รักษาภาวะต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P

บทความสุขภาพ
การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P เป็นการรักษาผ่านทางท่อปัสสาวะ โดยนำเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่กดเบียดทางเดินปัสสาวะออก เพื่อช่วยให้ปัสสาวะไหลได้สะดวกขึ้น
  • เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากต่อมลูกหมากโต
  • TUR-P เป็นหนึ่งในแนวทางรักษาที่ได้รับการยอมรับและใช้มาอย่างต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต

ภาวะต่อมลูกหมากโตเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะไม่สุด หากอาการรุนแรงขึ้นหรือการรักษาด้วยยาไม่สามารถควบคุมอาการได้ แพทย์อาจพิจารณา การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P ซึ่งเป็นการผ่าตัดผ่านทางท่อปัสสาวะเพื่อช่วยลดการอุดกั้นและเพิ่มความสะดวกในการปัสสาวะ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า TUR-P คืออะไร เหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มใด มีข้อดีอย่างไร รวมถึงการเตรียมตัวก่อนรักษาและการดูแลหลังการรักษา

การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P คืออะไร

ภาวะต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia: BPH) พบได้บ่อยในผู้ชายเมื่ออายุมากขึ้น โดยต่อมลูกหมากที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอาจกดเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน หรือรู้สึกปัสสาวะไม่สุด

เมื่อมีอาการรุนแรงขึ้น หรือการรักษาด้วยยาไม่สามารถควบคุมอาการได้ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วย TUR-P (Transurethral Resection of the Prostate) ซึ่งเป็นการผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะ โดยใช้เครื่องมือส่องกล้องเข้าสู่บริเวณต่อมลูกหมาก จากนั้นนำเนื้อเยื่อส่วนที่กดเบียดหรืออุดกั้นทางเดินปัสสาวะออก เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการไหลของปัสสาวะให้ดีขึ้น

ซึ่งวิธีการนี้ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผลบริเวณหน้าท้อง เนื่องจากเครื่องมือทั้งหมดถูกสอดผ่านทางท่อปัสสาวะ จึงไม่มีรอยแผลผ่าตัดภายนอก และสามารถนำชิ้นเนื้อที่ได้ส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม

ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการรักษาด้วย TUR-P

แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยวิธีนี้ในผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตและมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อน เช่น

อาการปัสสาวะผิดปกติที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

  • ปัสสาวะลำบาก
  • มีอาการปัสสาวะไม่พุ่ง
  • ปวดปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะเวลากลางคืน
  • ปัสสาวะไม่สุด
  • ต้องเบ่งปัสสาวะเป็นเวลานาน

รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น

แม้ว่าจะได้รับยาตามแนวทางการรักษาแล้ว แต่อาการยังคงส่งผลต่อคุณภาพชีวิต

เกิดภาวะแทรกซ้อนจากต่อมลูกหมากโต

  • ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน
  • ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ
  • นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  • เลือดออกทางปัสสาวะจากต่อมลูกหมาก
  • มีผลกระทบต่อระบบทางเดินปัสสาวะจากการอุดกั้นเรื้อรัง

ข้อดีของการรักษาด้วย TUR-P

วิธีรักษาที่ได้รับการยอมรับและใช้อย่างแพร่หลาย

เป็นวิธีรักษาภาวะต่อมลูกหมากโตที่มีการใช้มาอย่างยาวนาน และได้รับการยอมรับในวงการแพทย์สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการจากการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

ช่วยบรรเทาอาการจากภาวะต่อมลูกหมากโต

การนำเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่กดเบียดท่อปัสสาวะออก ช่วยให้ปัสสาวะไหลได้สะดวกขึ้น และลดอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะไม่สุด

ไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก

การรักษาทำผ่านทางท่อปัสสาวะ จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผลบริเวณหน้าท้อง ทำให้ไม่มีรอยแผลผ่าตัดภายนอก

สามารถนำชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้

เนื้อเยื่อที่ตัดออกระหว่างการรักษาสามารถส่งตรวจเพิ่มเติมทางพยาธิวิทยา เพื่อประเมินความผิดปกติของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากได้ตามความเหมาะสม

มีข้อมูลการติดตามผลทางการแพทย์ในระยะยาว

เนื่องจากเป็นวิธีรักษาที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงมีข้อมูลผลลัพธ์และการติดตามผู้ป่วยในระยะยาวรองรับ

ทั้งนี้ ผลลัพธ์การรักษาอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ขนาดต่อมลูกหมาก ภาวะสุขภาพโดยรวม และดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล

สิ่งที่ควรรู้ก่อนรักษาด้วย TUR-P

แม้ว่าการผ่าตัด TUR-P จะเป็นวิธีรักษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีข้อจำกัดหรือปัจจัยที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เช่น

  • ผู้ที่มีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่มาก
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเสียเลือดจากการรักษา
  • ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือดบางชนิด

ทั้งนี้ แนวทางการรักษาที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์จะพิจารณาจากอาการ ความรุนแรงของโรค ขนาดของต่อมลูกหมาก และภาวะสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

การเตรียมตัวก่อนและการดูแลหลังผ่าตัด TUR-P

เตรียมตัวก่อนรักษา

ก่อนการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินสุขภาพโดยละเอียด รวมถึงการตรวจเลือด การตรวจปัสสาวะ และการประเมินโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง

แพทย์อาจพิจารณาให้หยุดยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด ตามความเหมาะสม และแนะนำให้งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการรักษาตามระยะเวลาที่กำหนด

การดูแลหลังรักษา

หลังการรักษา ผู้ป่วยต้องใส่สายสวนปัสสาวะชั่วคราวเพื่อช่วยระบายปัสสาวะและล้างเศษเลือดหรือเศษเนื้อเยื่อที่เหลืออยู่

ในช่วงแรกอาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือมีเลือดปนในปัสสาวะได้บ้าง ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการฟื้นตัว

โดยทั่วไปผู้ป่วยอาจพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 2–3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล

แนวทางประเมินและวางแผนการรักษาภาวะต่อมลูกหมากโต

แพทย์จะประเมินและวางแผนการรักษาต่อมลูกหมากโต โดยพิจารณาจากอาการ ความรุนแรงของการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ขนาดต่อมลูกหมาก ผลตรวจที่เกี่ยวข้อง โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย

ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ และศูนย์สุขภาพเพศชาย โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ดูแลผู้ป่วยครอบคลุมตั้งแต่การประเมินก่อนการรักษา การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการติดตามอาการและการฟื้นตัวหลังการรักษา เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับสภาพร่างกายและความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย

TUR-P เป็นหนึ่งในแนวทางรักษาภาวะต่อมลูกหมากโตที่ช่วยลดการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะผ่านการส่องกล้องทางท่อปัสสาวะโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลภายนอก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรค การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาที่สอดคล้องกับสภาพร่างกายและข้อบ่งชี้ของผู้ป่วยแต่ละราย.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P

การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P เหมาะกับผู้ป่วยแบบใด

TUR-P มักพิจารณาในผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตและมีอาการรบกวนการใช้ชีวิต เช่น ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะไม่สุด หรือผู้ที่รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น รวมถึงผู้ที่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

TUR-P ต้องผ่าตัดเปิดแผลหรือไม่

ไม่จำเป็น เนื่องจากแพทย์ทำการรักษาผ่านทางท่อปัสสาวะโดยใช้เครื่องมือส่องกล้อง จึงไม่มีแผลผ่าตัดภายนอกบริเวณหน้าท้อง

หลังทำ TUR-P ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานแค่ไหน

โดยทั่วไปผู้ป่วยมักพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 2–3 วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาการพักฟื้นอาจแตกต่างกันในแต่ละราย ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล

การรักษาด้วย TUR-P จะส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่

โดยทั่วไป TUR-P ไม่ได้มุ่งรักษาหรือส่งผลโดยตรงต่อสมรรถภาพทางเพศ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งอาจเกิดภาวะหลั่งย้อนศร (Retrograde Ejaculation) ซึ่งเป็นภาวะที่น้ำอสุจิไหลย้อนกลับเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะแทนการหลั่งออกทางปลายอวัยวะเพศ ภาวะนี้สามารถพบได้หลังการรักษาด้วย TUR-P และมักไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษาเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หลังทำ TUR-P อาการปัสสาวะจะดีขึ้นเมื่อใด

ผู้ป่วยจำนวนมากเริ่มสังเกตเห็นว่าปัสสาวะไหลได้สะดวกขึ้นหลังการรักษา อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกอาจยังมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือมีเลือดปนในปัสสาวะได้บ้าง ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการฟื้นตัว

Readers’ Rating

0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)