การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P เป็นการรักษาผ่านทางท่อปัสสาวะ โดยนำเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่กดเบียดทางเดินปัสสาวะออก เพื่อช่วยให้ปัสสาวะไหลได้สะดวกขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากต่อมลูกหมากโต
TUR-P เป็นหนึ่งในแนวทางรักษาที่ได้รับการยอมรับและใช้มาอย่างต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต
ภาวะต่อมลูกหมากโตเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะไม่สุด หากอาการรุนแรงขึ้นหรือการรักษาด้วยยาไม่สามารถควบคุมอาการได้ แพทย์อาจพิจารณา การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P ซึ่งเป็นการผ่าตัดผ่านทางท่อปัสสาวะเพื่อช่วยลดการอุดกั้นและเพิ่มความสะดวกในการปัสสาวะ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า TUR-P คืออะไร เหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มใด มีข้อดีอย่างไร รวมถึงการเตรียมตัวก่อนรักษาและการดูแลหลังการรักษา
การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P คืออะไร
ภาวะต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia: BPH) พบได้บ่อยในผู้ชายเมื่ออายุมากขึ้น โดยต่อมลูกหมากที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอาจกดเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน หรือรู้สึกปัสสาวะไม่สุด
เมื่อมีอาการรุนแรงขึ้น หรือการรักษาด้วยยาไม่สามารถควบคุมอาการได้ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วย TUR-P (Transurethral Resection of the Prostate) ซึ่งเป็นการผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะ โดยใช้เครื่องมือส่องกล้องเข้าสู่บริเวณต่อมลูกหมาก จากนั้นนำเนื้อเยื่อส่วนที่กดเบียดหรืออุดกั้นทางเดินปัสสาวะออก เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการไหลของปัสสาวะให้ดีขึ้น
ซึ่งวิธีการนี้ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผลบริเวณหน้าท้อง เนื่องจากเครื่องมือทั้งหมดถูกสอดผ่านทางท่อปัสสาวะ จึงไม่มีรอยแผลผ่าตัดภายนอก และสามารถนำชิ้นเนื้อที่ได้ส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม
ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการรักษาด้วย TUR-P
แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยวิธีนี้ในผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตและมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อน เช่น
อาการปัสสาวะผิดปกติที่รบกวนการใช้ชีวิต ประจำวัน
ปัสสาวะลำบาก
มีอาการปัสสาวะไม่พุ่ง
ปวดปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะเวลากลางคืน
ปัสสาวะไม่สุด
ต้องเบ่งปัสสาวะเป็นเวลานาน
รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น
แม้ว่าจะได้รับยาตามแนวทางการรักษาแล้ว แต่อาการยังคงส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
เกิดภาวะแทรกซ้อนจากต่อมลูกหมากโต
ปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน
ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
เลือดออกทางปัสสาวะจากต่อมลูกหมาก
มีผลกระทบต่อระบบทางเดินปัสสาวะจากการอุดกั้นเรื้อรัง
ข้อดีของการรักษาด้วย TUR-P
วิธีรักษาที่ได้รับการยอมรับและใช้อย่างแพร่หลาย
เป็นวิธีรักษาภาวะต่อมลูกหมากโตที่มีการใช้มาอย่างยาวนาน และได้รับการยอมรับในวงการแพทย์สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการจากการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ
ช่วยบรรเทาอาการจากภาวะต่อมลูกหมากโต
การนำเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่กดเบียดท่อปัสสาวะออก ช่วยให้ปัสสาวะไหลได้สะดวกขึ้น และลดอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะไม่สุด
ไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก
การรักษาทำผ่านทางท่อปัสสาวะ จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผลบริเวณหน้าท้อง ทำให้ไม่มีรอยแผลผ่าตัดภายนอก
สามารถนำชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้
เนื้อเยื่อที่ตัดออกระหว่างการรักษาสามารถส่งตรวจเพิ่มเติมทางพยาธิวิทยา เพื่อประเมินความผิดปกติของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากได้ตามความเหมาะสม
มีข้อมูลการติดตามผลทางการแพทย์ในระยะยาว
เนื่องจากเป็นวิธีรักษาที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงมีข้อมูลผลลัพธ์และการติดตามผู้ป่วยในระยะยาวรองรับ
ทั้งนี้ ผลลัพธ์การรักษาอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ขนาดต่อมลูกหมาก ภาวะสุขภาพโดยรวม และดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล
สิ่งที่ควรรู้ก่อนรักษาด้วย TUR-P
แม้ว่าการผ่าตัด TUR-P จะเป็นวิธีรักษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีข้อจำกัดหรือปัจจัยที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เช่น
ผู้ที่มีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่มาก
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเสียเลือดจากการรักษา
ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือดบางชนิด
ทั้งนี้ แนวทางการรักษาที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์จะพิจารณาจากอาการ ความรุนแรงของโรค ขนาดของต่อมลูกหมาก และภาวะสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
การเตรียมตัวก่อนและการดูแลหลังผ่าตัด TUR-P
เตรียมตัวก่อนรักษา
ก่อนการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินสุขภาพโดยละเอียด รวมถึงการตรวจเลือด การตรวจปัสสาวะ และการประเมินโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง
แพทย์อาจพิจารณาให้หยุดยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด ตามความเหมาะสม และแนะนำให้งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการรักษาตามระยะเวลาที่กำหนด
การดูแลหลังรักษา
หลังการรักษา ผู้ป่วยต้องใส่สายสวนปัสสาวะชั่วคราวเพื่อช่วยระบายปัสสาวะและล้างเศษเลือดหรือเศษเนื้อเยื่อที่เหลืออยู่
ในช่วงแรกอาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือมีเลือดปนในปัสสาวะได้บ้าง ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการฟื้นตัว
โดยทั่วไปผู้ป่วยอาจพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 2–3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล
แนวทางประเมินและวางแผนการรักษาภาวะต่อมลูกหมากโต
แพทย์จะประเมินและวางแผนการรักษาต่อมลูกหมากโต โดยพิจารณาจากอาการ ความรุนแรงของการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ขนาดต่อมลูกหมาก ผลตรวจที่เกี่ยวข้อง โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย
ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ และศูนย์สุขภาพเพศชาย โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ดูแลผู้ป่วยครอบคลุมตั้งแต่การประเมินก่อนการรักษา การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการติดตามอาการและการฟื้นตัวหลังการรักษา เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับสภาพร่างกายและความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย
TUR-P เป็นหนึ่งในแนวทางรักษาภาวะต่อมลูกหมากโตที่ช่วยลดการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะผ่านการส่องกล้องทางท่อปัสสาวะโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลภายนอก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรค การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาที่สอดคล้องกับสภาพร่างกายและข้อบ่งชี้ของผู้ป่วยแต่ละราย.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P
การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย TUR-P เหมาะกับผู้ป่วยแบบใด
TUR-P มักพิจารณาในผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตและมีอาการรบกวนการใช้ชีวิต เช่น ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะไม่สุด หรือผู้ที่รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น รวมถึงผู้ที่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ
TUR-P ต้องผ่าตัดเปิดแผลหรือไม่
ไม่จำเป็น เนื่องจากแพทย์ทำการรักษาผ่านทางท่อปัสสาวะโดยใช้เครื่องมือส่องกล้อง จึงไม่มีแผลผ่าตัดภายนอกบริเวณหน้าท้อง
หลังทำ TUR-P ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานแค่ไหน
โดยทั่วไปผู้ป่วยมักพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 2–3 วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาการพักฟื้นอาจแตกต่างกันในแต่ละราย ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล
การรักษาด้วย TUR-P จะส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศหรือไม่
โดยทั่วไป TUR-P ไม่ได้มุ่งรักษาหรือส่งผลโดยตรงต่อสมรรถภาพทางเพศ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งอาจเกิดภาวะหลั่งย้อนศร (Retrograde Ejaculation) ซึ่งเป็นภาวะที่น้ำอสุจิไหลย้อนกลับเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะแทนการหลั่งออกทางปลายอวัยวะเพศ ภาวะนี้สามารถพบได้หลังการรักษาด้วย TUR-P และมักไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษาเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หลังทำ TUR-P อาการปัสสาวะจะดีขึ้นเมื่อใด
ผู้ป่วยจำนวนมากเริ่มสังเกตเห็นว่าปัสสาวะไหลได้สะดวกขึ้นหลังการรักษา อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกอาจยังมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือมีเลือดปนในปัสสาวะได้บ้าง ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาการฟื้นตัว
Readers’ Rating
0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)