ต่อมลูกหมากโต รักษาด้วยเทคนิค PAE ไม่ต้องผ่าตัด กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ
คุณผู้ชายเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่? ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือกลั้นไม่อยู่ รู้สึกปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ข้อไหล่เสื่อม หรือโรคข้อเสื่อมที่เกิดบริเวณหัวไหล่ เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อค่อย ๆ สึกหรอหรือเสื่อมสภาพ ทำให้ผิวข้อไม่เรียบลื่น ช่องว่างระหว่างข้อลดลง และเกิดแรงเสียดทานขณะเคลื่อนไหวมากขึ้น ส่งผลให้มีอาการปวด ข้อฝืด และขยับหัวไหล่ได้จำกัด
ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นตามอายุ จากการใช้งานสะสม หรือเป็นผลจากความผิดปกติอื่นภายในข้อ แม้จะพบไม่บ่อยเท่าข้อเข่าหรือข้อสะโพก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจรบกวนกิจวัตรประจำวัน เช่น การยกแขน หยิบของเหนือศีรษะ หวีผม หรือสวมเสื้อผ้า
ข้อไหล่เป็นข้อที่มีช่วงการเคลื่อนไหวกว้างที่สุดข้อหนึ่งของร่างกาย ประกอบด้วยหัวกระดูกต้นแขนที่เชื่อมต่อกับเบ้ากระดูกสะบัก โดยผิวกระดูกบริเวณที่ประกอบกันเป็นข้อจะมีกระดูกอ่อนปกคลุม ช่วยลดแรงเสียดทานและทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น
การทำงานของข้อไหล่ยังอาศัยกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเอ็นยึดข้อที่อยู่โดยรอบ โดยเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น Rotator Cuff ซึ่งมีหน้าที่ช่วยพยุงข้อ ควบคุมการเคลื่อนไหว และรักษาความมั่นคงของหัวไหล่ หากโครงสร้างเหล่านี้ได้รับความเสียหายร่วมกับการสึกของผิวข้อ อาจทำให้อาการปวดและข้อจำกัดในการใช้งานแขนรุนแรงขึ้น
โดยทั่วไป สามารถแบ่งตามลักษณะการเกิดได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อค่อย ๆ เสื่อมลง โดยไม่พบการบาดเจ็บหรือโรคอื่นเป็นสาเหตุโดยตรง มักสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของข้อจากการใช้งานสะสมเป็นเวลานาน ภาวะนี้เรียกทางการแพทย์ว่า ข้อเสื่อมปฐมภูมิ (Primary Osteoarthritis)
เป็นภาวะที่ข้อไหล่เสื่อมจากสาเหตุที่ระบุได้ ซึ่งอาจทำให้กระดูกอ่อนและโครงสร้างภายในข้อเสียหายเร็วกว่าปกติ ภาวะนี้เรียกทางการแพทย์ว่า ข้อเสื่อมทุติยภูมิ (Secondary Osteoarthritis) สาเหตุที่พบได้ ได้แก่
อาการมักค่อย ๆ เกิดขึ้นและรุนแรงขึ้นตามระดับความเสื่อมของข้อ โดยผู้ป่วยอาจมีอาการดังต่อไปนี้
ควรพบแพทย์หากมีอาการปวดไหล่ต่อเนื่อง ข้อฝืดหรือเคลื่อนไหวได้น้อยลง อาการรบกวนการนอนหลับ หรือส่งผลต่อการทำกิจวัตรประจำวัน
หากมีอาการปวดรุนแรงเฉียบพลัน ยกแขนไม่ได้ ข้อไหล่ผิดรูปหรือบวมมาก มีอาการชา อ่อนแรง หรือมีอาการหลังได้รับอุบัติเหตุ ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพื่อหาสาเหตุและแยกภาวะอื่นที่อาจต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ เช่น
จากนั้นจึงตรวจร่างกายเพื่อประเมินช่วงการเคลื่อนไหวของข้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ จุดกดเจ็บ ตลอดจนเสียงหรือความรู้สึกกรอบแกรบขณะขยับหัวไหล่
การตรวจเอกซเรย์ มีบทบาทสำคัญในการประเมินสภาพของข้อ โดยอาจพบช่องว่างระหว่างข้อแคบลง ผิวข้อเปลี่ยนแปลง หรือมีกระดูกงอกบริเวณขอบข้อ ซึ่งช่วยให้แพทย์พิจารณาตำแหน่งและระดับความรุนแรงของความเสื่อมได้
ในบางราย แพทย์อาจพิจารณาตรวจ MRI เพิ่มเติม เพื่อประเมินเนื้อเยื่ออ่อนและโครงสร้างรอบข้อ เช่น เอ็นหมุนไหล่ โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่ามีเอ็นฉีกขาดหรือความผิดปกติอื่นร่วมด้วย ข้อมูลจากการตรวจทั้งหมดจะนำมาใช้ประกอบการวางแผนรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระดับความรุนแรงของการสึกของข้อไหล่ อายุ สุขภาพโดยรวม และความต้องการใช้งานของผู้ป่วย โดยแบ่งออกเป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัดและการผ่าตัด
ในผู้ป่วยที่อาการยังไม่รุนแรง แพทย์มักเริ่มรักษาด้วยวิธีอนุรักษ์ก่อน ได้แก่
หากอาการไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือมีความผิดปกติของข้อที่ต้องได้รับการแก้ไข แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัด
การผ่าตัดส่องกล้องเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ยังมีการเสื่อมของข้อไม่มาก หรือมีความผิดปกติบางอย่างที่เป็นสาเหตุทำให้อาการรุนแรงขึ้น เช่น เอ็นรอบข้อไหล่ฉีกขาด กระดูกงอก หรือมีเศษกระดูกอ่อนภายในข้อ
แพทย์จะใช้กล้องส่องขนาดเล็กประมาณ 4 มิลลิเมตรสอดผ่านแผลขนาดเล็ก เพื่อประเมินและรักษาความผิดปกติภายในข้อ โดยอาจดำเนินการร่วมกับการ
การผ่าตัดลักษณะนี้ช่วยลดอาการปวด ลดการติดขัดของข้อ และช่วยให้การเคลื่อนไหวของไหล่ดีขึ้นในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ อย่างไรก็ตาม หากมีการสึกของผิวข้ออย่างรุนแรง การผ่าตัดส่องกล้องอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด
ในผู้ป่วยที่ผิวข้อสึกหรอรุนแรงจนส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ผิวข้อเสื่อม แต่เส้นเอ็นกลุ่ม Rotator Cuff ยังทำงานได้ดี การผ่าตัดจะเปลี่ยนผิวข้อที่สึกหรอด้วยข้อเทียม โดยยังคงกลไกการทำงานของข้อไหล่ตามธรรมชาติไว้ ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหว
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อเสื่อมร่วมกับเส้นเอ็น Rotator Cuff ฉีกขาดอย่างรุนแรง การผ่าตัดชนิดนี้จะเปลี่ยนตำแหน่งของหัวข้อและเบ้าข้อให้สลับกัน เพื่อให้กล้ามเนื้อเดลทอยด์เข้ามาช่วยทำหน้าที่ยกแขนแทนเส้นเอ็นที่เสียหาย จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูการใช้งานของข้อไหล่ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้
Patient-Specific Instrumentation หรือ PSI เป็นเทคนิคที่นำภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) มาสร้างแบบจำลองข้อไหล่สามมิติ เพื่อให้แพทย์เห็นรูปร่าง โครงสร้าง และความผิดปกติของข้ออย่างละเอียด รวมถึงวางแผนตำแหน่งของข้อเทียมก่อนผ่าตัด
แบบจำลองนี้จะนำมาใช้ในการออกแบบอุปกรณ์นำทางเฉพาะบุคคล ซึ่งผลิตให้สอดคล้องกับลักษณะข้อไหล่ของผู้ป่วยแต่ละราย โดยเฉพาะผู้ที่มีกระดูกหรือเบ้าข้อผิดรูปและต้องอาศัยการวางแผนอย่างละเอียด
ระหว่างการผ่าตัด แพทย์จะใช้อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยกำหนดตำแหน่งและทิศทางในการเตรียมเบ้าข้อ รวมถึงช่วยวางชิ้นส่วนข้อเทียมให้สอดคล้องกับแผนที่กำหนดไว้ก่อนผ่าตัดมากขึ้น
ทั้งนี้ ผลการรักษายังขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายของข้อ สภาพกระดูกและเส้นเอ็น สุขภาพโดยรวม ตลอดจนการฟื้นฟูหลังผ่าตัดของผู้ป่วยแต่ละราย
ปัจจุบัน ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล มีการนำเทคนิค PSI มาใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียมสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ โดยแพทย์เฉพาะทางจะประเมินภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ร่วมกับลักษณะความผิดปกติของข้อ เพื่อเลือกแนวทางผ่าตัดให้เหมาะสม เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความจำเป็นในการใช้เทคนิคนี้แตกต่างกัน
แม้กระดูกอ่อนที่เสื่อมสภาพแล้วจะไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ แต่การปรับพฤติกรรมและดูแลข้อไหล่อย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดอาการปวด รักษาช่วงการเคลื่อนไหว และทำให้ใช้งานแขนในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น โดยมีแนวทางดังนี้
ไม่ควรฝืนบริหารหรือออกกำลังกายต่อเมื่อมีอาการปวดมากขึ้น เนื่องจากท่าบริหารและระดับความหนักที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามสาเหตุและความรุนแรงของอาการในแต่ละราย
โดยทั่วไป กระดูกอ่อนที่สึกหรอแล้วไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ แต่การรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยลดอาการ รักษาช่วงการเคลื่อนไหว และลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
ได้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อไหล่ มีข้อไหล่หลุดซ้ำ เอ็นหมุนไหล่ฉีกขาดเรื้อรัง หรือมีความผิดปกติอื่นที่ทำให้ผิวข้อเสียหายเร็วกว่าปกติ
ภาวะข้อเสื่อมเกิดจากการสึกของกระดูกอ่อนภายในข้อ ส่วนไหล่ติดเกิดจากเยื่อหุ้มข้อหนาและหดรัดตัว แม้อาการอาจคล้ายกัน แต่สาเหตุและการรักษาแตกต่างกัน
ไม่จำเป็น ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเริ่มรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัด และการใช้ยา โดยการผ่าตัดจะพิจารณาในรายที่อาการรุนแรงหรือรักษาวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่