ปวดหลังแบบไหน เสี่ยง หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท 

บทความสุขภาพ
หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท
  • หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมหรือฉีกขาด จนเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการผิดปกติตามแนวเส้นประสาท
  • อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดหลังหรือปวดคอ ปวดร้าวลงแขนหรือขา ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาจรุนแรงขึ้นเมื่อไอ จาม หรือยกของหนัก
  • ภาวะนี้พบได้ทั้งในผู้สูงอายุจากความเสื่อมตามวัย และในวัยทำงานที่นั่งนาน ยกของหนัก ออกแรงผิดท่า หรือได้รับอุบัติเหตุ
  • แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ตั้งแต่การใช้ยา กายภาพบำบัด การฉีดยาลดการอักเสบ ไปจนถึงการผ่าตัดผ่านกล้องในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้
  • หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ฟื้นตัวได้ดี และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต 

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท คืออะไร

หมอนรองกระดูกสันหลังทำหน้าที่คล้ายเบาะรองรับแรงกระแทกระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ก้ม เงย หรือบิดตัว โดยภายในหมอนรองกระดูกมีน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยคงความยืดหยุ่นและรองรับแรงกดทับ

เมื่ออายุมากขึ้น หรือมีการใช้งานกระดูกสันหลังอย่างหนักและต่อเนื่อง ปริมาณน้ำในหมอนรองกระดูกจะค่อย ๆ ลดลง ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อม ยุบตัว หรือเปราะบางมากขึ้น จนชั้นเปลือกนอกอาจฉีกขาด และทำให้เนื้อหมอนรองกระดูกด้านในปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง ภาวะนี้เรียกว่า “หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท”

เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับ ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาท เช่น ปวดหลังร้าวลงขา หรือปวดคอร้าวลงแขน โดยตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือหมอนรองกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว โดยเฉพาะข้อด้านล่าง รองลงมาคือกระดูกสันหลังส่วนคอ

สาเหตุและกลุ่มเสี่ยงของหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทมักเกิดจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูกตามอายุ ร่วมกับพฤติกรรมการใช้งานกระดูกสันหลังในชีวิตประจำวัน โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมและสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย
  • ผู้ที่นั่งทำงานนาน หรือนั่งผิดท่าต่อเนื่องเป็นประจำ
  • ผู้ที่ยกของหนัก ออกแรงผิดท่า หรือเล่นกีฬาหนัก
  • ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณกระดูกสันหลัง
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้กระดูกสันหลังรับแรงกดเพิ่มขึ้น
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ ซึ่งอาจส่งผลต่อเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงหมอนรองกระดูก และทำให้เนื้อเยื่อเสื่อมเร็วขึ้น

อาการเริ่มต้นของหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

ในระยะแรก อาการของหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทอาจยังไม่รุนแรง ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ปวดหลังหรือปวดคอเป็น ๆ หาย ๆ
  • ปวดมากขึ้นเมื่อนั่งนาน ก้มตัว หรือยกของหนัก
  • ปวดเวลาไอ จาม หรือเบ่ง
  • ปวดร้าวลงสะโพก แขน หรือขาเป็นบางครั้ง
  • รู้สึกชา เหน็บ หรือคล้ายไฟช็อตบริเวณแขน ขา หรือปลายเท้า

หากอาการเหล่านี้เป็นต่อเนื่อง หรือเริ่มมีอาการปวดร้าว ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ปวดบริเวณไหน

ตำแหน่งของอาการปวดขึ้นอยู่กับบริเวณที่หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

  • กระดูกสันหลังส่วนคอ มักทำให้ปวดคอร้าวลงไหล่ แขน มือ หรือปลายนิ้ว ร่วมกับอาการชาและกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง
  • กระดูกสันหลังส่วนเอว มักทำให้ปวดหลังร้าวลงสะโพก ต้นขา น่อง หรือปลายเท้า ซึ่งหลายคนเรียกว่าอาการปวดร้าวลงขา (Sciatica) และอาจมีอาการชาหรือกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงร่วมด้วย

ตำแหน่งของอาการสามารถช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าเส้นประสาทระดับใดได้รับการกดทับ และใช้ประกอบการวางแผนตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจ MRI

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากมีอาการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ร่วมกับอาการชาบริเวณฝีเย็บ หรือกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะฉุกเฉินทางระบบประสาทที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน

ความแตกต่างจากอาการปวดหลังทั่วไป

อาการปวดหลังทั่วไปมักเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบหรือล้า เช่น หลังยกของหนัก ออกกำลังกายผิดท่า หรือนั่งทำงานนานเกินไป โดยมักปวดบริเวณกล้ามเนื้อกลางหลังหรือเอวด้านล่าง และเมื่อกดคลำบริเวณที่ปวดจะรู้สึกเจ็บชัดเจน

ในขณะที่อาการปวดจากหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทมักรู้สึกปวดลึกกว่า กดบริเวณหลังแล้วอาจไม่เจ็บมาก แต่จะมีอาการปวดร้าวลงสะโพก ต้นขา น่อง หรือปลายเท้าตามแนวเส้นประสาท และอาจมีอาการชา เหน็บ หรือกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงร่วมด้วย

การวินิจฉัย

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายทางระบบประสาทอย่างละเอียด เช่น ตำแหน่งที่ปวด ลักษณะการปวด อาการปวดร้าว ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง และกิจกรรมที่กระตุ้นให้อาการเป็นมากขึ้น

หากเป็นอาการปวดหลังครั้งแรก ปวดเฉพาะบริเวณหลัง ไม่มีอาการร้าวลงขา ผู้ป่วยอายุน้อย และมีสาเหตุชัดเจน เช่น ยกของหนักหรือออกแรงผิดท่า แพทย์อาจพิจารณาว่าเป็นอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และให้การรักษาตามอาการก่อน

แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา มีอาการปวดเรื้อรัง ปวดร้าวลงแขนหรือขา ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจ MRI เพื่อประเมินสภาพหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และตำแหน่งที่มีการกดทับอย่างละเอียด ก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

แนวทางการรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ระยะเวลาที่เป็น และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

การรับประทานยา

ในรายที่อาการยังไม่รุนแรง แพทย์อาจให้ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์ต่อเส้นประสาท เพื่อช่วยลดอาการปวด ลดการอักเสบ และบรรเทาอาการระคายเคืองของเส้นประสาท

การทำกายภาพบำบัดและปรับพฤติกรรม

กายภาพบำบัดเป็นส่วนสำคัญของการรักษา โดยมักทำควบคู่กับการใช้ยา เพื่อช่วยลดอาการปวด เพิ่มความยืดหยุ่น และเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงกระดูกสันหลัง

แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดอาจใช้เครื่องมือช่วยลดปวด เช่น การดึงหลัง อัลตราซาวนด์ หรือเลเซอร์ลดการอักเสบ ร่วมกับการฝึกท่าออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยเฉพาะการเสริมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เพื่อลดแรงกดต่อกระดูกสันหลังและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

การฉีดยาลดการอักเสบเข้าโพรงเส้นประสาท

หากรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดร้าวลงขารุนแรง แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงเส้นประสาทบริเวณที่มีการอักเสบโดยตรง เพื่อลดอาการบวมและการระคายเคืองของเส้นประสาท ช่วยให้อาการปวดทุเลาลง และทำให้ผู้ป่วยกลับไปทำกายภาพบำบัดต่อได้ง่ายขึ้น

การผ่าตัดผ่านกล้อง

ในกรณีที่อาการปวดรุนแรง มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด

ปัจจุบันการผ่าตัดสามารถทำได้ด้วยกล้อง Microscope กำลังขยายสูง หรือกล้อง Endoscope โดยใช้เครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปนำส่วนของหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นหรือแตกออกมากดทับเส้นประสาทออกโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อโดยรอบ แผลมีขนาดเล็ก เจ็บแผลน้อย และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดเปิดแผลกว้างแบบเดิม

ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ให้ความสำคัญกับการประเมินผู้ป่วยเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาจากตำแหน่งที่เกิดการกดทับ ระดับความรุนแรงของอาการ ผลตรวจทางรังสี และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและช่วยให้ฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย

การดูแลตนเองและการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

หลังอาการดีขึ้นหรือหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพหลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำ โดยควรทำกายภาพบำบัดหรือออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ควรปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น หลีกเลี่ยงการก้มยกของหนัก นั่งทำงานในท่าที่ถูกต้อง เลือกเก้าอี้ที่รองรับส่วนโค้งของหลัง และเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30 นาที หากต้องนั่งนาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าหนักหรือใส่รองเท้าส้นสูง ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และงดสูบบุหรี่ เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของหมอนรองกระดูกในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร?

อาการเริ่มต้นมักเป็นอาการปวดหลังหรือปวดคอเป็น ๆ หาย ๆ โดยอาจปวดมากขึ้นเมื่อนั่งนาน ก้มตัว ยกของหนัก ไอ จาม หรือเบ่ง บางรายอาจเริ่มมีอาการปวดร้าวลงสะโพก แขน ขา ชา เหน็บ หรือรู้สึกคล้ายไฟช็อตตามแนวเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท หายเองได้ไหม?

ในรายที่อาการไม่รุนแรง อาการอาจดีขึ้นได้ด้วยการพักผ่อน ปรับพฤติกรรม รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และทำกายภาพบำบัดอย่างเหมาะสม แต่หากมีอาการปวดร้าว ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท แบบไหนต้องรีบพบแพทย์?

ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการปวดร้าวลงแขนหรือขารุนแรง ชาเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินลำบาก หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังพักและรับประทานยา โดยเฉพาะหากควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ชาบริเวณฝีเย็บ หรือขาอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว ควรไปโรงพยาบาลทันที

Medically Reviewed by

นพ. กิติเดช บุญชัย
นพ. กิติเดช บุญชัย

ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ

ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - โรคกระดูกสันหลัง

Readers’ Rating

3.0 out of 5 stars (based on 10 reviews)