หลอดเลือดในสมองตีบ รู้ทันสัญญาณผิดปกติ เช็กอาการที่ไม่ควรมองข้าม
โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต เพื่อเลี่ยงโรคร้ายชวนเจาะลึกต้นเหตุของหลอดเลือดสมองอุดตัน ปัจจัยเสี่ยง และการป้องกันที่ควรปฏิบัติ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
เมื่อมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรืออ่อนเพลีย หลายคนอาจคิดว่าเป็นไข้หวัดทั่วไป แต่ไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัวมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ที่กำลังแพร่ระบาดในปัจจุบัน
เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Influenza A ที่สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการพูดคุยใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ รวมถึงการสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อแล้วนำมือไปสัมผัสบริเวณตา จมูก หรือปาก เชื้อ Influenza A มีการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์อยู่เป็นระยะ ทำให้เกิดสายพันธุ์เชื้อที่มีลักษณะแตกต่างจากเดิม ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อครั้งก่อนอาจไม่สามารถป้องกันเชื้อสายพันธุ์ใหม่ได้ทั้งหมด
อาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ส่วนใหญ่เกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาการไข้และปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยอาการเด่น ๆ ที่พบบ่อย ได้แก่
นพ. ศุภวิชญ์ สมิทธิเศรษฐ์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะมีอาการคล้ายกันในหลายราย แต่ความรุนแรงของโรคอาจแตกต่างกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น อายุที่มากขึ้น โรคประจำตัว หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
หลังจากได้รับเชื้อ อาการของโรคจะเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วง ตั้งแต่ระยะที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย จนถึงช่วงที่อาการค่อย ๆ ดีขึ้น โดยในบางช่วงผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ ถึงจะยังไม่มีอาการชัดเจนก็ตาม
หลังได้รับเชื้อ ผู้ติดเชื้ออาจใช้เวลาประมาณ 1–4 วัน ก่อนเริ่มมีอาการ ในช่วงนี้เชื้อไวรัสกำลังเพิ่มจำนวนในร่างกาย
เมื่อเริ่มป่วย อาการของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มักเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลีย โดยอาการมักเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว
เมื่อร่างกายเริ่มกำจัดเชื้อ อาการต่าง ๆ จะค่อย ๆ ดีขึ้น โดยไข้และอาการปวดเมื่อยมักลดลงก่อน แต่อาการไอหรืออ่อนเพลียอาจยังคงอยู่ได้อีกระยะหนึ่ง โดยทั่วไป ผู้ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนมักฟื้นตัวภายในประมาณ 5–7 วัน อย่างไรก็ตาม เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจมีอาการนานหรือแพร่เชื้อได้นานกว่าคนทั่วไป
ถึงผู้ติดเชื้อหลายรายจะสามารถฟื้นตัวได้ด้วยการพักผ่อนและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม แต่บางกลุ่มเสี่ยงอาจมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าผู้ป่วยทั่วไป ได้แก่
การตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่จะช่วยยืนยันสาเหตุของอาการ และช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางดูแลได้เหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการชัดเจน หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน โดยวิธีตรวจหาเชื้อที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่
แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์จะเก็บตัวอย่างจากบริเวณจมูกหรือคอ เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อ Influenza โดยวิธีที่ใช้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B และ COVID-19 มีอาการหลายอย่างที่คล้ายกัน แต่สาเหตุ การแพร่เชื้อ และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอาจแตกต่างกัน ซึ่งแต่ละโรคเกิดจากเชื้อไวรัสคนละชนิดและอาจมีแนวทางดูแลที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
นอกจากนี้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ยังมีอาการบางอย่างคล้ายกับ ไข้หวัดธรรมดา เช่น ไอ เจ็บคอ หรือมีน้ำมูก ทำให้บางครั้งแยกความแตกต่างได้ยากจากอาการเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ไข้หวัดใหญ่มักทำให้เกิดไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลียได้ชัดเจนกว่า
วิธีรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค ผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถดูแลตัวเองตามอาการและติดตามการเปลี่ยนแปลงของอาการได้ ขณะที่บางรายอาจจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสหรือการดูแลจากแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาต้านไวรัส เช่น Oseltamivir ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ยาต้านไวรัสจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเริ่มใช้ในช่วงแรกของการป่วย จึงควรเข้ารับการประเมินภายใน 2 วัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติ
สำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง การดูแลร่างกายอย่างเหมาะสมช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
แนวทางดูแลตัวเอง ได้แก่
ในช่วงที่ยังมีอาการ ควรลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
แนวทางที่ช่วยลดการแพร่เชื้อ ได้แก่
การป้องกันไข้หวัดใหญ่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ และลดการแพร่กระจายของเชื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดหรือเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ
วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ และช่วยลดความรุนแรงของอาการหากเกิดการติดเชื้อ โดยวัคซีนช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ Influenza สายพันธุ์ที่มีแนวโน้มพบในแต่ละปีเนื่องจาก สายพันธุ์ของเชื้อ Influenza ที่พบในแต่ละปีอาจแตกต่างกัน วัคซีนจึงมีการปรับให้เหมาะสมกับสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มแพร่ระบาดในช่วงปีนั้นโดยทั่วไป วัคซีนไข้หวัดใหญ่แนะนำให้ฉีดปีละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคได้ ช่วงแนะนำ คือช่วงก่อนเข้าฤดูระบาด (หน้าฝน) เพื่อให้มีภูมิคุ้มกัน
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย โดยอาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ตั้งแต่อาการไม่รุนแรงจนถึงภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
การป้องกันด้วยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ร่วมกับการดูแลสุขอนามัย สามารถช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
โดยทั่วไป อาการไข้ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลียมักดีขึ้นภายในประมาณ 5–7 วันในผู้ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่อาการไอหรืออ่อนเพลียอาจยังคงอยู่ต่อได้อีกระยะหนึ่งระยะเวลาการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพโดยรวม และความรุนแรงของอาการในแต่ละบุคคล
ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ประมาณ 1 วันก่อนเริ่มมีอาการ และมักแพร่เชื้อได้มากในช่วงแรกหลังเริ่มป่วย โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้ ไอ หรือจามมากระยะเวลาการแพร่เชื้อแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยเด็กเล็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจแพร่เชื้อได้นานกว่าคนทั่วไปผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ประมาณ 1 วันก่อนเริ่มมีอาการ และมักแพร่เชื้อได้มากในช่วงแรกหลังเริ่มป่วย โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้ ไอ หรือจามมากระยะเวลาการแพร่เชื้อแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยเด็กเล็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจแพร่เชื้อได้นานกว่าคนทั่วไป
ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัส ผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงอาจดูแลตัวเองตามอาการได้อย่างไรก็ตาม ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ผู้ที่มีอาการมาก หรือผู้ที่ได้รับการประเมินว่าจำเป็น แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาต้านไวรัส เช่น Oseltamivir
การตรวจหาเชื้ออาจมีประโยชน์เมื่ออาการคล้ายกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น เช่น COVID-19 หรือในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะประเมินจากอาการ ระยะเวลาที่เริ่มป่วย และความจำเป็นในการใช้ผลตรวจเพื่อวางแผนการดูแล
สามารถเป็นซ้ำได้ เนื่องจากเชื้อ Influenza มีหลายสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อครั้งหนึ่งอาจไม่สามารถป้องกันเชื้อสายพันธุ์อื่นได้ทั้งหมด การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยทั่วไปปีละ 1 ครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ระดับหนึ่ง แต่ช่วยลดความรุนแรงของโรคหากเกิดการติดเชื้อได้มาก