เท้าแบน เป็นภาวะที่ส่วนโค้งด้านในของฝ่าเท้าลดลงหรือยุบตัว ส่งผลต่อการรองรับน้ำหนักและสมดุลของร่างกาย ในระยะแรกอาจยังไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อความผิดปกติเพิ่มขึ้น อาจทำให้เกิดอาการปวดฝ่าเท้า ข้อเท้า เข่า หรือหลังได้ ภาวะนี้แบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่ยังยืดหยุ่นได้ ไปจนถึงระยะที่ข้อเท้าผิดรูปและขยับได้จำกัด การสังเกตอาการและเข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะแรก ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาการเดินและภาวะแทรกซ้อนของระบบกระดูกและข้อในระยะยาวได้
เท้าแบนคืออะไร?
เท้าแบน (Flat Feet) คือ ภาวะที่อุ้งเท้าด้านในมีความโค้งลดลง ทำให้ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นมากกว่าปกติ ส่งผลให้การกระจายน้ำหนักขณะยืน เดิน หรือวิ่งเปลี่ยนไป
ภาวะนี้พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ บางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติ แต่บางคนอาจเริ่มมีอาการเมื่อใช้งานเท้านาน ๆ หรือทำกิจกรรมที่ต้องลงน้ำหนักต่อเนื่อง
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
ปวดฝ่าเท้าหรือส้นเท้า
ปวดบริเวณด้านในข้อเท้า
เมื่อยล้าเวลาเดินหรือยืนนาน
รองเท้าสึกด้านในมากผิดปกติ
รู้สึกเดินไม่มั่นคงหรือเท้าเอียงเข้าด้านใน
ประเภทของภาวะเท้าแบน
ภาวะเท้าแบนสามารถพบได้ทั้งตั้งแต่กำเนิดและเกิดขึ้นภายหลัง โดยแต่ละประเภทมีลักษณะของโครงสร้างเท้า อาการ และแนวทางดูแลแตกต่างกัน การแยกประเภทของภาวะเท้าแบนจึงมีความสำคัญต่อการประเมินและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
1. ภาวะเท้าแบนตั้งแต่กำเนิด
เป็นภาวะที่โครงสร้างของเท้ามีความผิดปกติตั้งแต่เด็ก โดยสามารถพบได้ทั้งแบบติดแข็งและแบบยืดหยุ่น
เกิดจากความผิดปกติของกระดูกและข้อภายในเท้าตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้เท้ามีลักษณะแข็ง ขยับได้จำกัด และอาจมีอาการปวดร่วมด้วยในบางราย
เป็นชนิดที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็ก ลักษณะสำคัญคืออุ้งเท้าจะปรากฏเมื่อเขย่งปลายเท้าหรือเมื่อไม่ลงน้ำหนัก ซึ่งในบางรายอาจค่อย ๆ ดีขึ้นได้เมื่อเด็กเติบโตขึ้น
2. ภาวะเท้าแบนที่เกิดขึ้นภายหลัง
มักพบในผู้ใหญ่ โดยอาจสัมพันธ์กับความเสื่อมของเอ็น การใช้งานเท้าเป็นเวลานาน หรือรูปแบบการลงน้ำหนักที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้อุ้งเท้าค่อย ๆ ยุบตัวลง และอาจมีอาการปวดร่วมด้วยเมื่อใช้งานเท้าเป็นเวลานาน
เท้าแบนมีกี่ระยะ?
ภาวะเท้าแบนสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ตามระดับความผิดปกติของเอ็นและโครงสร้างของเท้า
ระยะที่ 1 : เอ็นเริ่มอักเสบ แต่โครงสร้างเท้ายังปกติ
เป็นระยะเริ่มต้นที่เอ็นบริเวณด้านในข้อเท้าเริ่มมีการอักเสบ แม้อุ้งเท้ายังไม่ยุบตัวชัดเจน แต่ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการปวดเมื่อใช้งานเท้านาน
อาการที่พบได้ เช่น
ปวดด้านในข้อเท้า
เจ็บฝ่าเท้าเวลาเดิน
เมื่อยง่ายเวลายืนนาน
ในระยะนี้ อุ้งเท้ายังสามารถกลับสู่รูปเดิมได้เมื่อไม่ลงน้ำหนัก
ระยะที่ 2 : อุ้งเท้าเริ่มยุบตัว
เมื่อเอ็นเริ่มทำงานได้ลดลง โครงสร้างอุ้งเท้าจะเริ่มแบนลงอย่างชัดเจน แต่ข้อเท้ายังขยับได้
อาการที่พบได้ เช่น
เท้าดูแบนมากขึ้น
เดินนานแล้วปวดเท้า
รองเท้าสึกไม่สมดุล
รู้สึกลงน้ำหนักเท้าได้ไม่มั่นคง
หากปล่อยไว้ อาการอาจค่อย ๆ รุนแรงขึ้นและส่งผลต่อรูปแบบการเดิน
ระยะที่ 3 : เท้าแบนชนิดแข็ง
เป็นระยะที่ข้อเท้าและอุ้งเท้าเริ่มแข็ง ขยับได้จำกัด และมีความผิดรูปชัดเจนมากขึ้น
อาการที่พบได้ ได้แก่
ปวดชัดเจนขึ้น
เดินลำบาก
ข้อเท้าเอียง
รูปเท้าเปลี่ยนไปจากเดิม
ในบางราย อาจเริ่มส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวัน
ระยะที่ 4 : ข้อเท้าผิดรูปและเริ่มเสื่อม
เป็นระยะที่ความผิดปกติลุกลามไปยังข้อเท้า ทำให้เกิดภาวะข้อเสื่อมร่วมกับความผิดรูปของเท้า
อาการที่พบได้ ได้แก่
ปวดเรื้อรัง
ข้อเท้าบวม
เดินได้จำกัด
เท้าเอียงผิดรูปชัดเจน
ระยะนี้มักส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการทรงตัวขณะเดิน
สัญญาณแบบไหนที่ควรพบแพทย์?
แม้บางคนจะมีเท้าแบนโดยไม่มีอาการ แต่หากเริ่มมีสัญญาณต่อไปนี้ ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติม
ปวดเท้าหรือข้อเท้าเรื้อรัง
เดินหรือยืนนานแล้วอาการมากขึ้น
เท้าเริ่มผิดรูป
รู้สึกข้อเท้าเอียงเข้าด้านใน
เดินแล้วเสียสมดุลบ่อย
เด็กมีลักษณะเดินผิดปกติหรือหกล้มง่าย
พ.ต.ท.นพ. ชัยวัฒน์ ศรีรัตนวุฑฒิ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการเท้าและข้อเท้า โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ให้ข้อมูลว่า ภาวะเท้าแบนในระยะแรกอาจเริ่มจากอาการปวดหรือเมื่อยล้าบริเวณฝ่าเท้าและข้อเท้า ซึ่งผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักมองว่าเป็นอาการจากการใช้งานทั่วไป ทำให้ไม่ได้รับการประเมินตั้งแต่ระยะแรก
เท้าแบน ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?
เมื่อโครงสร้างของเท้าเปลี่ยนไป ร่างกายอาจต้องปรับรูปแบบการเดินและการทรงตัว ส่งผลให้เกิดแรงกดต่อข้อและกล้ามเนื้อในส่วนอื่น ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะข้อเท้า เข่า และหลัง
อุ้งเท้ามีหน้าที่ช่วยรองรับแรงกระแทกและช่วยกระจายแรงขณะเดินหรือยืน เมื่อส่วนโค้งของฝ่าเท้าลดลง อาจส่งผลต่อสมดุลของการเคลื่อนไหวและการใช้งานข้อในระยะยาว
ปวดฝ่าเท้าและข้อเท้า
แรงกดที่เพิ่มขึ้นบริเวณฝ่าเท้าและเอ็นข้อเท้า อาจทำให้เกิดอาการปวด โดยเฉพาะหลังเดินหรือยืนนาน
ปวดเข่า
เมื่อแนวการลงน้ำหนักเปลี่ยนไป อาจเพิ่มแรงกดบริเวณข้อเข่า ทำให้เกิดอาการปวดหรือใช้งานข้อเข่าได้ไม่สมดุล
ปวดหลังและเมื่อยล้า
ในบางราย ร่างกายอาจปรับท่าทางเพื่อชดเชยการทรงตัว ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังหรือเมื่อยล้าได้
การวินิจฉัยภาวะเท้าแบน
การวินิจฉัยภาวะเท้าแบน แพทย์จะพิจารณาร่วมกันทั้งลักษณะของอุ้งเท้า แนวการเดิน การลงน้ำหนัก และอาการที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
การประเมินเบื้องต้นอาจประกอบด้วย
การตรวจลักษณะของเท้าขณะยืนและเดิน
การประเมินความยืดหยุ่นของข้อเท้าและอุ้งเท้า
การตรวจแนวการลงน้ำหนักของร่างกาย
การสังเกตการสึกของรองเท้า
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมทางรังสี เพื่อประเมินโครงสร้างกระดูกและข้อของเท้า โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังหรือมีความผิดรูปของเท้า
แนวทางการรักษาเท้าแบน
การรักษาเท้าแบนขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ สาเหตุของความผิดปกติ และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยผู้ที่ไม่มีอาการอาจยังไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ควรติดตามอาการและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เพิ่มแรงกดต่อเท้า
การปรับรองเท้าและใช้อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้า
รองเท้าที่ช่วยรองรับอุ้งเท้าและกระจายน้ำหนักอย่างเหมาะสม อาจช่วยลดแรงกดบริเวณฝ่าเท้าและข้อเท้าได้ ในบางราย แพทย์อาจพิจารณาใช้อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้า เพื่อช่วยพยุงแนวเท้าให้สมดุลมากขึ้น
การกายภาพบำบัดและยืดกล้ามเนื้อ
การบริหารกล้ามเนื้อและเอ็นรอบเท้า รวมถึงการยืดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและฝ่าเท้า อาจช่วยลดอาการตึงและเพิ่มความมั่นคงขณะเดิน
การลดกิจกรรมที่เพิ่มแรงกระแทก
ในผู้ที่มีอาการปวด อาจต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ลงน้ำหนักต่อเนื่องหรือมีแรงกระแทกสูง เพื่อลดการอักเสบของเอ็นและข้อเท้า
การรักษาด้วยการผ่าตัด
การผ่าตัดอาจถูกพิจารณาในผู้ที่มีภาวะเท้าแบนระดับรุนแรง มีอาการปวดเรื้อรังต่อเนื่อง หรือมีความผิดรูปของเท้าที่ส่งผลต่อการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ซึ่งแนวทางการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับลักษณะความผิดปกติของแต่ละบุคคล
การผ่าตัดซ่อมแซมเส้นเอ็น
ในบางราย เส้นเอ็นที่ช่วยพยุงอุ้งเท้าอาจเกิดการเสื่อมสภาพหรือฉีกขาด ทำให้โครงสร้างของเท้าไม่มั่นคง การผ่าตัดจึงมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูการทำงานของเส้นเอ็น และช่วยให้โครงสร้างเท้ากลับมาทำงานได้สมดุลมากขึ้น
การผ่าตัดปรับแนวกระดูกเท้า
เป็นแนวทางรักษาที่ใช้ในผู้ที่มีความผิดรูปของเท้าชัดเจน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของแนวกระดูกหลายตำแหน่งร่วมกัน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาปรับโครงสร้างของกระดูกเท้า เพื่อช่วยฟื้นฟูรูปทรงของอุ้งเท้าและเพิ่มความมั่นคงในการเดิน
การรักษาภาวะเท้าแบนไม่ได้มุ่งเพียงลดอาการปวดเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสมดุลของเท้าและการเคลื่อนไหวในระยะยาว
แนวทางดูแลอาจประกอบด้วยการใช้อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้า กายภาพบำบัด การปรับพฤติกรรมการใช้งานเท้า และการผ่าตัดในรายที่เหมาะสม หากได้รับการประเมินและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก อาจช่วยลดอาการปวด เพิ่มความมั่นคงในการเดิน และช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นในระยะยาว
ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล มีประสบการณ์ในการประเมินและดูแลภาวะเท้าแบนร่วมกับการวิเคราะห์แนวการเดินและสมดุลของร่างกาย เพื่อช่วยวางแนวทางรักษาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเท้าแบน
เท้าแบนหายเองได้ไหม?
ในเด็กบางช่วงวัย อุ้งเท้าอาจค่อย ๆ พัฒนาได้ตามการเจริญเติบโต แต่ในผู้ใหญ่ ภาวะเท้าแบนมักไม่กลับมาเป็นปกติเอง
คนเท้าแบนวิ่งหรือออกกำลังกายได้หรือไม่?
สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับระดับอาการและความเหมาะสมของรองเท้าหรือการรองรับอุ้งเท้า
เท้าแบนควรเลือกรองเท้าแบบไหน?
ควรเลือกรองเท้าที่ช่วยรองรับอุ้งเท้าและมีความมั่นคงขณะเดินหรือวิ่ง
เด็กเท้าแบนควรพบแพทย์เมื่อไร?
หากเด็กมีอาการปวดเท้า เดินผิดปกติ หรืออุ้งเท้าไม่พัฒนาตามวัย ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
เท้าแบนอันตรายไหม?
ผู้ที่มีเท้าแบนบางรายอาจไม่มีอาการ แต่หากปล่อยไว้จนเกิดความผิดปกติของการเดินหรือมีอาการปวดเรื้อรัง อาจส่งผลต่อข้อเท้า ข้อเข่า และการใช้ชีวิตประจำวันได้
Medically Reviewed by
พ.ต.ท.นพ. ชัยวัฒน์ ศรีรัตนวุฑฒิ
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - เท้าและข้อเท้า
Readers’ Rating
3.0 out of 5 stars (based on 1 review)