ผ่าตัด ไส้เลื่อน ต่างกันแค่ไหนระหว่าง “แบบเดิม” กับ “หุ่นยนต์ดาวินชี”?

บทความสุขภาพ
ผ่าตัด ไส้เลื่อน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

อาการคลำได้ก้อนนูนบริเวณหน้าท้อง ขาหนีบ หรือสะดือ เป็นอาการที่เข้าข่ายโรคไส้เลื่อน ซึ่งสามารถเกิดได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง และพบได้ในหลายช่วงวัย จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยไส้เลื่อนของ นายแพทยธนภูมิ ลิ้มตระกูล ศัลยแพทย์โรคตับและทางเดินน้ำดีชำนาญการด้านการผ่าตัดส่องกล้องด้วยหุ่นยนต์ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่าหลายรายมักมาพบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการปวด หรือก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว โดยผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักเข้าใจว่าเป็นเพียงก้อนไขมันหรืออาการทั่วไป ทำให้การรักษาล่าช้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ขาดเลือด (Strangulated Hernia) นอกจากนี้ ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมักกังวลเรื่องแผล ผ่าตัด ไส้เลื่อน และระยะเวลาพักฟื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา

ไส้เลื่อน คืออะไร

ไส้เลื่อน (Hernia) คือภาวะที่ลำไส้เคลื่อนตัวออกมาจากตำแหน่งเดิม และทำให้เห็นเป็นลักษณะคล้ายก้อนตุง ซึ่งเกิดจากความอ่อนแอของผนังช่องท้องที่มีมาแต่กำเนิด หรือเกิดภายหลังเช่น จากการผ่าตัด ภาวะแรงดันที่มากผิดปกติภายในช่องท้อง เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ อาทิ การเบ่งจากภาวะท้องผูก การไอหรือจาม การยกของหนัก

ประเภทของโรคไส้เลื่อน

โรคไส้เลื่อนสามารถแบ่งได้หลายประเภท ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิด

ไส้เลื่อนขาหนีบ (Inguinal Hernia)

เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในผู้ชาย เกิดบริเวณขาหนีบเนื่องจากผนังกล้ามเนื้อบริเวณนี้มีความอ่อนแอ

ไส้เลื่อนสะดือ (Umbilical Hernia)

เกิดบริเวณสะดือ พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือหญิงตั้งครรภ์

ไส้เลื่อนแผลผ่าตัด (Incisional Hernia)

เกิดบริเวณแผลผ่าตัดเดิม เนื่องจากผนังหน้าท้องบริเวณนั้นยังไม่แข็งแรง

ไส้เลื่อนต้นขา (Femoral Hernia)

พบได้น้อยกว่า มักเกิดในผู้หญิง โดยเกิดบริเวณต้นขาด้านบน

อาการของโรคไส้เลื่อน

อาการของไส้เลื่อนอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • มีก้อนนูนบริเวณขาหนีบ หน้าท้อง หรือสะดือ
  • ก้อนนูนเห็นชัดเมื่อยืน ไอ หรือออกแรง
  • รู้สึกตึงหรือปวดบริเวณก้อน
  • รู้สึกหนักบริเวณขาหนีบ
  • ในบางรายอาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียน

หากก้อนนูนไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ หรือมีอาการปวดรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นภาวะลำไส้ติดคาหรือลำไส้ขาดเลือด

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคไส้เลื่อน

โรคไส้เลื่อนเกิดจากความอ่อนแอของผนังกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมกับแรงดันภายในช่องท้องที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดไส้เลื่อน ได้แก่

  • การยกของหนักเป็นประจำ
  • ไอเรื้อรัง
  • ท้องผูกและต้องเบ่งบ่อย
  • ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • การตั้งครรภ์
  • การผ่าตัดช่องท้องมาก่อน
  • อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ผ่าตัด ไส้เลื่อน มีวิธีใดบ้าง

การรักษาไส้เลื่อนโดยทั่วไปคือ การผ่าตัดซ่อมผนังหน้าท้อง เนื่องจากไส้เลื่อนไม่สามารถหายได้เอง วิธีการผ่าตัดในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ได้แก่

การ ผ่าตัด ไส้เลื่อน แบบเปิด (Open Surgery)

เป็นวิธีการรักษาไส้เลื่อนที่ใช้กันมายาวนาน

  • ศัลยแพทย์จะเปิดแผลผ่าตัดบริเวณขาหนีบหรือหน้าท้อง เพื่อเข้าถึงตำแหน่งที่ผนังหน้าท้องอ่อนแอ
  • อวัยวะที่เคลื่อนออกมานอกผนังช่องท้อง เช่น ลำไส้ จะถูกดันกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมภายในช่องท้อง
  • จากนั้นแพทย์มักใช้แผ่นตาข่ายทางการแพทย์ (Surgical Mesh) วางเสริมบริเวณผนังหน้าท้องที่อ่อนแอ เพื่อช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ
  • วิธีนี้ผู้ป่วยจะมีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ ทำให้ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า

การ ผ่าตัด ไส้เลื่อน แบบส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery)

  • การผ่าตัดส่องกล้องเป็นเทคนิคผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery)
  • ศัลยแพทย์จะสอดกล้องและเครื่องมือผ่าตัดผ่านรูเปิดขนาดเล็ก ประมาณ 3 – 4 จุดบริเวณหน้าท้อง
  • กล้องจะส่งภาพภายในช่องท้องขึ้นบนจอภาพ ทำให้ศัลยแพทย์มองเห็นอวัยวะภายในอย่างชัดเจน จากนั้นจะดันอวัยวะกลับเข้าตำแหน่งเดิมเช่นเดียวกัน
  • แต่วิธีการผ่าตัดส่องกล้อง ไม่สามารถเย็บแผ่นตาข่ายกับผนังหน้าท้องได้ เนื่องจากเครื่องมือที่สอดผ่านรูบนหน้าท้องมีข้อจำกัดของการเคลื่อนไหว การเย็บในพื้นที่ลึกทำได้ยาก จึงจำเป็นต้องการมีใช้หมุดยึดแผ่นตาข่ายกับผนังหน้าท้อง
  • ผู้ป่วยอาจรู้สึกตึงบริเวณหน้าท้องหลังผ่าตัด เนื่องจากมีการใช้หมุดภายในช่องท้อง

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี (Da Vinci)

การรักษาไส้เลื่อนด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Da Vinci

ปัจจุบันมีการนำ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Da Vinci Surgical System มาใช้ในการรักษาไส้เลื่อน โดยเป็นการผ่าตัดผ่านกล้องที่ศัลยแพทย์ควบคุมเครื่องมือผ่าตัดผ่านระบบคอมพิวเตอร์

ระบบนี้ให้ภาพการผ่าตัดแบบ 3 มิติความคมชัดสูง (3D High Definition) ทำให้ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในร่างกายได้อย่างละเอียด และควบคุมเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กได้อย่างแม่นยำ

ข้อดีของการผ่าตัดไส้เลื่อนด้วยหุ่นยนต์ดาวินชี

การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีข้อดีหลายประการ เช่น

  • แผลผ่าตัดขนาดเล็ก
  • ความแม่นยำในการผ่าตัดสูง
  • ลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง
  • ประสิทธิภาพเทียบเท่าการผ่าตัดเปิด
  • ไม่จำเป็นต้องใช้หมุดยึดแผ่นตาข่ายกับผนังหน้าท้อง
  • ลดการระคายเคืองต่อเส้นประสาท
  • ลดความเจ็บปวดหรือตึงหลังผ่าตัด
  • ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดไส้เลื่อน

หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยควรดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เช่น

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักในช่วงแรก
  • ควบคุมน้ำหนักตัว
  • รับประทานอาหารที่มีกากใยเพื่อลดอาการท้องผูก
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการ

เมื่อใดควรพบแพทย์

หากพบก้อนนูนบริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบ โดยเฉพาะเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือมีอาการปวด ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

การตรวจพบและรักษาไส้เลื่อนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไส้เลื่อน

ไส้เลื่อนสามารถหายเองได้หรือไม่?

ไส้เลื่อนไม่สามารถหายเองได้ โดยการรักษาหลักคือการผ่าตัดซ่อมผนังหน้าท้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ลำไส้เคลื่อนออกมาซ้ำ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบเดิมกับแบบหุ่นยนต์ต่างกันอย่างไร?

การผ่าตัดแบบเปิดจะมีแผลขนาดใหญ่และใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า ส่วนการผ่าตัดส่องกล้องและหุ่นยนต์ดาวินชีเป็นเทคนิคแผลเล็กที่ช่วยลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อ โดยการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดยังช่วยเพิ่มความแม่นยำ และอาจช่วยลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัดได้ ทั้งนี้ วิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละราย

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์หากสงสัยว่าเป็นไส้เลื่อน?

หากพบก้อนนูนบริเวณหน้าท้อง ขาหนีบ หรือสะดือ โดยเฉพาะเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีอาการปวด ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ทันที และหากก้อนดันกลับไม่ได้หรือมีอาการปวดรุนแรง ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากอาจเป็นภาวะลำไส้ติดคาหรือลำไส้ขาดเลือด

Medically Reviewed by

นพ. ธนภูมิ ลิ้มตระกูล
นพ. ธนภูมิ ลิ้มตระกูล

ศัลยศาสตร์

ศัลยศาสตร์โรคตับและทางเดินน้ำดี

Readers’ Rating

0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)