6 สัญญาณเสี่ยงโรคไต
โรคไตเป็นโรคที่ใกล้ตัวและอันตรายกว่าที่คิด มักเริ่มต้นแบบเงียบ ๆ โดยไม่มีอาการชัดเจน รู้ทัน “6 สัญญาณเสี่ยงโรคไต” เช่น ปัสสาวะผิดปกติ บวม เหนื่อยง่าย ความดันโลหิตสูง เพื่อให้คุณสามารถดูแลและปกป้องไตได้ก่อนสายเกินไป

เลือกอ่านตามหัวข้อ
โรคไตเรื้อรัง เป็นภาวะที่การทำงานของไตค่อย ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งความรุนแรงออกเป็น 5 ระยะ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่อาจยังไม่มีอาการ ไปจนถึงระยะไตวายที่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต การรู้ว่า “โรคไตมีกี่ระยะ” ช่วยให้สามารถประเมินความรุนแรงของโรค วางแผนดูแลสุขภาพ และติดตามการรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น โดยแพทย์จะพิจารณาจากค่าการทำงานของไตหรือค่า eGFR ร่วมกับอาการและภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยแต่ละราย
โรคไต เรื้อรัง คือภาวะที่การทำงานของไตค่อย ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะอักเสบเรื้อรังของไต โดยในระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากมักยังไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน ทำให้หลายคนทราบว่าตนเองมีภาวะไตเสื่อมเมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้นแล้ว
การทราบว่าโรคไตอยู่ในระยะใดมีความสำคัญต่อการวางแผนดูแลสุขภาพและติดตามการรักษา เนื่องจากแต่ละระยะมีแนวทางดูแลและการประเมินความเสี่ยงที่แตกต่างกัน การติดตามการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเปลี่ยนแปลงของโรคและวางแผนการดูแลได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

โรคไต เรื้อรังแบ่งออกเป็น 5 ระยะ ตามระดับการทำงานของไต โดยใช้ค่าประเมินอัตราการกรองของเสียของไต หรือ eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate)
ในระยะนี้ ไตอาจเริ่มมีความผิดปกติบางอย่าง เช่น พบโปรตีนรั่วในปัสสาวะ หรือมีความผิดปกติจากการตรวจภาพวินิจฉัย แต่การทำงานของไตยังอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงปกติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักยังไม่มีอาการชัดเจน
ไตเริ่มทำงานลดลงมากขึ้น แต่ยังสามารถทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดี ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มมีอาการผิดปกติเล็กน้อย หรือยังไม่แสดงอาการใด ๆ จึงมักตรวจพบจากการตรวจสุขภาพ
ระยะนี้แบ่งได้เป็น 2 ระยะย่อย คือ ระยะ 3A และ 3B โดยไตเริ่มสูญเสียความสามารถในการกำจัดของเสียมากขึ้น ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มมีอาการ เช่น อ่อนเพลีย บวม หรือความดันโลหิตสูง
ไตทำงานลดลงอย่างมาก ของเสียเริ่มสะสมในร่างกายมากขึ้น ผู้ป่วยอาจมีอาการชัดเจน เช่น เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือมีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ มากขึ้น และจำเป็นต้องติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด
เป็นระยะที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างรุนแรงจนไม่สามารถขับของเสียและรักษาสมดุลในร่างกายได้เพียงพอ ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือด การล้างไตทางช่องท้อง หรือการปลูกถ่ายไต
อาการของโรคไตอาจแตกต่างกันตามระยะของโรค โดยในระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อโรครุนแรงขึ้น อาจพบอาการ เช่น
แพทย์จะประเมินโรคไตจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
การตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติโรคไตในครอบครัว อาจช่วยให้ตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
แนวทางดูแลโรคไตจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย โดยอาจประกอบด้วย
ที่ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล แพทย์จะประเมินระยะของโรคไตและวางแผนดูแลตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อช่วยติดตามการทำงานของไตและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
โรคไตเรื้อรังแบ่งออกเป็น 5 ระยะ โดยพิจารณาจากระดับการทำงานของไต (GFR) ตั้งแต่ระยะที่ 1 ที่ไตยังทำงานปกติแต่มีความผิดปกติในปัสสาวะ ไปจนถึงระยะที่ 5 ที่ไตวายและต้องบำบัดทดแทน
โรคไตระยะที่ 3 ถือเป็นจุดสำคัญที่ต้องดูแลอย่างจริงจัง เพราะไตทำงานได้เพียง 30–60% หากควบคุมอาหารและรับการรักษาที่เหมาะสม สามารถชะลอการดำเนินโรคไปสู่ระยะ 4 และ 5 ได้
ผู้ป่วยในระยะสุดท้ายอาจรักษาด้วยการฟอกไตอย่างต่อเนื่อง หรือหากมีความเหมาะสม สามารถเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตเพื่อลดการพึ่งพาการฟอกไตในระยะยาว
ผู้ที่มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต ควรตรวจการทำงานของไตและตรวจปัสสาวะเป็นประจำทุกปี แม้ยังไม่มีอาการ
โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะที่ต้องติดตามดูแลต่อเนื่อง โดยเป้าหมายสำคัญคือชะลอการเสื่อมของไตและลดภาวะแทรกซ้อน