ต่อมลูกหมากโต รักษาด้วยเทคนิค PAE ไม่ต้องผ่าตัด กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ
คุณผู้ชายเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่? ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือกลั้นไม่อยู่ รู้สึกปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ

เลือกอ่านตามหัวข้อ
โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อ Rabies virus ซึ่งสามารถพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะค่อย ๆ เคลื่อนตามเส้นประสาทไปยังสมองและไขสันหลัง จนส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทอย่างรุนแรง
โดยอันตรายของโรคนี้คือ ผู้ที่ได้รับเชื้ออาจยังรู้สึกปกติในช่วงแรก บาดแผลอาจมีขนาดเล็กหรือเริ่มหายจนดูไม่น่ากังวล แต่ถ้าโรคดำเนินไปจนเริ่มแสดงอาการแล้ว จะมีความรุนแรงและอาจอันตรายถึงชีวิต
ส่วนคำว่า “โรคกลัวน้ำ” ที่หลายคนชอบเรียกโรคพิษสุนัขบ้า มาจากหนึ่งในอาการที่อาจพบเมื่อโรครุนแรงขึ้น โดยผู้ป่วยอาจมีปัญหาในการกลืนและเกิดการเกร็ง เมื่อพยายามดื่มน้ำจากความผิดปกติของระบบประสาท ไม่ใช่ความกลัวน้ำในความหมายทั่วไป และผู้ป่วยไม่ได้มีอาการนี้เหมือนกันทุกราย
แม้ชื่อโรคจะทำให้นึกถึงสุนัขเป็นอันดับแรก แต่แมว ค้างคาว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ ก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน หากถูกกัดหรือข่วนก็ควรสังเกตชนิดของสัตว์และลักษณะบาดแผล เพื่อประเมินความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
เชื้อพิษสุนัขบ้าสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับบาดแผลหรือเยื่อบุต่าง ๆ เช่น ตา ปาก และจมูก
การสัมผัสที่อาจมีความเสี่ยง ได้แก่
ส่วนการสัมผัสตัวสัตว์ ให้อาหาร หรือถูกเลียบนผิวหนังที่ไม่มีบาดแผล โดยทั่วไปไม่ถือเป็นการสัมผัสเชื้อที่ต้องได้รับการป้องกันหลังสัมผัส แต่ถ้าไม่แน่ใจว่ามีรอยถลอกหรือแผลเล็ก ๆ ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน
หลังได้รับเชื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะยังไม่มีอาการทันที แต่จะมีระยะฟักตัวก่อน จากนั้นจึงเริ่มมีอาการและรุนแรงขึ้น เมื่อเชื้อเข้าสู่สมองและระบบประสาท
โดยทั่วไป ระยะนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2–3 เดือน แต่อาจมีระยะสั้นประมาณ 1 สัปดาห์หรือนานถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งที่ได้รับเชื้อและปริมาณเชื้อที่เข้าสู่ร่างกาย
หลังผู้ป่วยได้รับเชื้อ บางคนอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนถึงจะเริ่มมีอาการ แม้บาดแผลจะหายดีแล้วก็ยังไม่ควรชะล่าใจ เพราะอาจยังอยู่ในระยะฟักตัว แต่ถ้าได้รับการดูแลหลังสัมผัสเชื้ออย่างเหมาะสมในช่วงนี้ ก็สามารถป้องกันไม่ให้โรคเกิดขึ้นได้
ในช่วงแรกอาจคล้ายการเจ็บป่วยทั่วไป ทำให้สังเกตได้ไม่ยาก โดยอาการที่อาจพบ ได้แก่
อาการปวด แสบ หรือความรู้สึกผิดปกติบริเวณแผลเดิมอาจเกิดขึ้นได้แม้บาดแผลภายนอกจะหายแล้ว และหลังจากนั้นอาการทางระบบประสาทอาจเริ่มชัดเจนขึ้น
เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและส่งผลต่อสมอง อาการจะเริ่มรุนแรงและชัดเจนขึ้น โดยผู้ป่วยอาจมีอาการได้ 2 รูปแบบหลัก ๆ
กระสับกระส่าย (Furious rabies)
ผู้ป่วยอาจมีอาการกระวนกระวาย สับสน มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เห็นภาพหลอน กลืนลำบาก น้ำลายออกมาก รวมถึงกลัวลมหรือกลัวน้ำ
อัมพาต (Paralytic rabies)
ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการกระสับกระส่ายหรือกลัวน้ำเด่นชัด แต่จะเริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรืออัมพาต แล้วค่อย ๆ ลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย และในระยะรุนแรงอาจเข้าสู่ภาวะโคม่าได้ รูปแบบนี้พบประมาณ 20% ของผู้ป่วย และอาจสังเกตได้ยากกว่าอาการกระสับกระส่าย
เมื่อโรคเริ่มแสดงอาการแล้ว การรักษาจะทำได้ยากมาก และยังไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผลแน่นอน ผู้ป่วยจึงมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก หากมีประวัติสัมผัสสัตว์ที่อาจมีความเสี่ยง ไม่ควรรอให้เริ่มมีอาการก่อนจึงพบแพทย์
หลังถูกสัตว์กัดหรือข่วน ควรรีบดูแลบาดแผลและไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะการดูแลอย่างเหมาะสมก่อนเริ่มมีอาการ สามารถป้องกันเชื้อไม่ให้เข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและก่อให้เกิดโรคพิษสุนัขบ้าได้
พญ. วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า การดูแลหลังถูกสัตว์กัดหรือข่วนควรเริ่มตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ไม่ควรรอให้มีอาการผิดปกติก่อน เพราะในช่วงที่โรคยังไม่แสดงอาการ การได้รับการดูแลและป้องกันอย่างเหมาะสมยังมีบทบาทสำคัญในการหยุดเชื้อพิษสุนับบ้าก่อนเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง
การป้องกันเริ่มได้ตั้งแต่ก่อนถูกสัตว์กัดหรือข่วน ทั้งจากการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสมและลดโอกาสสัมผัสสัตว์ที่อาจมีความเสี่ยง โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
โรคพิษสุนัขบ้าสามารถป้องกันได้หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก่อนเริ่มมีอาการ ดังนั้น หลังถูกสัตว์กัด ข่วน หรือน้ำลายสัมผัสบาดแผล ควรล้างแผลทันทีและไปพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอให้บาดแผลมีอาการหรือรอให้สัตว์แสดงความผิดปกติก่อน
ระยะแรกอาจมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และมีอาการปวด คัน แสบ ชา หรือรู้สึกผิดปกติบริเวณที่เคยถูกกัดหรือข่วน แม้บาดแผลภายนอกจะหายแล้วก็ตามระยะแรกอาจมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และมีอาการปวด คัน แสบ ชา หรือรู้สึกผิดปกติบริเวณที่เคยถูกกัดหรือข่วน แม้บาดแผลภายนอกจะหายแล้วก็ตาม
เกิดจากเชื้อ Rabies virus ซึ่งแพร่จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสู่คนผ่านน้ำลาย โดยมักเกิดจากการถูกกัด ข่วน หรือน้ำลายสัตว์สัมผัสบาดแผล ตา ปาก หรือจมูก
เมื่อเชื้อส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ป่วยอาจมีอาการกระสับกระส่าย สับสน กลืนลำบาก กลัวน้ำ กลัวลม หรือมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและอัมพาต
หากสัมผัสเชื้อแต่ยังไม่มีอาการ การดูแลหลังสัมผัสเชื้ออย่างเหมาะสมสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ แต่เมื่อโรคเริ่มแสดงอาการแล้ว การรักษาจะทำได้ยากมากและมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง
โดยทั่วไปประมาณ 2–3 เดือน แต่อาจสั้นประมาณ 1 สัปดาห์ หรือนานถึง 1 ปี ได้ ระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละคน จึงไม่ควรรอให้อาการเกิดขึ้นก่อนจึงไปพบแพทย์