สัตว์กัด–ข่วน อย่าคิดว่าเรื่องเล็ก เพราะโรคพิษสุนัขบ้าอันตรายถึงชีวิต

บทความสุขภาพ
  • โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อไวรัสที่ส่งผลต่อสมองและระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อโรคเริ่มแสดงอาการจะมีความรุนแรงมากและเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • หลังได้รับเชื้ออาจยังไม่แสดงอาการเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน การที่แผลหายหรือยังรู้สึกปกติไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง
  • หากถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีแผล ควรล้างด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 15 นาที และเข้ารับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว
  • ช่วงสำคัญที่สุด คือ ก่อนเริ่มมีอาการ เพราะการดูแลหลังสัมผัสเชื้ออย่างเหมาะสมสามารถป้องกันไม่ให้โรคเกิดขึ้นได้

โรคพิษสุนัขบ้า อันตรายเมื่อเชื้อไวรัสส่งผลต่อระบบประสาท 

โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อ Rabies virus ซึ่งสามารถพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะค่อย ๆ เคลื่อนตามเส้นประสาทไปยังสมองและไขสันหลัง จนส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทอย่างรุนแรง

โดยอันตรายของโรคนี้คือ ผู้ที่ได้รับเชื้ออาจยังรู้สึกปกติในช่วงแรก บาดแผลอาจมีขนาดเล็กหรือเริ่มหายจนดูไม่น่ากังวล แต่ถ้าโรคดำเนินไปจนเริ่มแสดงอาการแล้ว จะมีความรุนแรงและอาจอันตรายถึงชีวิต

ส่วนคำว่า “โรคกลัวน้ำ” ที่หลายคนชอบเรียกโรคพิษสุนัขบ้า มาจากหนึ่งในอาการที่อาจพบเมื่อโรครุนแรงขึ้น โดยผู้ป่วยอาจมีปัญหาในการกลืนและเกิดการเกร็ง เมื่อพยายามดื่มน้ำจากความผิดปกติของระบบประสาท ไม่ใช่ความกลัวน้ำในความหมายทั่วไป และผู้ป่วยไม่ได้มีอาการนี้เหมือนกันทุกราย

แม้ชื่อโรคจะทำให้นึกถึงสุนัขเป็นอันดับแรก แต่แมว ค้างคาว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ ก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน หากถูกกัดหรือข่วนก็ควรสังเกตชนิดของสัตว์และลักษณะบาดแผล เพื่อประเมินความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

การติดต่อของเชื้อพิษสุนัขบ้าจากสัตว์สู่คน

เชื้อพิษสุนัขบ้าสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับบาดแผลหรือเยื่อบุต่าง ๆ เช่น ตา ปาก และจมูก

การสัมผัสที่อาจมีความเสี่ยง ได้แก่

  • ถูกสัตว์กัดหรือข่วนจนผิวหนังแตก เป็นแผล หรือมีเลือดออก
  • น้ำลายสัตว์สัมผัสบาดแผลหรือรอยถลอก รวมถึงการถูกเลียบริเวณที่มีแผล
  • น้ำลายสัตว์เข้าตา ปาก หรือจมูก
  • สัมผัสค้างคาวโดยตรง

ส่วนการสัมผัสตัวสัตว์ ให้อาหาร หรือถูกเลียบนผิวหนังที่ไม่มีบาดแผล โดยทั่วไปไม่ถือเป็นการสัมผัสเชื้อที่ต้องได้รับการป้องกันหลังสัมผัส แต่ถ้าไม่แน่ใจว่ามีรอยถลอกหรือแผลเล็ก ๆ ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน 

อาการพิษสุนัขบ้าในคน ตั้งแต่ระยะฟักตัวถึงระยะรุนแรง 

หลังได้รับเชื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะยังไม่มีอาการทันที แต่จะมีระยะฟักตัวก่อน จากนั้นจึงเริ่มมีอาการและรุนแรงขึ้น เมื่อเชื้อเข้าสู่สมองและระบบประสาท 

ระยะฟักตัว ช่วงก่อนเริ่มมีอาการ

โดยทั่วไป ระยะนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2–3 เดือน แต่อาจมีระยะสั้นประมาณ 1 สัปดาห์หรือนานถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งที่ได้รับเชื้อและปริมาณเชื้อที่เข้าสู่ร่างกาย

หลังผู้ป่วยได้รับเชื้อ บางคนอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนถึงจะเริ่มมีอาการ แม้บาดแผลจะหายดีแล้วก็ยังไม่ควรชะล่าใจ เพราะอาจยังอยู่ในระยะฟักตัว แต่ถ้าได้รับการดูแลหลังสัมผัสเชื้ออย่างเหมาะสมในช่วงนี้ ก็สามารถป้องกันไม่ให้โรคเกิดขึ้นได้ 

ระยะเริ่มมีอาการ

ในช่วงแรกอาจคล้ายการเจ็บป่วยทั่วไป ทำให้สังเกตได้ไม่ยาก โดยอาการที่อาจพบ ได้แก่

  • มีไข้
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลียหรือรู้สึกไม่สบายตัว
  • ปวดบริเวณที่เคยถูกกัดหรือข่วน
  • คัน แสบ ชา หรือรู้สึกคล้ายมีเข็มทิ่มบริเวณแผลเดิม

อาการปวด แสบ หรือความรู้สึกผิดปกติบริเวณแผลเดิมอาจเกิดขึ้นได้แม้บาดแผลภายนอกจะหายแล้ว และหลังจากนั้นอาการทางระบบประสาทอาจเริ่มชัดเจนขึ้น

ระยะที่ระบบประสาทเริ่มผิดปกติ

เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและส่งผลต่อสมอง อาการจะเริ่มรุนแรงและชัดเจนขึ้น โดยผู้ป่วยอาจมีอาการได้ 2 รูปแบบหลัก ๆ

กระสับกระส่าย (Furious rabies)
ผู้ป่วยอาจมีอาการกระวนกระวาย สับสน มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เห็นภาพหลอน กลืนลำบาก น้ำลายออกมาก รวมถึงกลัวลมหรือกลัวน้ำ 

อัมพาต (Paralytic rabies)

ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการกระสับกระส่ายหรือกลัวน้ำเด่นชัด แต่จะเริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรืออัมพาต แล้วค่อย ๆ ลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย และในระยะรุนแรงอาจเข้าสู่ภาวะโคม่าได้ รูปแบบนี้พบประมาณ 20% ของผู้ป่วย และอาจสังเกตได้ยากกว่าอาการกระสับกระส่าย 

เมื่อโรคเริ่มแสดงอาการแล้ว การรักษาจะทำได้ยากมาก และยังไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผลแน่นอน ผู้ป่วยจึงมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก หากมีประวัติสัมผัสสัตว์ที่อาจมีความเสี่ยง ไม่ควรรอให้เริ่มมีอาการก่อนจึงพบแพทย์

5 สิ่งที่ควรทำหลังถูกสัตว์กัดหรือข่วน

หลังถูกสัตว์กัดหรือข่วน ควรรีบดูแลบาดแผลและไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะการดูแลอย่างเหมาะสมก่อนเริ่มมีอาการ สามารถป้องกันเชื้อไม่ให้เข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและก่อให้เกิดโรคพิษสุนัขบ้าได้ 

  • ล้างแผลทันที ด้วยสบู่และน้ำไหลให้ทั่วอย่างน้อย 15 นาที
  • ทำความสะอาดแผลเพิ่มเติม ด้วยสารฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เช่น โพวิโดนไอโอดีน หากมี
  • ไปพบแพทย์โดยเร็ว แม้แผลจะมีขนาดเล็ก เพื่อให้แพทย์พิจารณาจากชนิดของสัตว์ ลักษณะบาดแผล ตำแหน่งที่ถูกกัดหรือข่วน และประวัติการได้รับวัคซีน
  • รับการป้องกันตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งอาจเป็นการฉีดวัคซีน และในบางกรณีอาจต้องได้รับอิมมูโนโกลบูลินร่วมด้วย
  • สังเกตอาการของสุนัขหรือแมวหลังเกิดเหตุ หากสามารถติดตามสัตว์ตัวนั้นได้ ควรกักและสังเกตอาการต่อเนื่องเป็นเวลา 10 วัน หากสัตว์มีอาการผิดปกติ ป่วย หรือตายในช่วงนี้ ควรแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที ส่วนผู้ที่ถูกสัตว์กัดหรือข่วนควรไปพบแพทย์โดยเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอผลการสังเกตสัตว์ครบ 10 วัน เพราะการติดตามอาการของสัตว์เป็นเพียงข้อมูลประกอบการดูแล  

พญ. วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า การดูแลหลังถูกสัตว์กัดหรือข่วนควรเริ่มตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ไม่ควรรอให้มีอาการผิดปกติก่อน เพราะในช่วงที่โรคยังไม่แสดงอาการ การได้รับการดูแลและป้องกันอย่างเหมาะสมยังมีบทบาทสำคัญในการหยุดเชื้อพิษสุนับบ้าก่อนเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง

การป้องกันพิษสุนัขบ้าในชีวิตประจำวัน

การป้องกันเริ่มได้ตั้งแต่ก่อนถูกสัตว์กัดหรือข่วน ทั้งจากการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสมและลดโอกาสสัมผัสสัตว์ที่อาจมีความเสี่ยง โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  • พาสัตว์เลี้ยงไปรับวัคซีนตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ โดยเฉพาะสุนัขและแมว ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นควรสอบถามสัตวแพทย์ตามชนิดของสัตว์
  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ จับ หรือรบกวนสัตว์ที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะสัตว์จรจัด สัตว์ป่า หรือสัตว์ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำลายสัตว์กับบาดแผล ตา ปาก หรือจมูก และล้างมือหลังสัมผัสสัตว์
  • ผู้ที่สัมผัสสัตว์บ่อยหรือมีความเสี่ยงสูง เช่น จากลักษณะงานหรือการเดินทาง สามารถปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าล่วงหน้าได้
  • แม้เคยได้รับวัคซีนป้องกันล่วงหน้าแล้ว หากถูกสัตว์ที่อาจมีความเสี่ยงกัดหรือข่วน ก็ยังควรไปพบแพทย์ เพื่อพิจารณาการดูแลหลังสัมผัสเชื้อที่เหมาะสม

สรุป

โรคพิษสุนัขบ้าสามารถป้องกันได้หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก่อนเริ่มมีอาการ ดังนั้น หลังถูกสัตว์กัด ข่วน หรือน้ำลายสัมผัสบาดแผล ควรล้างแผลทันทีและไปพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอให้บาดแผลมีอาการหรือรอให้สัตว์แสดงความผิดปกติก่อน

คำถามที่พบบ่อย

อาการของพิษสุนัขบ้าเริ่มต้นอย่างไร

ระยะแรกอาจมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และมีอาการปวด คัน แสบ ชา หรือรู้สึกผิดปกติบริเวณที่เคยถูกกัดหรือข่วน แม้บาดแผลภายนอกจะหายแล้วก็ตามระยะแรกอาจมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และมีอาการปวด คัน แสบ ชา หรือรู้สึกผิดปกติบริเวณที่เคยถูกกัดหรือข่วน แม้บาดแผลภายนอกจะหายแล้วก็ตาม

พิษสุนัขบ้าเกิดจากอะไร

เกิดจากเชื้อ Rabies virus ซึ่งแพร่จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสู่คนผ่านน้ำลาย โดยมักเกิดจากการถูกกัด ข่วน หรือน้ำลายสัตว์สัมผัสบาดแผล ตา ปาก หรือจมูก

อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในคนเมื่อรุนแรงขึ้นเป็นอย่างไร

เมื่อเชื้อส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ป่วยอาจมีอาการกระสับกระส่าย สับสน กลืนลำบาก กลัวน้ำ กลัวลม หรือมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและอัมพาต

พิษสุนัขบ้ารักษาหายไหม

หากสัมผัสเชื้อแต่ยังไม่มีอาการ การดูแลหลังสัมผัสเชื้ออย่างเหมาะสมสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ แต่เมื่อโรคเริ่มแสดงอาการแล้ว การรักษาจะทำได้ยากมากและมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง

ระยะฟักตัวของพิษสุนัขบ้านานแค่ไหนระยะฟักตัวของพิษสุนัขบ้านานแค่ไหน

โดยทั่วไปประมาณ 2–3 เดือน แต่อาจสั้นประมาณ 1 สัปดาห์ หรือนานถึง 1 ปี ได้ ระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละคน จึงไม่ควรรอให้อาการเกิดขึ้นก่อนจึงไปพบแพทย์

Medically Reviewed by

พญ. วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์
พญ. วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์

อายุรศาสตร์

อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ

Readers’ Rating

0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)