เช็กอาการ โนโรไวรัส ในเด็กก่อนเสี่ยงขาดน้ำรุนแรง
โนโรไวรัสในเด็กคืออะไร โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นหนึ่งในเชื้อที่ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเฉียบพลันในเด็ก ซึ่งเชื้อชนิดนี้ก่อให้เกิดโรคได้แม้ได้รับในปริมาณเล็กน้อยและแพร่กระจายได้รวดเร็ว การระบาดจึงมักพบในสถานที่ที่เด็กอยู่รวมกัน เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานรับเลี้ยงเด็ก และอาจแพร่ต่อไปยังสมาชิกในครอบครัวได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี จะได้รับเชื้อง่ายที่สุด เชื้อโนโรไวรัสติดต่อได้อย่างไร เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางปากและแพร่กระจายผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ เด็กเล็กมีโอกาสรับและส่งต่อเชื้อได้ง่าย เนื่องจากมักนำมือหรือสิ่งของเข้าปาก และยังดูแลสุขอนามัยของตนเองได้ไม่สม่ำเสมอ อาการโนโรไวรัสในเด็กที่ผู้ปกครองควรสังเกตและเฝ้าระวัง หลังได้รับเชื้อประมาณ 12–48 ชั่วโมง เด็กมักเริ่มมีอาการอย่างฉับพลัน ได้แก่ เด็กเล็กอาจยังบอกอาการคลื่นไส้หรือปวดท้องไม่ได้ ผู้ปกครองจึงควรสังเกตพฤติกรรมร่วมด้วย เช่น ร้องกวน ไม่ยอมกินนม กุมท้อง นอนซม หรือไม่สนใจเล่น โนโรไวรัสแตกต่างจากอาหารเป็นพิษอย่างไร อาหารเป็นพิษเป็นคำเรียกรวมของอาการเจ็บป่วยจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน ซึ่งอาจเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย สารพิษจากเชื้อโรค หรือสาเหตุอื่น ดังนั้น การติดเชื้อโนโรไวรัสจึงอาจจัดเป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำได้ หากได้รับเชื้อผ่านอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน อาการจากแต่ละสาเหตุอาจคล้ายกันจนไม่สามารถแยกได้อย่างแน่นอนจากอาการเพียงอย่างเดียว หากเด็กมีไข้สูง ถ่ายเป็นมูกเลือด ปวดท้องรุนแรง ซึมลง หรือมีภาวะขาดน้ำ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินและวินิจฉัยเพิ่มเติม ภาวะขาดน้ำในเด็ก สัญญาณสำคัญที่ต้องสังเกต การอาเจียนและถ่ายเหลวทำให้เด็กสูญเสียน้ำและเกลือแร่ […]