อาการปวดเข่าด้านในเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อย ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดิน การลุกนั่ง ไปจนถึงการขึ้นลงบันได ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบริเวณด้านในของข้อเข่าอาจมีลักษณะแตกต่างกันไป ตั้งแต่ปวดตื้อ ๆ ไปจนถึงปวดแปลบ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการบวม ตึง หรือรู้สึกไม่มั่นคงขณะเดิน การทราบถึงสาเหตุของอาการปวดจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
อาการ ปวดเข่าด้านใน เป็นแบบไหน
อาการปวดเข่าด้านในสามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของการบาดเจ็บ โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยมักจะรู้สึกปวดหรือผิดปกติบริเวณด้านในข้อเข่า ซึ่งอาการอาจเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ หรือเกิดขึ้นทันทีหลังจากการบาดเจ็บ อาการที่พบบ่อยมีดังนี้
ความเจ็บปวดบริเวณด้านในของเข่า หรือบริเวณที่อยู่ต่ำกว่าแนวข้อเข่าลงไปประมาณ 2 ถึง 3 นิ้ว
อาการปวดหัวเข่าด้านในจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว เช่น การออกกำลังกาย การเดินขึ้นลงบันได
อาจมีอาการบวมบริเวณเข่าด้านใน หรือรู้สึกเจ็บเมื่อมีแรงกด
รู้สึกปวดขณะงอหรือเหยียดเข่า รวมถึงตอนเปลี่ยนอิริยาบถ
เกิดเสียงก๊อบแก๊บเมื่อขยับข้อเข่า
สาเหตุที่ทำให้ ปวดหัวเข่าด้านใน
อาการปวดเข่าด้านในสามารถเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ดังนี้
ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis)
ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกภายในข้อเข่าเกิดการสึกกร่อน โดยเฉพาะบริเวณเข่าด้านในที่มักจะได้รับผลกระทบก่อนส่วนอื่น พบในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรือผู้ที่มีประวัติการบาดเจ็บที่เข่ามาก่อน ทำให้เกิดอาการปวดเข่าด้านในเวลาเคลื่อนไหว มีอาการบวม และอาจรู้สึกข้อเข่าติดขัด โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน
เอ็นประกับด้านใน หรือ Medial Collateral Ligament (MCL) เป็นเส้นเอ็นที่ช่วยยึดข้อเข่าระหว่างกระดูกขาท่อนบน (Femur) และกระดูกขาท่อนล่าง หรือกระดูกหน้าแข้ง (Tibia) เข้าด้วยกัน ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับข้อเข่า หากเกิดการบาดเจ็บจากการบิดหมุนของข้อเข่าอย่างรุนแรง หรือได้รับแรงกระแทกที่เข่าด้านในโดยตรงขณะเล่นกีฬา อาจทำให้เอ็นเส้นนี้เกิดการฉีกขาดได้ ส่งผลให้มีอาการปวดหัวเข่าด้านในอย่างเฉียบพลัน มีอาการบวม และรู้สึกว่าเข่าไม่มั่นคง
หมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด (Meniscus Tear)
หมอนรองกระดูกเข่าเป็นกระดูกอ่อนรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและกระจายน้ำหนักภายในข้อเข่า การบิดหมุนของข้อเข่าอย่างกะทันหันในขณะที่เท้ายึดติดอยู่กับพื้น อาจทำให้หมอนรองกระดูกเข่าด้านในฉีกขาดได้ ทำให้เกิดอาการปวดเข่าด้านใน มีอาการบวม ข้อเข่าติด และอาจรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขัดอยู่ในข้อเข่า
ภาวะถุงน้ำหน้าเข่าอักเสบ (Pes Anserine Bursitis)
บริเวณด้านในของข้อเข่าจะมีถุงน้ำขนาดเล็กที่เรียกว่า Pes Anserine Bursa ซึ่งทำหน้าที่ลดแรงเสียดสีระหว่างเส้นเอ็นกับกระดูก หากมีการใช้งานข้อเข่าซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น ในนักวิ่งหรือผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม อาจทำให้ถุงน้ำนี้เกิดการอักเสบขึ้นได้ ส่งผลให้มีอาการปวดและบวมบริเวณด้านในของข้อเข่า ต่ำจากแนวข้อพับลงมาเล็กน้อย
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะไปทำลายเนื้อเยื่อบริเวณข้อต่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย รวมถึงข้อเข่าด้วย ส่งผลให้เกิดอาการปวดบวมและข้อติดแข็ง โดยมักจะมีอาการปวดเข่าด้านในทั้งสองข้างพร้อมกัน และอาการมักจะเกิดในช่วงเช้า หรือเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวนาน ๆ
การฟกช้ำของเข่าด้านใน (Knee Contusion)
การได้รับการกระแทกโดยตรงที่บริเวณเข่าด้านในอาจทำให้เกิดการฟกช้ำของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อได้ ซึ่งจะทำให้มีอาการปวด บวม และอาจมีรอยเขียวช้ำปรากฏขึ้น กรณีที่แรงกระแทกไม่รุนแรงมาก อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน แต่หากเข่าได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจนส่งผลต่อกระดูกสะบ้า อาจทำให้เกิดอาการปวดเข่าด้านในรุนแรง โดยเฉพาะเวลายืดขา พร้อมกับอาการบวม ข้อเข่าอ่อนแรงหรือติดแข็ง และมักใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า
ปวดเข่าด้านใน แบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ทันที
มีอาการปวดรุนแรงจนไม่สามารถลงน้ำหนักที่ขาข้างนั้นได้
ข้อเข่ามีอาการปวดบวมแดงและร้อนอย่างชัดเจน
ข้อเข่าผิดรูปไปจากเดิม
ไม่สามารถงอหรือเหยียดเข่าได้สุด
มีไข้ร่วมกับอาการปวดเข่า
รู้สึกว่าข้อเข่าหลวมหรือไม่มั่นคง
แนวทางการรักษาอาการ ปวดเข่าด้านใน
การรักษาอาการปวดเข่าด้านในจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยมีแนวทางตั้งแต่การดูแลตัวเองเบื้องต้นไปจนถึงการรักษาโดยแพทย์ ดังนี้
การดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวด
ในระยะแรกที่มีอาการปวดหัวเข่าด้านใน สามารถปฏิบัติตามหลักการ RICE เพื่อบรรเทาอาการได้
Rest (พัก) หยุดพักการใช้งานข้อเข่าและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น
Ice (ประคบเย็น) ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณที่ปวดครั้งละ 15-20 นาที วันละหลาย ๆ ครั้ง เพื่อลดอาการบวมและการอักเสบ
Compression (รัด) พันผ้ายืดบริเวณหัวเข่าเพื่อช่วยลดอาการบวม
Elevation (ยกสูง) ยกขาให้สูงกว่าระดับหัวใจ โดยใช้หมอนรองใต้เข่าขณะนอน เพื่อช่วยลดอาการบวม
การรักษาโดยแพทย์และนักกายภาพบำบัด
หากดูแลตนเองเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
การรักษาด้วยยาและการฉีดยา
แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาต้านการอักเสบชนิดรับประทานเพื่อลดอาการปวดบวม หรืออาจใช้วิธีฉีดยาเข้าข้อโดยตรง เช่น กลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบอย่างรวดเร็วในกรณีที่มีอาการรุนแรง ซึ่งการรักษาแต่ละวิธีจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยเทคโนโลยีช่วยผ่าตัด
สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรงและปวดเข่าด้านในเรื้อรัง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมคือแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนลจึงได้พัฒนาการรักษาให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยแนวคิด “Personalized Alignment” หรือ “การจัดแนวข้อเข่าแบบเฉพาะบุคคล (Native Alignment)” ที่ออกแบบและวางตำแหน่งข้อเข่าเทียมให้สอดคล้องกับสรีระและการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างแท้จริง ไม่ใช่การตั้งค่ามาตรฐานแบบเดียวกับทุกคน
การรักษานี้ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเจเนอเรชันที่ 4 VELYS™ Robotic-Assisted Solutions (VRAS) หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยศัลยแพทย์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ทั้งในการวางตำแหน่งข้อเข่าเทียมและการรักษาความปลอดภัยระหว่างผ่าตัด โดยระบบจะสร้างภาพโมเดลข้อเข่าแบบ 3 มิติ และแสดงข้อมูลแนวแกนขาแบบ Real-Time ทำให้ศัลยแพทย์สามารถประเมินและวางแผนการผ่าตัดได้อย่างละเอียด ตั้งแต่ก่อนลงมีด รวมถึงกำกับทิศทางเครื่องมือระหว่างผ่าตัดไม่ให้ออกนอกตำแหน่งที่ตั้งไว้ ลดความคลาดเคลื่อน และช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด
เมื่อผสานกับเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็ก เจ็บน้อย (Minimally Invasive Surgery: MIS) ที่ช่วยหลีกเลี่ยงการทำลายกล้ามเนื้อบริเวณข้อเข่า ผู้ป่วยจึงสามารถเริ่มขยับเข่าได้ทันทีหลังผ่าตัด เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และยังคงการทำงานของข้อเข่าให้ใกล้เคียงเดิมมากที่สุด ด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบไม่ตัดเอ็นไขว้หลัง ซึ่งช่วยให้การทรงตัวและการเดินเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสหกล้มและความผิดปกติของจังหวะการก้าวเดิน
ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกใช้ข้อเข่าเทียมชนิดที่สามารถหมุนและเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระยิ่งช่วยให้ข้อเข่าเทียมทำงานได้ใกล้เคียงข้อเข่าจริงมากขึ้น และเมื่อทุกเทคโนโลยีทำงานร่วมกัน ทั้งการผ่าตัดแผลเล็ก หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด การคงเอ็นไขว้หลัง และข้อเข่าเทียมชนิดหมุนได้ จะส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว ลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม และช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าเทียมได้ยาวนานขึ้น
ด้วยศาสตร์การแพทย์ที่ล้ำสมัยผสานกับประสบการณ์ศัลยแพทย์เฉพาะทาง ผู้ป่วยมั่นใจได้ว่าหลังผ่าตัดสามารถลุก เดิน และเริ่มเคลื่อนไหวได้ภายในประมาณ 6 ชั่วโมง เจ็บน้อย แผลเล็ก และลดภาวะแทรกซ้อน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง
การทำกายภาพบำบัด
การกายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของข้อเข่า โดยจะต้องออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ซึ่งจะช่วยลดแรงกระทำต่อข้อและบรรเทาอาการปวดในระยะยาวได้
ปวดเข่าด้านใน อย่าฝืนทน รักษาถูกวิธี กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ
อาการปวดเข่าด้านในเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและอาการที่เกิดขึ้นจะช่วยให้สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้อย่างถูกวิธี และรู้ว่าเมื่อใดควรไปพบแพทย์ การรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง และช่วยให้คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง หากคุณมีอาการปวดหัวเข่าด้านใน หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพข้อเข่า สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ได้ที่ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล
Medically Reviewed by
นพ. เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - การผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม
Readers’ Rating
0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)