เช็ก 5 อาการเสี่ยงเท้าแบน ที่ต้องรีบพบแพทย์ก่อนสาย
หลายคนคงกำลังมีปัญหาอยู่และอยากรู้ว่าตัวเองอยู่ในระยะไหนแล้ว และหลายคนอาจไม่แน่ใจว่าเป็นเท้าแบนหรือเปล่า? ต้องมีอาการแบบไหน ถึงควรเข้ามาพบแพทย์เฉพาะทาง? และควรรักษาแบบใด?

เลือกอ่านตามหัวข้อ
กระดูกเท้า อาจถูกทำร้ายจากพฤติกรรมใกล้ตัว เช่น การใส่รองเท้าส้นสูงนาน ดื่มน้ำอัดลมหรือกาแฟมากเกินไป เล่นกีฬาผิดท่า และน้ำหนักตัวมากเกินไป ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดต่อเท้า ข้อเท้า ส้นเท้า และนิ้วเท้า จนนำไปสู่อาการปวด การบาดเจ็บ หรือความผิดปกติของโครงสร้างเท้า การปรับพฤติกรรมและสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกจึงเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพกระดูกเท้าในระยะยาว
เท้าเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวและช่วยพยุงการเคลื่อนไหวในทุกกิจกรรม ตั้งแต่การยืน เดิน วิ่ง ไปจนถึงการออกกำลังกาย กระดูกเท้า ข้อเท้า เอ็น และเนื้อเยื่อรอบ ๆ จึงต้องรับแรงกดและแรงกระแทกอย่างต่อเนื่อง หากมีพฤติกรรมที่เพิ่มภาระให้เท้ามากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดฝ่าเท้า ปวดส้นเท้า ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง หรือปัญหาความผิดรูปของนิ้วเท้าได้
พ.ต.ท.นพ. ชัยวัฒน์ ศรีรัตนวุฑฒิ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้า โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ให้ความสำคัญกับการประเมินพฤติกรรมการใช้งานเท้าในชีวิตประจำวัน เนื่องจากหลายปัญหาของเท้าและข้อเท้าไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุรุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากแรงกดซ้ำ ๆ หรือพฤติกรรมที่ทำต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว
การสวมรองเท้าส้นสูงทำให้น้ำหนักตัวและแรงกระแทกจากการเดินถูกถ่ายไปที่บริเวณปลายเท้าและนิ้วเท้ามากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสวมส้นสูงเป็นประจำเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพเท้า เช่น นิ้วหัวแม่เท้าผิดรูป หรือภาวะที่กระดูกบริเวณจุดต่อระหว่างกระดูกเท้าและนิ้วหัวแม่เท้าเคลื่อนจากตำแหน่งปกติ, เอ็นร้อยหวายอักเสบ
หากจำเป็นต้องสวมรองเท้าส้นสูง ควรหาเวลาพักเท้าเป็นระยะ โดยต้นฉบับแนะนำให้พักเท้าทุก ๆ 1 ชั่วโมง เพื่อลดแรงกดสะสมบริเวณปลายเท้าและนิ้วเท้า
การเล่นกีฬาเป็นกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ แต่หากเล่นผิดท่า หักโหม หรือขาดความระมัดระวัง อาจเพิ่มแรงกดและแรงกระแทกต่อเท้า ข้อเท้า ขา และเข่า โดยเฉพาะกีฬาที่มีการวิ่ง กระโดด บิดตัว หรือเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง เอ็นฉีกขาด หรือการบาดเจ็บระหว่างเล่นกีฬา การอบอุ่นร่างกาย ใช้ท่าทางที่เหมาะสม และไม่ฝืนเล่นต่อเมื่อมีอาการเจ็บ จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของกระดูกเท้าและข้อเท้าได้
น้ำหนักตัวที่มากเกินไปอาจเพิ่มภาระให้กระดูกส้นเท้า เนื้อเยื่อรอบกระดูกส้นเท้า เอ็น และข้อต่าง ๆ ต้องรับแรงกดและแรงกระแทกมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดอาการปวดฝ่าเท้าหรือปวดส้นเท้าได้
นอกจากนี้ อาการปวดเท้าอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การเดินผิดวิธี การเดินหรือวิ่งมากเกินไป การใช้งานเท้าบนพื้นแข็งเป็นประจำ รวมถึงการสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม จึงควรสังเกตพฤติกรรมที่กระตุ้นอาการ เพื่อปรับการใช้งานเท้าให้เหมาะสมมากขึ้น
หากเริ่มมีอาการผิดปกติบริเวณเท้าหรือข้อเท้า ไม่ควรฝืนใช้งานต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อพบอาการต่อไปนี้
อาการเหล่านี้อาจสะท้อนว่า กระดูกเท้า ข้อเท้า เอ็น หรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ กำลังรับแรงกดมากเกินไป การประเมินอาการตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้เข้าใจสาเหตุของปัญหาได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับรองเท้า น้ำหนักตัว พฤติกรรมการเดิน การเล่นกีฬา หรือการใช้งานเท้าในชีวิตประจำวัน
การดูแล เริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมที่ทำซ้ำในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เพิ่มแรงกดหรือแรงกระแทกต่อเท้า เช่น
สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการปวดเท้าหรือปวดส้นเท้าบ่อย ๆ ควรสังเกตปัจจัยที่อาจกระตุ้นอาการ เช่น ชนิดของรองเท้า พื้นที่เดิน ระยะเวลาการยืนหรือเดิน และรูปแบบการออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้การดูแลและการปรับพฤติกรรมทำได้ตรงจุดมากขึ้น
อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ เพราะรองเท้าส้นสูงทำให้น้ำหนักและแรงกระแทกไปอยู่ที่ปลายเท้าและนิ้วเท้ามากขึ้น หากสวมต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจสัมพันธ์กับปัญหานิ้วหัวแม่เท้าผิดรูปได้
เกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะในกรณีที่เล่นกีฬาผิดท่า ใช้งานเท้ามากเกินไป หรือขาดความระมัดระวัง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง เอ็นฉีกขาด และการบาดเจ็บบริเวณเท้าและข้อเท้า
ได้ เพราะน้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้กระดูกส้นเท้า เนื้อเยื่อรอบกระดูกส้นเท้า เอ็น และข้อต่าง ๆ ต้องรับแรงกดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้ปวดฝ่าเท้าหรือส้นเท้าได้
ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการปวดฝ่าเท้า ปวดส้นเท้า ข้อเท้าพลิกซ้ำ ๆ หรือนิ้วเท้าผิดรูป โดยเฉพาะหากอาการเริ่มรบกวนการเดิน การยืน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - เท้าและข้อเท้า