กล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อสัญญาณ SOS จากร่างกาย อาจบอก 5 โรคที่ซ่อนอยู่

บทความสุขภาพ
แขนไม่มีแรงจนหยิบของไม่ถนัด เดินแล้วรู้สึกขาอ่อน หรือทำกิจวัตรประจำวันลำบากกว่าเดิม อาจไม่ใช่แค่อาการพักผ่อนไม่เพียงพออย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อเริ่มทำงานผิดปกติ ส่งผลต่อการควบคุมและการเคลื่อนไหวของร่างกาย

แขนไม่มีแรงจนหยิบของไม่ถนัด เดินแล้วรู้สึกขาอ่อน หรือทำกิจวัตรประจำวันลำบากกว่าเดิม อาจไม่ใช่แค่อาการพักผ่อนไม่เพียงพออย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของกล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อเริ่มทำงานผิดปกติ ส่งผลต่อการควบคุมและการเคลื่อนไหวของร่างกาย บทความนี้จะพาไปสังเกตอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบไหนไม่ธรรมดา พร้อมทำความรู้จัก 5 โรคร้ายที่อาจอยู่เบื้องหลังอาการที่หลายคนไม่ทันสังเกต 

อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง คืออะไร?

กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง คือ ภาวะที่แขน ขา หรือกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีกำลังลดลง เช่น ยกของไม่ถนัด เดินแล้วขาอ่อน ลุกจากเก้าอี้ลำบาก หรือทำกิจวัตรประจำวันได้ช้าลง โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดในบางตำแหน่งของร่างกาย มีอาการชั่วคราว (เป็น ๆ หาย ๆ) หรือค่อย ๆ รุนแรงขึ้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกตินั้น ๆ

อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการเริ่มแรกมีอะไรบ้าง

อาการของกล้ามเนื้ออ่อนแรงในระยะแรกอาจค่อย ๆ เกิดขึ้น จนหลายคนเข้าใจผิดว่าอาจเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาการเหนื่อยสะสม แต่ถ้าอาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน อาจเป็นสัญญาณผิดปกติที่หลายคนไม่ทันสังเกต โดยเฉพาะเมื่ออาการเริ่มส่งผลต่อการเคลื่อนไหวหรือทำกิจวัตรประจำวันไม่คล่องตัวเหมือนเดิม เช่น

  • ลุกจากเก้าอี้ เดินขึ้นบันได หรือเดินระยะทางไกลลำบากกว่าเดิม
  • ยกแขนได้น้อยลง หรือรู้สึกแขนไม่มีแรง
  • หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด หรือทำของหลุดมือบ่อย
  • ขาอ่อน เดินไม่มั่นคง ข้อเท้าตก เดินแล้วรองเท้าหลุด หรือสะดุดล้มง่าย
  • หนังตาตก มองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด 
  • เคี้ยวและกลืนอาหารลำบาก

โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเฉพาะบางส่วนของร่างกาย มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ หรือค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ถ้าเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิต หรือมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการดูแลอย่างเหมาะสม

กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดจากอะไร?

โดยทั่วไป อาการกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะชั่วคราวอย่างการพักผ่อนไม่เพียงพอ การใช้งานกล้ามเนื้อหนัก หรือการขาดสารอาหารบางชนิด ไปจนถึงความผิดปกติของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • ความผิดปกติของสมองและไขสันหลัง ทำให้การควบคุมและการส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อผิดปกติ
  • ความผิดปกติของเส้นประสาท ส่งผลให้การนำสัญญาณจากเส้นประสาทไปกล้ามเนื้อลดลง
  • ความผิดปกติของรอยต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ทำให้การส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เช่น โรค MG (Myasthenia Gravis)
  • ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อโดยตรง เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ หรือโรคกล้ามเนื้อเสื่อมบางชนิด ทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้น้อยลง
  • โรคประจำตัวและภาวะอื่น ๆ เช่น ต่อมไทรอยด์ เบาหวาน การติดเชื้อ การขาดวิตามินหรือเกลือแร่ รวมถึงผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาจเป็นสัญญาณของโรคอะไรบ้าง?

ด้วยสาเหตุที่แตกต่างกัน ทำให้อาการกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงอาจเกิดได้จากหลายโรค บางโรคอาจเกิดอย่างเฉียบพลัน ขณะที่บางโรคอาการจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้น หรือแสดงอาการชัดเจนหลังใช้งานกล้ามเนื้อ โดยโรคที่อาจทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ได้แก่

ปลายประสาททำงานผิดปกติ (Peripheral Neuropathy)

ปลายประสาทอักเสบเป็นภาวะที่เส้นประสาทส่วนปลายทำงานผิดปกติ ส่งผลต่อการรับความรู้สึกและการควบคุมกล้ามเนื้อ โดยมีอาการชาหรือรู้สึกยิบ ๆ ตามมือและเท้า และอาจมีอาการอ่อนแรงร่วมด้วยได้ สาเหตุหลัก ๆ ส่วนใหญ่จะเกิดจากโรคเบาหวาน และยังอาจเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินบางชนิด การดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน การติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงจากยาบางประเภท โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ชา ปวดแสบปวดร้อน หรือรู้สึกเหมือนไฟช็อตที่มือหรือเท้า ในบางรายอาจสูญเสียการรับความรู้สึกบริเวณฝ่าเท้าหรีอปลายนิ้ว
  • ทรงตัวลำบาก หรือเดินไม่มั่นคง
  • กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง
  • หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด หรือทำของหลุดมือบ่อย

หากเกิดร่วมกับโรคเบาหวานหรือมีอาการชาเรื้อรัง ควรพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

โรค MG (Myasthenia Gravis)

โรค MG เป็นหนึ่งในโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Disease) โดยแอนติบอดีจะเข้าไปรบกวนการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อใช้งานต่อเนื่อง และอาการจะดีขึ้นหลังได้พัก โดยอาการที่สามารถสังเกตได้ ได้แก่

  • เปลือกตาตกหรือมองเห็นภาพซ้อน 
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้นเมื่อใช้งาน และดีขึ้นหลังพัก
  • ยิ้มได้ไม่เต็มที่หรือกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง
  • พูดไม่ชัด 
  • เคี้ยวหรือกลืนอาหารลำบาก

ถ้าอาการรุนแรงขึ้น อาจลุกลามไปที่กล้ามเนื้อแขน ขา หรือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบากได้

ALS (Amyotrophic Lateral Sclerosis)

ALS เกิดจากเซลล์ประสาทสั่งการ (Motor Neurons) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวค่อย ๆ เสื่อมลง ทำให้กล้ามเนื้อได้รับสัญญาณจากสมองและไขสันหลังลดลง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ลีบ และสูญเสียการทำงานมากขึ้นตามลำดับ ต่างจากโรค MG ตรงที่อาการของ ALS จะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นและไม่ดีขึ้นหลังพัก โดยอาการที่สามารถสังเกตได้ เช่น

  • แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งเริ่มอ่อนแรง
  • หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด แรงกำมือลดลง หรือเดินสะดุดบ่อย
  • กล้ามเนื้อลีบหรือกระตุก ร่วมกับอาการอ่อนแรง
  • อาการค่อย ๆ ลุกลามไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่น

เมื่ออาการ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อาจกระทบต่อพูด การกลืน และการหายใจ

กิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré Syndrome)

กิลแลง-บาร์เร หรือ GBS เป็นอีกหนึ่งโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ และเข้าไปทำลายเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nerve) ทำให้การส่งสัญญาณจากสมองไปยังกล้ามเนื้อผิดปกติ ผู้ป่วยจึงมีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเดินลำบาก โดยอาการสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ โดยอาการเด่นที่พบได้ เช่น

  • ขาอ่อนแรงหรือเดินลำบาก โดยอาจเริ่มจากขาทั้งสองข้าง
  • อาการอ่อนแรงค่อย ๆ ลามขึ้นมาที่สะโพก แขน และลำตัว
  • รู้สึกชา หรือเหมือนมีเข็มทิ่มที่มือหรือเท้า
  • เดินเซ ทรงตัวลำบาก หรือขึ้นบันไดได้ยาก
  • ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีปัญหาการกลืน การพูด หรือการหายใจ

หากมีอาการอ่อนแรงหรือชา เฉียบพลันและลุกลามเร็ว ควบรีบไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับรักษาอย่างเหมาะสม

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

ส่วนโรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการที่หลอดเลือดในสมองตีบ อุดตัน หรือแตก ทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน ส่งผลให้เซลล์สมองได้รับความเสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นทันที โดยสามารถสังเกตอาการตามหลัก BEFAST ได้แก่

  • B (Balance) : ไม่สามารถทรงตัวได้ เดินเซ หรือมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • E (Eyes) : มองเห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นลดลงอย่างเฉียบพลัน
  • F (Face) : ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว มุมปากตก หรือยิ้มไม่เท่ากัน
  • A (Arm) : กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก
  • S (Speech) : พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือฟังคนอื่นไม่รู้เรื่อง
  • T (Time) : หากสงสัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะการรักษาภายในระยะเวลาที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสียหายของสมองและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวได้มากขึ้น

โรคหลอดเลือดสมองแตกต่างจากโรคอื่นในกลุ่มนี้ตรงที่อาการจะเกิดขึ้นทันที โดยเฉพาะอาการอ่อนแรงหรือชาที่เกิดเพียงซีกเดียวของร่างกาย

กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาล?

อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงบางรูปแบบอาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะอาการที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ลุกลามรวดเร็ว หรือกระทบต่อการพูด การกลืน และการหายใจ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • แขนหรือขาอ่อนแรงอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะอาการอ่อนแรงครึ่งซีก
  • ใบหน้าเบี้ยว มุมปากตก พูดไม่ชัด หรือสื่อสารไม่เข้าใจ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงลุกลามจากขาขึ้นมาที่ลำตัวหรือแขนอย่างรวดเร็ว
  • หายใจลำบาก หายใจตื้น เหนื่อยผิดปกติ หรือพูดเป็นประโยคยาว ๆ ไม่ได้
  • กลืนลำบาก สำลักน้ำหรืออาหารบ่อย หรือมีน้ำลายไหลควบคุมไม่ได้
  • เดินหรือทรงตัวไม่ได้ หรืออาการอ่อนแรงรุนแรงขึ้นภายในเวลาไม่นาน
  • มีอาการอ่อนแรงร่วมกับอาการปวดศีรษะรุนแรง หมดสติ หรือชัก

ถ้ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ควรรอดูอาการหรือพยายามรักษาด้วยตัวเองเนื่องจาก บางภาวะจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาภายในเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อความพิการและภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

การวินิจฉัยและรักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

เนื่องจาก อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ การรักษาจึงจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการซักประวัติ ลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ รวมถึงตรวจร่างกายและประเมินการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เพื่อวางแผนการตรวจเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยการวินิจฉัยที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่

  • การตรวจเลือด เพื่อประเมินการติดเชื้อ การอักเสบ ระดับวิตามิน เกลือแร่ และการทำงานของต่อมไทรอยด์
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อและเส้นประสาท (EMG และ NCS) เพื่อประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อค้นหาความผิดปกติของสมอง ไขสันหลัง หรือเส้นประสาท
  • การตรวจทางพันธุกรรมหรือการตรวจเฉพาะทางอื่น ๆ ในผู้ป่วยที่สงสัยโรคทางพันธุกรรมหรือโรคระบบประสาทบางชนิด

เมื่อทราบสาเหตุแล้ว แพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับโรคที่เป็น เช่น การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด การรักษาโรคประจำตัว การผ่าตัดในบางกรณี หรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อช่วยลดอาการ ชะลอการดำเนินโรค และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย

กล้ามเนื้ออ่อนแรงอาจเป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท รอยต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้อ ซึ่งแต่ละโรคจะมีลักษณะอาการแตกต่างกันไป ตั้งแต่อ่อนแรงเป็น ๆ หาย ๆ อ่อนแรงมากขึ้นเมื่อใช้งาน ไปจนถึงอาการเฉียบพลันที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันเเนลให้บริการตรวจวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและสาขาที่เกี่ยวข้อง พร้อมการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อและเส้นประสาท การตรวจ CT Scan หรือ MRI รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะสมกับสาเหตุและอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

คำถามที่พบบ่อย

อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง รักษาหายไหม

สามารถรักษาได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับสาเหตุและชนิดของโรค บางภาวะสามารถรักษาให้ดีขึ้นหรือกลับมาใช้กล้ามเนื้อได้ใกล้เคียงปกติ ขณะที่โรคบางชนิดอาจยังรักษาไม่หายขาด แต่สามารถใช้ยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมอาการ ชะลอการดำเนินโรค และลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตได้

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร

กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการเริ่มต้นอาจสังเกตได้จากแรงของกล้ามเนื้อที่ลดลง เช่น หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด ทำของหลุดมือ ยกแขนลำบาก ลุกจากเก้าอี้หรือขึ้นบันไดได้ยาก ขาอ่อน หรือเดินสะดุดบ่อย บางรายอาจมีเปลือกตาตก มองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด หรือกลืนอาหารลำบากร่วมด้วย

กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีสาเหตุเกิดจากอะไร

กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความผิดปกติของสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท การส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ หรือตัวกล้ามเนื้อโดยตรง นอกจากนี้ ยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ การติดเชื้อ การขาดวิตามินหรือเกลือแร่ รวมถึงผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

กล้ามเนื้ออ่อนแรง รักษาอย่างไร

แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ อาจประกอบด้วยการใช้ยา เพื่อควบคุมโรคหรือการอักเสบ การรักษาโรคประจำตัว การทำกายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงการผ่าตัดในบางกรณี แพทย์จึงต้องประเมินอาการและตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจนก่อนวางแผนการรักษา

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง อันตรายไหม

ความรุนแรงขึ้นอยู่กับโรคที่เป็นและกล้ามเนื้อส่วนที่ได้รับผลกระทบ บางรายอาจมีเพียงอาการอ่อนแรงเล็กน้อย แต่บางภาวะอาจลุกลามจนกระทบต่อการเดิน การพูด การกลืน หรือการหายใจ หากอาการเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน อ่อนแรงเพียงซีกเดียว ลุกลามรวดเร็ว หรือมีอาการหายใจลำบาก ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

Medically Reviewed by

นพ. ชวกร เหลี่ยมไพรบูรณ์
นพ. ชวกร เหลี่ยมไพรบูรณ์

ศัลยศาสตร์

ศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก

Readers’ Rating

5.0 out of 5 stars (based on 1 review)