เมื่อความขี้ลืมอาจไม่ใช่เรื่องปกติ รู้ทันสัญญาณอัลไซเมอร์

บทความสุขภาพ
โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นโรคทางสมองที่ทำให้ความจำ ความคิด การใช้ภาษา การตัดสินใจ และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันค่อย ๆ ลดลง อัลไซเมอร์ อาการมักเริ่มทีละน้อยและชัดเจนขึ้นตามระยะของโรค

วันที่ 21 กันยายนของทุกปีตรงกับ วันอัลไซเมอร์โลก (World Alzheimer’s Day) เพื่อให้ผู้คนหันมาสังเกตความเปลี่ยนแปลงด้านความจำ ความคิด และพฤติกรรมของตนเองหรือคนใกล้ตัวมากขึ้น เพราะ อัลไซเมอร์ ไม่ได้แสดงออกด้วยอาการหลงลืมอย่างเดียว ผู้ป่วยอาจเริ่มถามเรื่องเดิมซ้ำ ๆ หลงทางในสถานที่คุ้นเคย กิจวัตรที่เคยทำได้ติดขัด หรือนิสัยและอารมณ์เปลี่ยนไปจากเดิม ปัจจุบันเริ่มมีวิธีรักษาให้อาการดีขึ้น แต่ต้องรีบรักษาในระยะเริ่มต้น การสังเกตความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกและเข้ารับการประเมิน จะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาและการดูแลได้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายมากขึ้น

อัลไซเมอร์เกิดจากอะไร มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นโรคทางสมองที่ทำให้ความจำ ความคิด การใช้ภาษา การตัดสินใจ และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันค่อย ๆ ลดลง อาการมักเริ่มทีละน้อยและชัดเจนขึ้นตามระยะของโรค โดยอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม แต่ไม่ได้แปลว่าผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ทุกคน

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอัลไซเมอร์ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่พบว่าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในสมอง โดยเฉพาะการสะสมของโปรตีนอะไมลอยด์-เบต้า (Amyloid-beta) และความผิดปกติของโปรตีนเทา (Tau) ซึ่งส่งผลต่อให้ทำงานของเซลล์ประสาทและเซลล์สมองค่อย ๆ เสื่อมลง โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเริ่มเกิดขึ้นหลายปีก่อนที่ผู้ป่วยจะแสดงอาการอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับโอกาสเกิดโรค ทั้งอายุ พันธุกรรม ภาวะสุขภาพ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมด้วย

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์

  • อายุ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามวัย แต่โรคอัลไซเมอร์ไม่ใช่เรื่องปกติที่ผู้สูงอายุทุกคนต้องเผชิญ
  • พันธุกรรมและประวัติครอบครัว การมีคนในครอบครัวเป็นโรคอาจทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคอย่างแน่นอน
  • สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดผิดปกติ โรคอ้วน และการสูบบุหรี่ ล้วนส่งผลต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม
  • การใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อม การไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย การขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ปัญหาการได้ยินที่ไม่ได้รับการดูแล และการสัมผัสมลพิษทางอากาศเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อสุขภาพสมองได้เช่นกัน

10 สัญญาณโรคอัลไซเมอร์ที่ควรสังเกต

อาการอัลไซเมอร์ ในระยะแรกอาจแตกต่างกันในแต่ละคน และไม่ได้มีเพียงเรื่องความจำเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความคิด การสื่อสาร การตัดสินใจ และพฤติกรรม โดยความเปลี่ยนแปลงมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและชัดเจนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่

  1. จำบทสนทนาหรือนัดหมายไม่ได้ และถามเรื่องเดิมซ้ำบ่อยครั้ง
  2. กิจวัตรที่เคยคุ้นเคยทำได้ยากขึ้น เช่น ทำอาหาร ใช้อุปกรณ์ หรือทำงานที่มีขั้นตอนเหมือนเดิมได้ลำบาก
  3. สับสนเรื่องวัน เวลา หรือสถานที่ รวมถึงอาจหลงทางในสถานที่ที่คุ้นเคย
  4. วางแผนและแก้ปัญหาได้ยากขึ้น เช่น จัดการค่าใช้จ่าย วางแผนงาน หรือทำสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับขั้นตอนได้ไม่เหมือนเดิม 
  5. มีปัญหาในการสื่อสาร เช่น นึกคำไม่ออก ใช้คำไม่ตรงความหมาย หรือไม่สามารถติดตามบทสนทนาได้ต่อเนื่อง
  6. วางสิ่งของผิดที่บ่อยขึ้น และไม่สามารถย้อนนึกได้ว่านำสิ่งของไปวางไว้ที่ใด
  7. ตัดสินใจได้ไม่เหมาะสมเหมือนเดิม โดยเฉพาะเรื่องการเงิน การดูแลตนเอง หรือความปลอดภัย
  8. เข้าสังคมหรือทำกิจกรรมที่เคยชอบน้อยลง เนื่องจากเริ่มมีความยากลำบากในการทำกิจกรรมเหล่านั้น 
  9. อารมณ์และบุคลิกเปลี่ยนแปลง เช่น หงุดหงิด วิตกกังวล หวาดระแวง หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม
  10. มีปัญหาในการมองเห็นและกะระยะ เช่น กะระยะห่างหรือความลึกได้ยากขึ้น ซึ่งอาจทำให้การเดิน การขึ้นลงบันได หรือการขับรถลำบากกว่าเดิม 

สิ่งสำคัญในการสังเกตอาการระยะแรก คือ ความเปลี่ยนแปลงด้านความจำ ความคิด หรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจนเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การเดินทาง การจัดการเงิน หรือการดูแลตนเอง หากพบความเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมิน

ทั้งนี้ ความหลงลืมหรือความสามารถในการคิดที่ลดลงอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ เช่น ผลข้างเคียงจากยา ปัญหาการนอน ภาวะซึมเศร้า ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ หรือการขาดวิตามินบางชนิด การตรวจอย่างเหมาะสมจึงช่วยค้นหาสาเหตุและวางแนวทางดูแลได้ตรงกับผู้ป่วยแต่ละราย

อัลไซเมอร์กับภาวะสมองเสื่อมแตกต่างกันอย่างไร

หลายคนมักเข้าใจว่าสมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์คือโรคเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วมีความหมายต่างกัน ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นคำที่ใช้เรียกความผิดปกติของการทำงานของสมองที่กระทบต่อความจำ ความคิด การสื่อสาร หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนโรคอัลไซเมอร์ เป็นหนึ่งในโรคที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม และเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด

นอกจากอัลไซเมอร์แล้ว ภาวะสมองเสื่อมยังเกิดจากสาเหตุอื่นได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะสมองเสื่อมจากลิวอีบอดี (Lewy body dementia) หรือภาวะสมองเสื่อมที่เกี่ยวข้องกับสมองส่วนหน้าฝ่อ(Frontotemporal dementia) ดังนั้น เมื่อพบความจำหรือความสามารถในการคิดเปลี่ยนไปจากเดิม จึงควรได้รับการประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแนวทางดูแลให้เหมาะสม

อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ แต่ละระยะเป็นอย่างไร

แบ่งได้เป็น 3 ระยะหลัก ได้แก่ ระยะเริ่มต้น ระยะปานกลาง และระยะรุนแรง โดยแต่ละระยะส่งผลต่อความสามารถในการใช้ชีวิตและการดูแลตัวเองแตกต่างกัน และโรคอาจดำเนินเร็วหรือช้าไม่เท่ากันในผู้ป่วยแต่ละคน 

ระยะเริ่มต้น

ผู้ป่วยยังสามารถใช้ชีวิตและดูแลตัวเองได้เป็นส่วนใหญ่ แต่กิจกรรมบางอย่างอาจเริ่มทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องวางแผนหรือมีหลายขั้นตอน คนใกล้ชิดอาจเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง แม้ผู้ป่วยจะยังทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง 

ระยะปานกลาง

ผู้ป่วยเริ่มต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น การเตรียมอาหาร การรับประทานยา การจัดการเงิน หรือการแต่งตัว รวมถึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านการนอน อารมณ์ และพฤติกรรม ครอบครัวจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการดูแลและคำนึงถึงความปลอดภัยมากขึ้น

ระยะรุนแรง

ผู้ป่วยต้องพึ่งพาผู้ดูแลในการทำกิจวัตรประจำวันเป็นส่วนใหญ่ ความสามารถในการสื่อสารและการเคลื่อนไหวอาจลดลง รวมถึงอาจมีปัญหาเรื่องการรับประทานอาหารและการกลืน การดูแลในระยะนี้จึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โภชนาการ การป้องกันภาวะแทรกซ้อน และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ทั้งนี้ การแบ่งระยะช่วยให้แพทย์และครอบครัววางแผนการรักษาและการดูแลได้เหมาะสมมากขึ้น แต่ไม่สามารถใช้ระยะของโรค เพื่อระบุได้อย่างแน่นอนว่าโรคจะดำเนินเร็วแค่ไหนหรือผู้ป่วยจะมีอายุขัยเท่าไร

แพทย์วินิจฉัยอัลไซเมอร์ได้อย่างไร

การวินิจฉัยโรคไม่ได้พิจารณาจากอาการหลงลืมเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินทั้งความจำ ความคิด พฤติกรรม และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงตรวจหาสาเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดความผิดปกติคล้ายกัน

การประเมินอาจประกอบด้วย

  • ซักประวัติและประเมินความเปลี่ยนแปลง เช่น เริ่มมีปัญหาด้านความจำตั้งแต่เมื่อไร อาการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และส่งผลต่อชีวิตประจำวันมากน้อยเพียงใด โดยอาจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากคนในครอบครัวหรือผู้ดูแล
  • ทดสอบการทำงานของสมอง เพื่อประเมินความจำ สมาธิ ภาษา การวางแผน และการตัดสินใจ
  • ตรวจร่างกายและระบบประสาท เพื่อค้นหาความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้อง
  • ตรวจเลือด เพื่อช่วยค้นหาภาวะอื่นที่อาจส่งผลต่อความจำและการคิด, ตรวจหา Amyloid-beta ในเลือด
  • ตรวจภาพสมอง เช่น MRI, CT หรือ PET Scan เพื่อดูโครงสร้างของสมองและช่วยแยกสาเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการคล้ายกัน

ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสารบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarkers) ที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ เช่น การตรวจเลือด หรือน้ำไขสันหลัง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอาการ ระยะของโรค และความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละคน

การเข้ารับการตรวจตั้งแต่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ช่วยให้ทราบสาเหตุและวางแผนการดูแลได้เร็วขึ้น รวมถึงช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวเตรียมความพร้อมเรื่องการรักษา ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตในระยะต่อไป

พญ. ดวงกมล สิงห์วิชา อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท – การรับรู้และพฤติกรรม โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล แนะนำว่า หากสังเกตว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีความจำ ความคิด หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมจนเริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ เพราะอาการหลงลืมอาจเกิดได้จากหลายภาวะ การตรวจพบสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้วางแผนการรักษาและการดูแลได้อย่างเหมาะสม

อัลไซเมอร์รักษาได้อย่างไร

ปัจจุบันเริ่มมีการรักษาให้หายขาดได้ แต่อาจต้องได้รับการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป รวมทั้งมียาเพื่อชะลออาการให้ผู้ป่วยดูแลตัวเองและใช้ชีวิตประจำวันได้ดีนานขึ้น โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางรักษาตามอาการ ระยะของโรค และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยอาจใช้ยาเพื่อช่วยเรื่องความจำและการคิด ส่วนผู้ป่วยระยะเริ่มต้นบางราย อาจมีทางเลือกในการรักษาที่ช่วยชะลอการดำเนินของโรค ซึ่งแพทย์จะประเมินความเหมาะสมและติดตามผลอย่างใกล้ชิด

นอกจากการรักษาด้วยยา การดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญเช่นกัน เช่น การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และทำกิจกรรมที่เหมาะกับความสามารถของผู้ป่วย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

อ่านเพิ่มเติม: แนวทางการดูแลและรักษาโรคอัลไซเมอร์ 

ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างไรให้ปลอดภัย

การดูแลผู้ป่วยควรเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองได้มากที่สุดตามความสามารถ พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยและปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับระยะของโรค โดยครอบครัวสามารถเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว ดังนี้

  • จัดกิจวัตรให้สม่ำเสมอ เช่น ตื่นนอน รับประทานอาหาร รับประทานยา ออกกำลังกาย และเข้านอนในเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อช่วยลดความสับสนจากการเปลี่ยนแปลงที่ไม่จำเป็น
  • จัดบ้านให้ปลอดภัยและใช้งานง่าย ดูแลให้มีแสงสว่างเพียงพอ ทางเดินโล่ง ลดสิ่งกีดขวางหรือจุดที่เสี่ยงต่อการสะดุดล้ม และวางของใช้ที่จำเป็นไว้ในตำแหน่งเดิม
  • ป้องกันการหลงทาง หากผู้ป่วยเริ่มจำเส้นทางไม่ได้ ควรดูแลทางเข้าออกของบ้านให้เหมาะสม และเตรียมข้อมูลติดต่อครอบครัวไว้กับผู้ป่วย
  • ช่วยดูแลเรื่องยาและการเงิน เมื่อผู้ป่วยเริ่มจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ยากขึ้น คนในครอบครัวควรเข้ามาช่วยดูแล โดยยังเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในสิ่งที่สามารถทำหรือตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
  • สื่อสารอย่างเข้าใจผู้ป่วย ใช้ประโยคสั้นและชัดเจน ให้เวลาในการตอบ และหลีกเลี่ยงการโต้เถียงเมื่อผู้ป่วยจดจำเรื่องราวแตกต่างจากที่เกิดขึ้น หากมีอารมณ์หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป ควรสังเกตสาเหตุและช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสงบและปลอดภัย 

นอกจากการดูแลผู้ป่วยแล้ว สุขภาพของผู้ดูแลก็สำคัญเช่นกัน ครอบครัวควรแบ่งหน้าที่กันดูแล มีเวลาพัก และขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์เมื่อจำเป็น เพื่อให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง

ดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงเกิดอัลไซเมอร์

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีที่สามารถป้องกันได้อย่างแน่นอน แต่การดูแลสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมและส่งเสริมสุขภาพสมองในระยะยาว โดยสามารถเริ่มดูแลได้ดังนี้

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกกิจกรรมที่เหมาะกับวัยและสุขภาพ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน เพื่อช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ หลอดเลือด และสมอง
  • ควบคุมโรคประจำตัวให้เหมาะสม โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด พร้อมตรวจสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และแหล่งโปรตีนที่เหมาะสม พร้อมลดอาหารที่มีน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว หรือโซเดียมสูง
  • มีกิจกรรมที่ใช้ความคิดและเข้าสังคม เช่น อ่านหนังสือ เรียนรู้สิ่งใหม่ ทำงานอดิเรก หรือพบปะพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อน เพื่อให้สมองได้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง
  • นอนหลับให้เพียงพอ และดูแลปัญหาการนอน หากนอนไม่หลับเป็นประจำ กรนรุนแรง หรือสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาแพทย์
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดูแลสุขภาพโดยรวม รวมถึงป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะ เช่น คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์

การดูแลสุขภาพสมองควรทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยกลางคน ไม่จำเป็นต้องรอจนเริ่มมีปัญหาด้านความจำ เพราะหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสมองสามารถปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

สรุป

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่ส่งผลต่อความจำ ความคิด และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยอาการจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามระยะของโรค 

คำถามที่พบบ่อย

โรคอัลไซเมอร์ อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร?

อาการเริ่มต้นที่พบบ่อย คือ ความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ใหม่ลดลง เช่น ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามเรื่องเดิมซ้ำ หรือจำข้อมูลใหม่ได้ยาก นอกจากนี้ อาจเริ่มมีปัญหาเรื่องการวางแผน การใช้ภาษา การตัดสินใจ หรือสับสนเรื่องเวลาและสถานที่ หากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องและเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์

อัลไซเมอร์ หายได้ไหม?

ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่รักษาให้ดีขึ้นได้

อาการอัลไซเมอร์ ระยะสุดท้ายเป็นอย่างไร?

ในระยะรุนแรง ผู้ป่วยมักต้องได้รับความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ความสามารถในการสื่อสารและเคลื่อนไหวอาจลดลง รวมถึงอาจมีปัญหาด้านการรับประทานอาหารและการกลืน การดูแลจึงเน้นความปลอดภัย ความสบาย และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

โรคอัลไซเมอร์มีวิธีรักษาอย่างไร?

การรักษาขึ้นอยู่กับอาการและระยะของโรค โดยปัจจุบันเริ่มมีการรักษาให้ดีขึ้นได้ ในระยเริ่มต้น ดังนั้นการสังเกตความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกและเข้ารับการตรวจอย่างเหมาะสม จะช่วยให้วางแผนการรักษาและการดูแลได้เร็วขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

อาการอัลไซเมอร์ ก่อนเสียชีวิตเป็นอย่างไร?

ในระยะท้ายของโรค ผู้ป่วยอาจช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง สื่อสารและเคลื่อนไหวได้จำกัด รวมถึงอาจมีปัญหาในการรับประทานอาหารหรือการกลืน จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัย ความสบาย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในปั้นปลายของชีวิต

Medically Reviewed by

พญ. ดวงกมล สิงห์วิชา
พญ. ดวงกมล สิงห์วิชา

อายุรศาสตร์โรคสมองและระบบประสาท

อายุรศาสตร์โรคสมองและระบบประสาท - การรับรู้และพฤติกรรม

Readers’ Rating

0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)