดก

ถ้าโดนแมลงก้นกระดก อาการจากพิษจะไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่อาจจะเริ่มมีภายใน 12–48 ชั่วโมงหลังสัมผัส โดยความรุนแรงของแผลแมลงกระดกขึ้นอยู่กับบริเวณที่สัมผัส ปริมาณสารพีเดอรินที่สัมผัสผิวหนัง และการดูแลตนเองหลังสัมผัสแมลง

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ผื่นแดงหรือรอยแดงเป็นแนวยาว มักเกิดบริเวณที่ผิวหนังสัมผัสสารจากตัวแมลงโดยตรง และอาจมีขอบเขตชัดเจนเป็นทางยาวหรือเป็นเส้น ซึ่งเกิดจากการบี้ หรือตบแล้วลาก
  • แสบร้อนหรือปวดแสบปวดร้อน เป็นอาการเด่นที่พบได้บ่อย โดยมักรู้สึกแสบร้อนมากกว่าความรู้สึกแสบทั่วไป
  • ตุ่มน้ำใสหรือผิวหนังพอง อาจเกิดขึ้นภายหลังจากผื่นแดง โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการอักเสบของผิวหนังมาก
  • แผลพุพองคล้ายรอยไหม้ พบได้ในบางรายที่มีการอักเสบมาก โดยผื่นจากแมลงก้นกระดกอาจพัฒนาเป็นแผลพุพองได้ และอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเกิดจากการถูกน้ำร้อนลวกหรือสัมผัสสารเคมี
  • รอยดำหลังผื่นหาย อาจพบได้หลังการอักเสบของผิวหนังดีขึ้น โดยรอยดำมักค่อย ๆ จางลงตามเวลา

แผลรอยไหม้จากแมลงแบบไหนที่ควรพบแพทย์?

ในกรณีที่แผลจากแมลงก้นกระดกภายใน 24–48 ชั่วโมง หรือไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจดูอาการและรับการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ผื่นลุกลามเป็นบริเวณกว้าง
  • ปวดแสบปวดร้อนมาก
  • มีตุ่มน้ำหลายจุด แผลเปิด หรือมีหนอง
  • สงสัยว่ามีการติดเชื้อ
  • มีไข้ร่วมด้วย
  • ผื่นเกิดบริเวณใบหน้า
  • ผื่นอยู่ใกล้ดวงตา หรือมีอาการระคายเคืองตา

6 วิธีปฐมพยาบาลแผลแมลงก้นกระดก ก่อนลุกลาม

การรักษาแผลแมลงก้นกระดกให้ถูกต้องตั้งแต่ช่วงแรก อาจช่วยลดการระคายเคือง ลดโอกาสที่ผื่นจะลุกลาม และช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนก่อนเข้าพบแพทย์ได้ โดยควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ 

1. รีบล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่

การล้างผิวหนังทันทีช่วยลดปริมาณสารพิษที่ตกค้างและอาจช่วยลดความรุนแรงของการอักเสบได้

2. ประคบเย็นเพื่อลดอาการแสบร้อน

ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็น หรือห่อน้ำแข็งด้วยผ้าบาง ๆ แล้วประคบบริเวณที่มีอาการครั้งละประมาณ 10–15 นาที สามารถทำซ้ำได้ทุก 2–3 ชั่วโมง ตามความเหมาะสม การประคบเย็นช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน ลดอาการบวม และช่วยให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้นในระยะแรก

ไม่ควรวางน้ำแข็งลงบนผิวหนังโดยตรง เพราะอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรือเกิดการบาดเจ็บจากความเย็นได้

3.  หลีกเลี่ยงการขยี้หรือเกา

การขยี้ผิวหนังอาจทำให้พิษแมลงก้นกระดกกระจายไปยังบริเวณอื่น และทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้น

4. ดูแลแผลให้สะอาด

หากเริ่มมีตุ่มน้ำใสหรือแผลพุพอง ควรดูแลแผลแมลงก้นกระดกให้สะอาด โดยล้างบริเวณดังกล่าวด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน ๆ วันละ 1–2 ครั้ง จากนั้นซับผิวให้แห้งด้วยผ้าสะอาด โดยหลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ ถ้าเป็นแผลเปิดหรือผิวหนังถลอก อาจใช้น้ำเกลือสำหรับล้างแผลแทนน้ำสะอาดได้ แต่ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ หรือสารระคายเคืองทาบริเวณแผลโดยไม่ปรึกษาแพทย์

5. ไม่ควรซื้อยามาทาเอง หากอาการเริ่มรุนแรง

หากผื่นแดงมาก แสบร้อนมาก มีตุ่มน้ำหลายจุด แผลเริ่มมีหนอง หรือสงสัยว่าติดเชื้อ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการและรับยาที่เหมาะสม ไม่ควรซื้อยาทาเองหรือใช้ยาสเตียรอยด์โดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้อาการบางชนิดรุนแรงขึ้นหรือรักษาไม่ตรงสาเหตุ

6. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ผิวระคายเคือง

ไม่ควรทายาหม่อง ยาดม แอลกอฮอล์ ยาสีฟัน หรือสมุนไพรต่าง ๆ ลงบนผื่นหรือแผล เพราะอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองมากขึ้น แผลอักเสบกว่าเดิม หายช้าลง และหากผิวหนังถลอกหรือมีตุ่มน้ำแตก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทรกซ้อนได้

ในกรณีที่เผลอใช้มือที่สัมผัสตัวแมลงแล้วไปขยี้ตา อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของเยื่อบุตาได้ ซึ่งเป็นบริเวณที่บอบบางกว่าผิวหนังทั่วไป ควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที โดยให้น้ำไหลผ่านดวงตาอย่างต่อเนื่องประมาณ 10–15 นาที และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา เพราะอาจทำให้การระคายเคืองรุนแรงขึ้น หลังล้างตาแล้ว ถ้ายังมีอาการแสบตา ตาแดงมาก หนังตาบวม มองเห็นไม่ชัด หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจดูอาการและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

วิธีป้องกันแมลงก้นกระดก

การป้องกันควรเน้นลดโอกาสที่แมลงจะเข้ามาในบ้านหรือสัมผัสผิวหนังโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่พบแมลงได้บ่อย

  • หลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสแมลงที่สงสัยว่าเป็นแมลงก้นกระดก : แมลงชนิดนี้มีลักษณะคล้ายมด ลำตัวเรียวยาว สีดำสลับสีส้มหรือแดงส้ม ยาวประมาณ 5–10 มิลลิเมตร หากไม่แน่ใจ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสด้วยมือเปล่า 
  • ปิดมุ้งลวด ประตู และหน้าต่างในช่วงกลางคืน  : ช่วยลดโอกาสที่แมลงจะบินเข้ามาในบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่เปิดไฟไว้
  • หลีกเลี่ยงการเปิดไฟสว่างจ้าใกล้หน้าต่างหรือประตูที่เปิดอยู่ : แมลงมักบินเข้าหาแสงไฟ การลดแสงบริเวณทางเข้าอาจช่วยลดการดึงดูดแมลงได้
  • สะบัดเสื้อผ้า ผ้าขนหนู หรือเครื่องนอนที่ตากไว้นอกบ้านก่อนใช้งาน : เพราะแมลงอาจเกาะอยู่ตามผ้าหรือสิ่งของโดยไม่ทันสังเกต
  • ตรวจสอบหมอน ผ้าห่ม และที่นอนก่อนเข้านอน  : ช่วยลดโอกาสที่ผิวหนังจะสัมผัสแมลงโดยไม่รู้ตัวขณะนอนหลับ
  • หากพบแมลงบนร่างกาย ให้เป่าหรือปัดออกเบา ๆ โดยไม่บี้ตัวแมลง : การบี้แมลงบนผิวหนังอาจทำให้สารพีเดอรินสัมผัสผิวและเกิดผื่นอักเสบตามมา

ผื่นจากแมลงก้นกระดกแตกต่างจากโรคผิวหนังอื่นอย่างไร?

ผื่นจากพิษแมลงก้นกระดกอาจมีลักษณะคล้ายโรคผิวหนังบางชนิด เช่น เริม หรืองูสวัด โดยเฉพาะในช่วงที่มีตุ่มน้ำใสหรือแผลพุพอง ทำให้บางคนเข้าใจผิดและดูแลตนเองไม่ถูกวิธี

ตารางเปรียบเทียบลักษณะผื่น: แมลงก้นกระดก vs เริม vs งูสวัด

ตารางเปรียบเทียบลักษณะผื่น แมลงก้นกระดก vs เริม vs งูสวัด

โดยทั่วไป ผื่นจากแมลงก้นกระดกจะมีลักษณะเป็นรอยแดงเป็นทางยาวหรือเป็นเส้น ซึ่งเกิดจากมือไปปัดแล้วลากยาว มีอาการแสบร้อนชัดเจน และมักเกิดบริเวณที่ผิวสัมผัสกับสารพีเดอรินจากตัวแมลงโดยตรง ในขณะที่เริมมักเป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็กเป็นกลุ่ม และงูสวัดมักมีตุ่มน้ำเรียงตามแนวเส้นประสาท ร่วมกับอาการปวดแสบปวดร้อน

ทั้งนี้ การแยกโรคจากลักษณะผื่นเพียงอย่างเดียวอาจไม่แม่นยำเสมอไป หากผื่นลุกลาม ปวดมาก มีหนอง มีไข้ หรือไม่แน่ใจว่าเป็นผื่นที่เกิดจากแมลงหรือโรคผิวหนังชนิดอื่น ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจดูอาการและรับการรักษาที่เหมาะสม 

ทำไมแผลแมลงกระดกถึงลุกลามหรือหายช้า? 

แพทย์หญิงภาวดี ศึกษากิจ แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า แผลจากแมลงชนิดนี้ไม่ได้รุนแรงจากตัวแมลงเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังสัมผัสด้วย โดยเฉพาะการขยี้ซ้ำ การแกะตุ่มน้ำ หรือการทาผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังอักเสบมากขึ้นและเพิ่มโอกาสเกิดการติดเชื้อ

ดังนั้น หากมีแผลพุพองหลายจุด ปวดแสบปวดร้อนมาก มีหนอง หรือผื่นอยู่ใกล้ดวงตา ควรพบแพทย์เพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับความรุนแรงของอาการ ไม่ควรใช้ยาทาหรือยารับประทานเองโดยไม่ทราบสาเหตุของผื่น

แมลงก้นกระดกเป็นแมลงที่สามารถก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนังจากสารพิษที่อยู่ที่ก้นแมลง อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ ผื่นแดง แสบร้อน ตุ่มน้ำใส และแผลพุพอง การปฐมพยาบาลที่สำคัญคือรีบล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หลีกเลี่ยงการลูบหรือขยี้ และพบแพทย์หากมีอาการรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแมลงก้นกระดก

เมื่อโดยพิษแมลงก้นกระดก จะมีอาการอย่างไรบ้าง?เมื่อโดยพิษแมลงก้นกระดก จะมีอาการอย่างไรบ้าง?

อาการมักเริ่มภายใน 12–48 ชั่วโมงหลังสัมผัส โดยอาจพบผื่นแดงเป็นแนวยาว แสบร้อน ปวดแสบปวดร้อน ตุ่มน้ำใส หรือแผลพุพองคล้ายรอยไหม้ บางรายอาจมีรอยดำหลงเหลือหลังผื่นหาย

โดนแมลงก้นกระดกแล้ว ควรรักษาอย่างไร?

ควรรีบล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน ๆ หลีกเลี่ยงการลูบหรือขยี้ ประคบเย็น เพื่อลดอาการแสบร้อน และพบแพทย์หากผื่นลุกลาม มีหนอง หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน

แมลงหางกระดกกัดคนไหม?

ไม่กัดและไม่ต่อย อาการเกิดจากสารพีเดอริน (Pederin) จากก้นแมลง เมื่อแมลงถูกบี้หรือกดทับบนผิวหนัง สารนี้จะสัมผัสผิวและทำให้เกิดการอักเสบ

แผลจากแมลงหางกระดกกี่วันหาย?

โดยทั่วไปผื่นหรือแผลมักดีขึ้นภายใน 7–10 วัน หากไม่มีการติดเชื้อแทรกซ้อน แต่รอยดำหลังผื่นหายอาจใช้เวลาค่อย ๆ จางลงแตกต่างกันในแต่ละคน

ป้องกันไม่ให้สัมผัสแมลงได้อย่างไร?

Medically Reviewed by

พญ. ภาวดี ศึกษากิจ
พญ. ภาวดี ศึกษากิจ

ตจวิทยา (ผิวหนัง)

ตจวิทยา (ผิวหนัง) ทั่วไป

Readers’ Rating

0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)