หลายคนอาจเคยรู้สึกถึงอาการ ‘ใจสั่น’ แต่กลับมองข้ามไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วก็หายไปเองได้ สำหรับสาเหตุของอาการใจสั่นอาจเกิดได้จากปัจจัยธรรมดาทั่วไป เช่น เกิดจากความรู้สึกตื่นเต้น กลัว วิตกกังวล ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง พักผ่อนไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารบางชนิด หรืออาจเป็นเพราะร่างกายได้รับสารคาเฟอีนมากเกินไป แต่ในผู้ป่วยบางรายภาวะใจสั่นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคหัวใจอย่างเส้นเลือดในสมองอุดตัน หรือ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งภาวะเหล่านี้อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยอาการใจสั่นที่เป็นอันตรายมักมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น หน้ามืด เป็นลม หมดสติ ดังนั้น การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการใจสั่นจึงมีความจำเพราะจะทำให้รู้ถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่และได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

อาการใจสั่นเกิดจากอะไร

สาเหตุของอาการใจสั่นนั้นแตกต่างกันออกไปแล้วแต่บุคคล โดยปกติที่พบได้ทั่วไปมักเกิดจากสาเหตุดังนี้

  • ภาวะกดดันทางอารมณ์และจิตใจ เช่น ความเครียด กังวล ตื่นเต้น ตกใจ ดีใจ เสียใจ
  • ภาวะเจ็บป่วยทางกายภาพทั่วไป เช่น ไข้หวัด ติดเชื้อ ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย โลหิตจาง ไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอด
  • ภาวะจากปัจจัยทั่วไป เช่น พักผ่อนน้อย นอนไม่หลับ การรับประทานอาหารและยาบางชนิด

นอกจากสาเหตุเหล่านี้แล้ว อาการใจสั่นยังเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่บ่งบอกถึงภาวะหัวใจมีปัญหาอีกด้วย โดยอาการใจสั่นจากโรคหัวใจ มักเป็น ๆ หาย ๆ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจที่มีอาการใจสั่นร่วมด้วยที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ความผิดปกติทางโครงสร้างหัวใจอื่น ๆ เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลิ้นหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว หรือภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นต้น

การตรวจวินิจฉัยอาการใจสั่น

นอกจากการซักประวัติแล้ว แพทย์จะพิจารณาตรวจอาการใจสั่นด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดพกพา 24 – 48 ชั่วโมง
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • ตรวจทดสอบสมรรถภาพหัวใจ
  • ตรวจคลื่นสะท้อนหัวใจ
  • ตรวจหัวใจด้วยเตียงปรับระดับ

การรักษาผู้ป่วยใจสั่น

ผู้ที่มีอาการใจสั่นไม่มาก แพทย์อาจพิจารณารักษาที่ต้นเหตุของอาการใจสั่นและรักษาด้วยยาเพื่อควบคุมอาการ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการใจสั่นมากและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา หรือเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรง แพทย์อาจให้การรักษาด้วยการสวนและจี้ไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จในการรักษาสูง

กรณีหัวใจเต้นช้ากว้าปกติ แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจเพื่อแก้ไขจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ โดยเครื่องดังกล่าวจะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังห้องหัวใจที่ทำงานผิดปกติเพื่อช่วยให้หัวใจเต้นเร็วพอที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายและอวัยวะส่วนอื่น ๆ ได้

นอกจากการรักษาของแพทย์แล้ว ผู้ป่วยที่มีอาการใจสั่นก็จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการงดสูบบุหรี่ รวมไปถึงการงดดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ติดต่อสอบถาม

ศูนย์หัวใจ ชั้น 5 โรงพยาบาลเวชธานี
โทร. 02-734-0000 ต่อ 5300

  • Readers Rating
  • Rated 4.8 stars
    4.8 / 5 (3 )
  • Your Rating