ต่อมลูกหมากโต รักษาด้วยเทคนิค PAE ไม่ต้องผ่าตัด กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ
คุณผู้ชายเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่? ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือกลั้นไม่อยู่ รู้สึกปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ต่อมหมวกไตเป็นต่อมขนาดเล็กที่อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนสำคัญหลายชนิด เช่น
โดยภาวะต่อมหมวกไตผิดปกติ คือ ภาวะที่ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนไม่สมดุล อาจสร้างฮอร์โมนน้อยหรือมากเกินไป มีก้อนหรือเนื้องอกที่ส่งผลต่อการทำงานซึ่งความผิดปกติเหล่านี้อาจกระทบต่อหลายระบบของร่างกาย ตั้งแต่ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล สมดุลน้ำและเกลือแร่ ไปจนถึงการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียดและความเจ็บป่วย
เมื่อการผลิตฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อาการจึงแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่มหรือลดผิดปกติ ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ ใจสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือระดับน้ำตาลและเกลือแร่ผิดปกติ
การทำงานผิดปกติไม่ได้มาจากต่อมหมวกไตอย่างเดียว เพราะการทำงานยังเชื่อมโยงกับต่อมใต้สมองและระบบฮอร์โมนอื่น ๆ ในร่างกาย สาเหตุจึงอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
ความผิดปกติของต่อมหมวกไตมีได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและฮอร์โมนที่ได้รับผลกระทบ บางภาวะทำให้ฮอร์โมนน้อยเกินไป ขณะที่บางภาวะทำให้ฮอร์โมนสูงกว่าปกติ
โดยทั่วไป ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับต่อมหมวกไตสามารถแบ่งได้ 3 ประเภทหลัก ๆ ซึ่งอาการจะแตกต่างไปในแต่ละคน บางคนอาการค่อย ๆ เกิดขึ้นและคล้ายกับปัญหาสุขภาพทั่วไป จึงควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือหลายอาการร่วมกัน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
เรียกว่า ภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง โดยร่างกายมีคอร์ติซอลและอัลโดสเตอโรนไม่เพียงพอ โดยต่อมหมวกไตผิดปกติ อาการที่พบบ่อย เช่น
อาจเกิดจากระดับคอร์ติซอล อัลโดสเตอโรน ฮอร์โมนเพศ หรืออะดรีนาลีน หรือฮอร์โมนชนิดอื่นสูงกว่าปกติ ซึ่งอาการจะแตกต่างตามปริมาณฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น เช่น
ก้อนต่อมหมวกไตหลายก้อนไม่ทำให้เกิดอาการ และอาจตรวจพบโดยบังเอิญจาก CT Scan หรือ MRI ที่ทำด้วยเหตุผลอื่น หากก้อนเนื้อสามารถสร้างฮอร์โมน อาการที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนนั้น ในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจมีอาการเพิ่มเติม เช่น
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเกิดจากต่อมหมวกไตเสมอไป เพราะสามารถพบได้ในโรคหรือภาวะอื่นเช่นกัน หากอาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีหลายอาการร่วมกัน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่หาสาเหตุไม่ได้ ควรเข้ารับการตรวจ เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน
ควรรีบเข้ารับการรักษาหากมีอาการรุนแรงหรือเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น
อาการอ่อนแรงรุนแรง อาเจียนต่อเนื่อง ความดันโลหิตต่ำ สับสน หรือหมดสติ อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะวิกฤตต่อมหมวกไต (Adrenal Crisis) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน แม้ผู้ป่วยบางรายอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง
ความผิดปกติของต่อมหมวกไตส่วนใหญ่ เกิดจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลหรือการเกิดเนื้องอกที่สร้างฮอร์โมนได้เอง ซึ่งสามารถแสดงออกมาได้หลากหลายโรค โดยโรคสำคัญที่พบได้บ่อย ได้แก่
ภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง เกิดเมื่อร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และการตอบสนองต่อความเครียด สาเหตุอาจมาจากต่อมหมวกไตหรือระบบที่ควบคุมการสร้างฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ได้แก่ ต่อมใต้สมอง ที่อาจเกิดจากการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานแล้วลดหรือหยุดยาเร็วเกินไป
โรคแอดดิสัน (Addison’s Disease) เป็นภาวะต่อมหมวกไตบกพร่องที่เกิดจากต่อมหมวกไตเสียหายโดยตรง ทำให้สร้างคอร์ติซอล และอัลโดสเตอโรนลดลง
กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing’s Syndrome) คือ ภาวะที่ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงเกินไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเกิดจากการใช้ยาสเตียรอยด์ หรือจากความผิดปกติที่ทำให้ร่างกายสร้างคอร์ติซอลมากกว่าปกติ เมื่อระดับคอร์ติซอลสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ระดับน้ำตาลและความดันโลหิตสูงขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงทำให้มวลกระดูกลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนในระยะยาว
ภาวะอัลโดสเตอโรนสูง คือ ภาวะที่ต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนอัลโดสเตอโรนมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากก้อนที่ต่อมหมวกไตข้างใดข้างหนึ่ง หรือจากต่อมทั้งสองข้างทำงานมากกว่าปกติ ฮอร์โมนชนิดนี้มีหน้าที่ช่วยควบคุมสมดุลของโซเดียม โพแทสเซียม และความดันโลหิต เมื่อมีมากเกินไป ร่างกายอาจกักเก็บโซเดียมและน้ำมากขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูง และบางรายมีระดับโพแทสเซียมต่ำจนเกิดอาการอ่อนแรงหรือเป็นตะคริวได้
เนื้องอกฟีโอโครโมไซโตมา (Pheochromocytoma) เป็นเนื้องอกที่เกิดบริเวณส่วนในของต่อมหมวกไต และอาจสร้างฮอร์โมนอะดรีนาลีนหรือนอร์อะดรีนาลีนมากกว่าปกติ ฮอร์โมนเหล่านี้มีผลต่อการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต จึงอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น ปวดศีรษะ เหงื่อออกมาก หรือความดันโลหิตสูงเป็นช่วง ๆ การรักษาจึงต้องประเมินระดับฮอร์โมนและเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด
การตรวจวินิจฉัยจะเริ่มจากการซักประวัติและประเมินอาการร่วมกัน เช่น น้ำหนักที่เปลี่ยนไป ความดันโลหิต อาการอ่อนเพลีย ใจสั่น หรือความผิดปกติอื่น ๆ รวมถึงโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ แพทย์จะเลือกวิธีการตรวจให้เหมาะสมกับความผิดปกติที่สงสัยในผู้ป่วยแต่ละราย โดยไม่จำเป็นต้องตรวจทุกรายการ
แพทย์อาจเริ่มจากการตรวจเลือด เพื่อดูค่าพื้นฐานของร่างกาย เช่น โซเดียม โพแทสเซียม น้ำตาลในเลือด และการทำงานของไต รวมถึงตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง เช่น คอร์ติซอลและอัลโดสเตอโรน ผลตรวจจะช่วยให้เห็นว่ามีความผิดปกติของฮอร์โมนหรือเกลือแร่ไหม และช่วยกำหนดว่าควรตรวจอะไรเพิ่มเติม
ฮอร์โมนบางชนิดมีระดับเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา การตรวจเพียงครั้งเดียวจึงอาจยังไม่เพียงพอ แพทย์อาจเลือกตรวจเพิ่มเติมตามโรคที่สงสัย เช่น
ค่าฮอร์โมนอาจได้รับผลจากช่วงเวลาที่ตรวจ ความเครียด และยาบางชนิด จึงควรแจ้งยาที่ใช้อยู่ทั้งหมดให้แพทย์ทราบ และไม่ควรหยุดหรือปรับยาเองก่อนเข้ารับการตรวจ
หากผลตรวจฮอร์โมนหรืออาการบ่งชี้ว่าควรตรวจต่อ แพทย์อาจใช้ CT Scan หรือ MRI เพื่อดูรูปร่าง ขนาด และลักษณะของต่อมหมวกไต รวมถึงตรวจหาก้อนหรือเนื้องอกที่อาจเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การพบก้อนเนื้อไม่ได้หมายความว่าก้อนนั้นเป็นสาเหตุของความผิดปกติเสมอไป แพทย์จึงต้องพิจารณา ผล CT Scan หรือ MRI ร่วมกับระดับฮอร์โมนและอาการของผู้ป่วยก่อนสรุปผล
พ.ท.หญิง พญ. มนาภรณ์ ปายะนันทน์ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า การประเมินความผิดปกติของต่อมหมวกไตไม่ควรดูเพียงว่าค่าฮอร์โมนสูงหรือต่ำกว่าปกติ แต่ต้องพิจารณาร่วมกับอาการ ช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่าง ยาที่ใช้อยู่ และผลตรวจอื่น ๆ เพื่อช่วยระบุสาเหตุและวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม
การรักษาจะพิจารณาจากสาเหตุและลักษณะของความผิดปกติเป็นหลัก โดยวิธีรักษาจึงแตกต่างกันในแต่ละคน
หากร่างกายมีฮอร์โมนน้อยเกินไป แพทย์อาจให้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อให้ระดับฮอร์โมนกลับมาเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย บางรายอาจต้องได้รับยาทดแทนอัลโดสเตอโรนร่วมด้วย เช่น
แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด เมื่อก้อนเนื้อสร้างฮอร์โมน มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือลักษณะที่น่ากังวลระหว่างการติดตาม หรือสงสัยว่าอาจเป็นเนื้อร้าย แนวทางการรักษาด้วยการผ่าตัดจะแตกต่างกันไปตามชนิดของโรค เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะอัลโดสเตอโรนสูงจากต่อมหมวกไตข้างใดข้างหนึ่ง สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดต่อมข้างนั้นออก ขณะที่ผู้ป่วยเนื้องอกฟีโอโครโมไซโตมา จำเป็นต้องได้รับการเตรียมความพร้อมของร่างกายและควบคุมความดันโลหิตอย่างเข้มงวดก่อนเข้าสู่การผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย
ทั้งนี้ แพทย์จะเลือกใช้วิธีการผ่าตัดผ่านกล้องหรือการผ่าตัดแบบเปิด ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และลักษณะความผิดปกติของก้อนเนื้อในผู้ป่วยแต่ละราย
หลังเริ่มรักษา แพทย์จะติดตามอาการ ความดันโลหิต น้ำหนัก ระดับน้ำตาล เกลือแร่ และระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าการรักษาควบคุมความผิดปกติได้ดีเพียงใด ก้อนเนื้อที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดอาจใช้การติดตามเป็นระยะ ส่วนผู้ที่ได้รับการผ่าตัดแล้วอาจต้องตรวจต่อเนื่อง เพื่อดูการฟื้นตัวของระดับฮอร์โมนและเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจกลับมาอีก
การดูแลตัวเองควบคู่กับการรักษามีส่วนช่วยให้ระดับฮอร์โมนคงที่และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยควรใช้ยาตามแผนที่แพทย์กำหนด และไม่หยุดหรือปรับขนาดยาเอง โดยเฉพาะยาฮอร์โมนทดแทนและยาสเตียรอยด์ หากจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด ทำหัตถการ หรือมีอาการเจ็บป่วย ควรแจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์เกี่ยวกับโรคและยาที่ใช้อยู่ เพราะบางช่วงร่างกายอาจต้องการการปรับขนาดยาให้เหมาะสมโดยผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมหมวกไตผิดปกติจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องการใช้ยาและการรับมือเมื่อเจ็บป่วยมากเป็นพิเศษ เช่น
นอกจากนี้ ควรสังเกตความเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ความดันโลหิต และอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนการปรับอาหาร ปริมาณเกลือ หรือการใช้วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรพิจารณาตามคำแนะนำของแพทย์ให้เหมาะกับภาวะของแต่ละคน
ความผิดปกติของต่อมหมวกไตอาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่อาการเหนื่อยง่าย น้ำหนักเปลี่ยน ใจสั่น ไปจนถึงความดันโลหิตหรือระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจคล้ายกับภาวะสุขภาพอื่น จึงต้องพิจารณาร่วมกับประวัติการใช้ยาและผลตรวจที่เกี่ยวข้อง
เมื่อทราบว่าความผิดปกติเกิดจากฮอร์โมนน้อยเกินไป มากเกินไป หรือมีก้อนที่ต่อมหมวกไต แพทย์จะเลือกแนวทางรักษาให้เหมาะกับสาเหตุของแต่ละคน ซึ่งอาจเป็นการให้ฮอร์โมนทดแทน การใช้ยาควบคุมฮอร์โมน การผ่าตัด หรือการติดตามอาการและระดับฮอร์โมนอย่างต่อเนื่อง
ต่อมหมวกไตผิดปกติไม่ใช่ชื่อของโรคเพียงโรคเดียว แต่เป็นคำที่ใช้เรียกภาวะที่ต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนน้อยเกินไป มากเกินไป หรือมีก้อนและเนื้องอกที่ส่งผลต่อการทำงาน เช่น โรคแอดดิสัน กลุ่มอาการคุชชิง และเนื้องอกที่สร้างฮอร์โมน
ขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ บางภาวะสามารถรักษาที่ต้นเหตุได้ เช่น ก้อนหรือเนื้องอกบางชนิดที่เหมาะกับการผ่าตัด ขณะที่บางโรคอาจต้องใช้ยาควบคุมฮอร์โมนหรือรับฮอร์โมนทดแทนอย่างต่อเนื่อง การรักษาจึงเน้นให้ระดับฮอร์โมนกลับมาเหมาะสมและลดผลกระทบต่อร่างกายมากที่สุด
ความรุนแรงขึ้นอยู่กับชนิดและระดับของความผิดปกติ บางภาวะสามารถควบคุมได้ แต่หากระดับฮอร์โมนสูงหรือต่ำมาก อาจส่งผลต่อความดันโลหิต หัวใจ ระดับน้ำตาล และสมดุลเกลือแร่ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ยังสรุปไม่ได้ เพราะฮอร์โมนบางชนิดเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ยาที่ใช้ และสภาพร่างกาย แพทย์อาจต้องตรวจซ้ำหรือใช้การทดสอบเฉพาะเพิ่มเติม
ปริมาณฮอร์โมนคอร์ติซอลที่สูงขึ้นอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มบริเวณลำตัว ส่วนคอร์ติซอลต่ำอาจทำให้เบื่ออาหารและน้ำหนักลด แต่ต้องตรวจหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม