3 พฤติกรรมทำร้าย กระดูกเท้า ที่หลายคนมองข้าม
การสวมรองเท้าส้นสูงจะทำให้น้ำหนักตัวและแรงกระแทกจากการเดินไปอยู่ที่บริเวณปลายเท้าและนิ้วเท้าแทนด้วยเหตุผลนี้
เลือกอ่านตามหัวข้อ
รองช้ำ (Plantar Fasciitis) เป็นภาวะอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้าที่เชื่อมระหว่างกระดูกส้นเท้ากับบริเวณหน้าเท้า ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณส้นเท้าหรือฝ่าเท้า โดยเฉพาะช่วงก้าวแรกหลังตื่นนอนหรือหลังนั่งพักเป็นเวลานาน ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ที่ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก นักกีฬา รวมถึงผู้ที่มีโครงสร้างเท้าผิดปกติ การวินิจฉัยที่ถูกต้องและการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีส่วนช่วยลดอาการปวดและลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
อาการของโรครองช้ำมักสัมพันธ์กับการลงน้ำหนักที่ส้นเท้า โดยเฉพาะหลังพักเท้าเป็นเวลานาน ผู้ป่วยจึงมักรู้สึกปวดชัดในช่วงเริ่มเดินก้าวแรกๆ โดยเฉพาะช่วงหลังตื่นนอน พอเดินมากขึ้นอาการปวดจะเบาลงและอาการอาจเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานเท้าในแต่ละวัน
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
หากอาการปวดส้นเท้าเป็นต่อเนื่อง หรือเริ่มรบกวนการเดิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินสาเหตุอย่างเหมาะสม
โรครองช้ำมักเกิดจากพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้รับแรงกดหรือใช้งานหนักเป็นเวลานาน จนเกิดการระคายเคืองและอักเสบ โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ปัจจัยจากการใช้งานเท้า และปัจจัยจากโครงสร้างร่างกาย
พฤติกรรมหรือกิจกรรมที่ทำให้ส้นเท้ารับแรงกระแทกมากกว่าปกติ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรครองช้ำ เช่น
ภาวะบางอย่างของร่างกายหรือโครงสร้างเท้า อาจทำให้แรงกดบริเวณฝ่าเท้ากระจายไม่สมดุล และเพิ่มภาระต่อพังผืดใต้ฝ่าเท้า เช่น
แพทย์จะวินิจฉัยโรครองช้ำจากประวัติอาการและการตรวจร่างกาย โดยสังเกตตำแหน่งของจุดกดเจ็บบริเวณส้นเท้า ในบางกรณีอาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมเช่น MRIและ เอกซเรย์ เพื่อประเมินโครงสร้างกระดูกและแยกแยะสาเหตุอื่น เช่น หินปูนเกาะบริเวณส้นเท้า หรือการบาดเจ็บของกระดูก
การรักษาเบื้องต้นด้วยตนเองสำหรับผู้ที่มีอาการในระยะแรก สามารถดูแลตนเองได้ดังนี้
หากอาการรองช้ำไม่ดีขึ้นหลังการดูแลเบื้องต้น แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการรักษาเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของอาการ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดอาการปวด ลดการอักเสบ และส่งเสริมการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้า
แนวทางการรักษาที่อาจพิจารณา ได้แก่
การรักษาด้วยคลื่นกระแทก หรือ Extracorporeal Shock Wave Therapy (ESWT) เป็นทางเลือกหนึ่งที่แพทย์อาจพิจารณาในผู้ป่วยโรครองช้ำที่มีอาการเรื้อรัง หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังการดูแลเบื้องต้น วิธีนี้ใช้คลื่นพลังงานส่งไปยังบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้าที่มีการอักเสบ เพื่อช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและบรรเทาอาการปวดในบางราย
พ.ต.ท.นพ. ชัยวัฒน์ ศรีรัตนวุฑฒิ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้า โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ให้ข้อมูลว่า การรักษาโรครองช้ำควรพิจารณาตามความรุนแรงของอาการ ระยะเวลาที่เป็น และการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมและลดผลกระทบต่อการเดินในชีวิตประจำวัน
ในบางรายที่อาการปวดส้นเท้าจากโรครองช้ำยังไม่ดีขึ้นหลังการรักษาเบื้องต้น แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาเฉพาะจุดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดการอักเสบหรือบรรเทาอาการปวดบริเวณจุดเกาะของพังผืดใต้ฝ่าเท้า
การฉีดยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มลดการอักเสบ หรือสารที่ใช้กระตุ้นกระบวนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ เช่น PRP (Platelet-Rich Plasma) และ Prolotherapy ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ประโยชน์ และข้อควรระวังของผู้ป่วยแต่ละราย
การผ่าตัดอาจพิจารณาในผู้ป่วยโรครองช้ำที่มีอาการเรื้อรัง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นเป็นระยะเวลานาน โดยแพทย์จะประเมินอาการ ความรุนแรงของโรค และผลการรักษาที่ผ่านมาอย่างละเอียดก่อนวางแผนการรักษา
การผ่าตัดสามารถทำได้ทั้งแบบเปิดและแบบส่องกล้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดแรงตึงบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้าที่เป็นสาเหตุของอาการปวด สำหรับการผ่าตัดส่องกล้อง แพทย์จะใช้กล้องและเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กช่วยในการมองเห็นและรักษาบริเวณที่เป็นปัญหา ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้ การเลือกวิธีผ่าตัดควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ โดยพิจารณาจากตำแหน่งและความรุนแรงของอาการ โครงสร้างเท้า ภาวะสุขภาพของผู้ป่วย และความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
แม้โรครองช้ำจะสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แต่การดูแลสุขภาพเท้าและลดปัจจัยเสี่ยงบางประการ อาจช่วยลดโอกาสเกิดการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้ โดยมีแนวทางดังนี้
ผู้ป่วยโรครองช้ำส่วนใหญ่ประมาณ 85–90% สามารถฟื้นตัวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากดูแลตนเองอย่างถูกต้องและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายเดือน
การเจ็บส้นเท้าอย่างรุนแรงในก้าวแรกหลังตื่นนอน เป็นอาการจำเพาะของโรครองช้ำ เกิดจากพังผืดที่หดตัวขณะพักถูกดึงยืดขณะลงน้ำหนักก้าวแรก หากมีอาการดังกล่าวเป็นเวลานานควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
ไม่เสมอไป การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นมาอย่างน้อย 6 เดือนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ดี
กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ นักวิ่งและนักกีฬา ผู้ที่ยืนหรือเดินนานหลายชั่วโมงต่อวัน ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ผู้ที่มีโครงสร้างเท้าผิดปกติ เช่น เท้าแบนหรืออุ้งเท้าสูง รวมถึงผู้ที่สวมรองเท้าพื้นบางไม่เหมาะสมกับกิจกรรม
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - เท้าและข้อเท้า