บทความสุขภาพ

ค้นหาบทความสุขภาพ และข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ตามโรคหรือหัวข้อ

เลือกอักษรเพื่อค้นหาบทความ

กลืนลำบาก อาการ สาเหตุ และความเสี่ยงที่ต้องระวัง
กลืนลำบาก อาการ สาเหตุ และความเสี่ยงที่ต้องระวัง

การรับประทานอาหารเป็นหนึ่งในกิจกรรมพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่สำหรับบางคน การกลืนอาหารหรือแม้กระทั่งกลืนน้ำลายกลับกลายเป็นเรื่องยากลำบาก ภาวะกลืนติด กลืนลำบาก หรือการสำลักบ่อยครั้ง เป็นอาการผิดปกติทางการแพทย์ที่เรียกว่า Dysphagia ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่ควรละเลยโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตแล้ว อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงโรคร้ายแรงอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ กลืนลำบาก (Dysphagia) คืออะไร กลืนลำบาก (Dysphagia) คือภาวะที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติในการกลืน ทำให้เกิดอาการไอ สำลัก หรือรู้สึกเจ็บเมื่อกลืนอาหาร น้ำ หรือน้ำลาย ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาหารและน้ำอาจหลุดเข้าไปในหลอดลมและก่อให้เกิดการติดเชื้อในปอดซึ่งอันตรายถึงชีวิต กลืนลำบากมีอาการอย่างไรบ้าง อาการที่ควรสังเกตมีดังนี้ สาเหตุของอาการกลืนลำบากและโรคที่เกี่ยวข้อง ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอาการกลืนลำบาก กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ การตรวจวินิจฉัยอาการกลืนลำบาก การวินิจฉัยจะเริ่มต้นจากการซักประวัติอย่างละเอียดโดยแพทย์ เพื่อทำความเข้าใจถึงลักษณะอาการ โรคประจำตัว และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จากนั้นจะทำการตรวจหู คอ จมูก และระบบประสาทอย่างครอบคลุม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำยิ่งขึ้น แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อประเมินกระบวนการกลืนอย่างละเอียด ซึ่งประกอบด้วย การรักษาอาการกลืนลำบาก โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ความสำคัญกับการรักษาแบบองค์รวมและออกแบบโปรแกรมการฟื้นฟูเฉพาะบุคคล โดยทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมากลืนได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนี้ โปรแกรมการฟื้นฟูนี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืนในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน […]

ฟื้นฟูการกลืนด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า เพิ่มภาวะโภชนาการให้ผู้ป่วย

โรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular disease) เป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับต้น ๆ พบมากในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไปทั้งเพศชายและหญิง โดยเกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือด ซึ่งเป็นผลจากโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ในผู้ป่วยที่รอดชีวิตก็ยังได้รับผลกระทบจากภาวะแทรกซ้อน ไม่ว่าจะเป็นระดับความรู้สึกตัวลดลง ความจำถดถอย ภาวะซึมเศร้า ตลอดจนกำลังกล้ามเนื้อหายไปจนส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือตัวเองในการทำกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะการกลืนที่ที่ผิดปกติซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ผู้ป่วยสำลักและมีภาวะโภชนาการที่บกพร่องได้หลังจากรักษาภาวะหลอดเลือดสมองแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูเพื่อให้ร่างกายกลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด โดยปัญหาเรื่องการกลืนนั้น ได้แก่ กลืนติด กลืนลำบาก กลืนเจ็บหรือจุกแน่นในลำคอ ไอและสำลักขณะรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ สามารถตรวจวินิจฉัยผ่านภาพถ่ายรังสี (Videofluoroscopic swallowing study) และส่องกล้องประเมินการกลืน (Fiberoptic endoscopic evaluation of swallowing) พร้อมให้การบำบัดฟื้นฟูด้วยการออกกำลังกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืน เช่น ลิ้น ลำคอ บริหารเส้นเสียง เป็นต้น หรือใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าแบบอ่อน (Vital Stim) ร่วมกับการฝึกจัดท่าทางในการกลืนที่เหมาะสมโดยแพทย์และนักกิจกรรมบำบัดเฉพาะทาง ซึ่งการฟื้นฟูนี้จะวางโปรแกรมเฉพาะรายผู้ป่วยหลังจากได้รับการตรวจประเมินแล้ว พร้อมด้วยนักโภชนาการที่จะช่วยปรับประเภทอาหารให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ทีมทันตแพทย์เพื่อช่วยตรวจสุขภาพฟันและเหงือก เพื่อส่งเสริมให้การกลืนมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยการฟื้นฟูนั้น ควรเข้ารับการฝึกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง […]