ระวัง! ความดันโลหิตสูง ที่ไม่มีอาการ เสี่ยง โรคหัวใจขาดเลือด โดยไม่รู้ตัว
ค่าความดันโลหิตแบ่งออกเป็น 2 ค่า คือ ค่าความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือค่าความดันโลหิตในหลอดเลือดที่เกิดขึ้นขณะที่หัวใจบีบตัว

เลือกอ่านตามหัวข้อ
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia) คือภาวะที่คลื่นไฟฟ้าในหัวใจทำงานผิดปกติ ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ โดยอาจเต้นเร็วเกินไป เต้นช้าเกินไป หรือเต้นเร็วสลับช้า ไม่เป็นจังหวะ ซึ่งส่งผลให้การสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
อาการของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
ก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดไหน พร้อมหาจุดกำเนิดไฟฟ้าที่ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งการตรวจระหว่างที่ผู้ป่วยมีอาการจะทำให้การอ่านผลแม่นยำมากขึ้น ดังนั้นหากผู้ป่วยรู้สึกว่ามีอาการใจสั่น หรือวูบ ควรรีบไปพบแพทย์ โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนและได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจะทำให้การสูบฉีดเลือดจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่มีประสิทธิภาพ ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หลอดเลือดสมองอุดตัน และนำไปสู่การเสียชีวิตได้
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ผู้ป่วยกำลังเผชิญอยู่ ดังนี้
ในผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง แพทย์อาจสั่งยาเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ เหมาะสำหรับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางประเภท ยาช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการได้ แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดอย่างถาวร
หนึ่งในวิธีรักษาที่ได้ผลดีคือการสวนและจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Radio Frequency Ablation) โดยการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงสวนเข้าไปทางหลอดเลือดดำบริเวณขาหนีบและจี้ที่บริเวณต้นกำเนิดของอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่หัวใจ วิธีการคือใช้สายสวนสอดไปตามหลอดเลือดที่บริเวณขาหนีบจนถึงห้องหัวใจ เมื่อพบตำแหน่งที่มีกระแสไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดปกติ แพทย์จะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุไปที่ขั้วปลายสายสวนเพื่อจี้รักษา
“โดยผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดสูงถึงร้อยละ 95 – 98 และไม่ต้องรับประทานยาไปตลอดชีวิต”

เทคโนโลยีการจี้ด้วยคลื่นวิทยุไฟฟ้าหัวใจ (Radio Frequency Ablation) แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
การรักษาอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยเทคโนโลยีการจี้ด้วยคลื่นวิทยุไฟฟ้าหัวใจ จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืน หลังจากนั้นสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องงดยกของหนัก ไม่ควรเดินมากจนเกินไป และงดขับรถเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้แผลจากการเจาะหลอดเลือดบริเวณขาหนีบที่หน้าขาหายเป็นปกติ สำหรับข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้คือมีโอกาสหายขาดจากโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะสูงถึงร้อยละ 98 เกิดภาวะแทรกซ้อนและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำเพียง 1-2% เท่านั้น ที่สำคัญคือไม่ต้องรับประทานยาไปตลอดชีวิต ทำให้การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยการจี้ด้วยคลื่นวิทยุไฟฟ้าหัวใจนั้นมีประสิทธิภาพ จึงเป็นวิธีรักษาที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน
เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ หากหัวใจเต้นช้า เครื่องจะส่งสัญญาณไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น แต่ถ้าหัวใจเต้นเร็วหรือสั่นผิดปกติ เครื่องจะปล่อยกระแสไฟฟ้าในระดับเหมาะสมเพื่อหยุดภาวะนั้นและทำให้หัวใจกกลับมาทำงานตามจังหวะปกติ ใช้กับผู้ที่มีความเสี่ยงหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
เป็นวิธีการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กไว้ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอก โดยมีสายไฟเชื่อมต่อกับห้องหัวใจ เพื่อควบคุมให้หัวใจเต้นในจังหวะและความเร็วที่เหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่หัวใจเต้นช้าผิดปกติ หรือมีปัญหาการนำไฟฟ้าของหัวใจผิดจังหวะ การรักษานี้ช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือหมดสติจากภาวะหัวใจเต้นช้าได้
หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หลอดเลือดสมองอุดตัน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ ใจสั่น ใจเต้นแรง เต้นเร็วผิดปกติ หรือเต้นสะดุดเหมือนตกจากที่สูง นอกจากนี้ควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หรือหน้ามืดเป็นลม
ควรจำกัดหรือหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นตัวกระตุ้น เช่น อาหารไขมันสูง อาหารรสเค็ม หวานจัด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณมาก กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลเวชธานี
โทร. 0-2734 0000 ต่อ 5300
อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด - สรีระไฟฟ้าหัวใจ