สัญญาณอันตรายของ RSV ในเด็ก พ่อแม่ต้องรู้
RSV (Respiratory Syncytial Virus) คือ เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหลอดลมอักเสบและปอดบวม ระบาดในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว หรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ภาวะ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของการควบคุมการขับปัสสาวะ ซึ่งสามารถพบได้ในหลายช่วงวัย ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุ โดยมีหลายประเภทและสาเหตุ เช่น กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง หรือการทำงานของกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน การประเมินอย่างเหมาะสมมีความสำคัญต่อการวางแผนดูแล ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การบริหารกล้ามเนื้อ ไปจนถึงการใช้ยาและหัตถการเฉพาะทาง เพื่อช่วยลดอาการและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ภาวะ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ คือ การสูญเสียความสามารถในการควบคุมการขับปัสสาวะ ส่งผลให้เกิดการปัสสาวะเล็ด หรือรั่วโดยไม่ตั้งใจ อาการอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือเป็นต่อเนื่อง และมีความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
แม้ภาวะนี้จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุหรือผู้หญิงหลังคลอด แต่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของวัย เนื่องจากอาจสะท้อนถึงความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ กล้ามเนื้อ หรือระบบประสาท
เกิดเมื่อมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น เช่น ไอ จาม หัวเราะ หรือยกของ ทำให้ปัสสาวะเล็ด มักพบในผู้ที่กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง
ปวดปัสสาวะทันทีและรุนแรง กลั้นไม่ทัน มักเกิดจากกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไป
ปัสสาวะออกไม่หมด ทำให้มีการรั่วซึมออกมาเรื่อย ๆ
ไปห้องน้ำไม่ทันจากข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหรือสภาพร่างกาย แม้ระบบปัสสาวะปกติ
ภาวะนี้สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการประเมินและการวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสม
การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและประเมินลักษณะอาการอย่างละเอียด เช่น ความถี่ในการปัสสาวะ ปริมาณการรั่ว และสถานการณ์ที่เกิดอาการ
การตรวจเพิ่มเติมอาจพิจารณาตามความเหมาะสม ได้แก่
การประเมินอย่างเป็นระบบมีความสำคัญต่อการแยกประเภทของภาวะและกำหนดแนวทางการดูแลที่เหมาะสม
จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของ นพ. อภิสิทธิ์ สาราลักษณ์ สูตินรีแพทย์ เฉพาะทางด้านนรีเวชทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่า ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักไม่ได้เข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เนื่องจากเข้าใจว่าอาการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตามวัย ทั้งที่ในความเป็นจริง ภาวะนี้สามารถพบได้ในหลายช่วงวัย ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุ การเข้ารับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนดูแลและลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
การดูแลภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ประเภทของอาการ และความรุนแรง โดยมักเริ่มจากวิธีพื้นฐาน และพิจารณาวิธีเฉพาะทางเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
เป็นขั้นตอนแรกของการรักษา เน้นการลดปัจจัยกระตุ้นและฝึกควบคุมการขับปัสสาวะ เช่น
การฝึกขมิบกล้ามเนื้อ (Kegel exercise) ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมการกลั้นปัสสาวะ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาเพื่อช่วยควบคุมอาการ โดยมีทั้ง
เป็นหัตถการที่ใช้การส่องกล้องเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ และใช้แรงดันน้ำช่วยขยายผนังกระเพาะปัสสาวะ เพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บปัสสาวะ เหมาะในผู้ป่วยบางรายที่มีความจุกระเพาะปัสสาวะลดลง
เป็นการฉีดยาเข้าสู่กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ เพื่อลดการบีบตัวที่ไวเกินไป ช่วยลดอาการปวดปัสสาวะฉับพลันและการปัสสาวะเล็ดในผู้ป่วยบางราย
ในกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น แพทย์อาจพิจารณาหัตถการหรือการผ่าตัดตามข้อบ่งชี้ โดยต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล
ควรเข้ารับการประเมินเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้
หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ การระคายเคืองผิวหนังจากความชื้น หรือผลกระทบด้านจิตใจ เช่น ความกังวลหรือการหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม การเข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนดูแลในระยะยาว
ขึ้นอยู่กับสาเหตุ บางกรณีสามารถควบคุมอาการได้ดีด้วยการรักษาที่เหมาะสม
ไม่จำเป็น สามารถพบได้ในหลายช่วงวัย โดยเฉพาะผู้หญิงหลังคลอด
ไม่จำเป็น ส่วนใหญ่เริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและลดอาการในบางประเภทได้
ไม่ควรลดมากเกินไป ควรปรับให้เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์
สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
สูติ-นรีเวชวิทยา - นรีเวชทางเดินปัสสาวะ