ระวัง!การติดเชื้อ ไข้เลือดออก ซ้ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิต
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ประเทศไทยมักพบการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกชุก เนื่องจาก ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรค

เลือกอ่านตามหัวข้อ
มะเร็งต่อมทอนซิล อาจเริ่มต้นจากอาการใกล้ตัวที่หลายคนคุ้นเคย เช่น เจ็บคอเรื้อรัง กลืนลำบาก หรือมีก้อนบริเวณลำคอ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่ทันสังเกตความผิดปกติในระยะแรก การประเมินอาการโดยแพทย์เฉพาะทางมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย
มะเร็งต่อมทอนซิล เป็นมะเร็งในกลุ่มมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ ที่เกิดขึ้นบริเวณต่อมทอนซิลด้านหลังช่องปาก โรคอาจเริ่มจากความผิดปกติเล็กน้อย เช่น เจ็บคอเรื้อรัง กลืนลำบาก หรือมีก้อนบริเวณลำคอ ก่อนลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียงหรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอได้
อาการเจ็บคอที่เป็นต่อเนื่องนานผิดปกติ หรือเจ็บเพียงด้านเดียว อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษาทั่วไป
ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกเจ็บขณะกลืนอาหาร กลืนลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในลำคอ
หากมะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง อาจทำให้คลำพบก้อนที่บริเวณคอ ซึ่งมักไม่เจ็บในระยะแรก
ในบางรายอาจมีเสียงแหบ เสียงเปลี่ยน หรือมีกลิ่นปากเรื้อรังร่วมด้วย
หากพบแผลหรือความผิดปกติบริเวณต่อมทอนซิลเรื้อรัง หรือแผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์
การวินิจฉัยมะเร็งต่อมทอนซิลจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์จะตรวจบริเวณช่องปาก ลำคอ และต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ เพื่อค้นหาความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับโรค และพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
แพทย์จะตรวจลักษณะของต่อมทอนซิล ช่องปาก และลำคอ เพื่อดูว่ามีก้อน แผล หรือความผิดปกติอื่นหรือไม่ รวมถึงตรวจคลำต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอร่วมด้วย
ในบางกรณี อาจต้องอาศัยการส่องกล้องเพื่อช่วยให้เห็นตำแหน่งของรอยโรคและความผิดปกติภายในลำคอได้ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่เข้าถึงหรือมองเห็นได้ยากจากการตรวจทั่วไป
การตรวจชิ้นเนื้อเป็นขั้นตอนสำคัญในการยืนยันการวินิจฉัย แพทย์จะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากบริเวณที่สงสัย เพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อดูว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่
แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีทางรังสีวินิจฉัย เพื่อดูขนาดของก้อนมะเร็ง การกระจายของโรค และใช้การวางแผนการรักษา เช่น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
แนวทางการรักษามะเร็งต่อมทอนซิลจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง การลุกลามของโรค และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางรักษาให้เหมาะสมในแต่ละราย
การผ่าตัดเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาหลักของมะเร็งต่อมทอนซิล โดยเฉพาะระยะเริ่ม มีเป้าหมายเพื่อกำจัดก้อนมะเร็งออกให้หมด
การฉายรังสีเป็นแนวทางที่ใช้ควบคุมหรือทำลายเซลล์มะเร็ง โดยอาจใช้เป็นการรักษาหลักในระยะเริ่มต้น หรือใช้ร่วมกับ การให้ยาเคมีบำบัดในกรณีที่ตัวโรคมีการลุกลามมากขึ้น หรือใช้เป็นการรักษาแบบประคับประคองในกรณีที่ตัวโรคมีการกระจายเพื่อลดอาการ เช่น อาการปวด เป็นต้น
เคมีบำบัด (Chemotherapy)
เคมีบำบัดเป็นการใช้ยาเพื่อยับยั้งหรือทำลายเซลล์มะเร็ง มักใช้ในผู้ป่วยที่โรคอยู่ในระยะลุกลาม เช่น ระยะ 3–4 หรือใช้ร่วมกับการฉายรังสีตามดุลยพินิจของแพทย์
Precision Cancer Medicine เป็นแนวทางที่ช่วยวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของเซลล์มะเร็ง เพื่อสนับสนุนการเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากขึ้น
ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) เป็นการรักษาที่ออกฤทธิ์ต่อกลไกหรือความผิดปกติที่จำเพาะของเซลล์มะเร็ง โดยแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมตามลักษณะของโรคและข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วยแต่ละราย
ที่ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล การดูแลผู้ป่วยมะเร็งจะอาศัยการวางแผนร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อช่วยกำหนดแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ทอนซิลอักเสบมักเกิดจากการติดเชื้อและอาการสามารถดีขึ้น และหายได้เอง หรือจากการรักษาด้วยยา ส่วนมะเร็งต่อมทอนซิลมักมีอาการเรื้อรัง เช่น เจ็บคอหรือแผลในช่องปากเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ หรือมีก้อนที่คอจากต่อมน้ำเหลืองโตนานหลายสัปดาห์
การวินิจฉัยมะเร็งต่อมทอนซิลอาศัยการตรวจร่างกาย การส่องกล้อง การตรวจภายในลำคอ การตรวจชิ้นเนื้อ และการตรวจทางรังสีวินิจฉัยร่วมกัน
แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง และการประเมินของแพทย์ ในบางระยะของโรคอาจไม่เหมาะสมในการผ่าตัด ควรใช้การฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดมากกว่า หรือ อาจต้องใช้การรักษาร่วมกันหลายวิธี
หากมีอาการเจ็บคอหรือเป็นแผลในช่องปากเรื้อรัง อาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษาทั่วไป หรือมีอาการร่วม เช่น กลืนลำบาก มีก้อนที่คอ หรือเสียงเปลี่ยน ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที