1.สิว เวลาที่เราใส่หน้ากากอนามัย มักเกิดเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ รวมถึงตุ่มหนองขนาดเล็ก ๆ ขึ้นมาได้ และจากการใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เกิดความอับชื้น เกิดการสะสมของเชื้อโรค และแบคทีเรีย และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว

2.ผื่นแดง และมีอาการคันจากการใส่หน้ากากอนามัย มักจะเกิดขึ้นบริเวณขอบหน้ากาก แก้ม ปาก กราม คางและจมูก ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการะคายเคือง มากกว่าการแพ้สัมผัส สาเหตุจากการระคายเคืองเกิดจากการกดทับ การขยับไปมา ส่วนจากการแพ้สัมผัสเกิดจากส่วนประกอบของหน้ากากอนามัย

                นอกจากนี้ในคนที่มีประวัติเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ บริเวณผิวมันบนใบหน้า (Seborrheic dermatitis) การใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดผื่นมากขึ้นได้

วิธีใส่หน้ากากอนามัยแบบง่าย ๆ ที่จะช่วยลดปัญหาผิว ทั้งสิว ผื่นคัน และอาการแพ้ สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้

1.ล้างหน้าให้สะอาด เพื่อลดโอกาสเสื่ยงจากการเกิดสิว ด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับผิว

และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้เกิดสิวอุดตัน ( Non-comedogenic) และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และระคายเคือง ( Hypoallergenic)

2.เปลี่ยนหน้ากากอนามัยอย่างน้อยวันละครั้ง ไม่ควรใช้ซ้ำ และไม่ควรเอามือมาสัมผัสกับหน้ากากมากเกินไป สัมผัสแค่เพียงตอนสวมเข้ากับถอดออก โดยจับที่สายคล้อง ถอดหน้ากากบ้างตอนอยู่คนเดียว ทั้งนี้ถอดในที่มีอากาศหมุนเวียนมากพอ ไม่ถอดในแหล่งชุมชนที่มีโอกาสสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคสูง

3. ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ควรงดแต่งหน้า

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (2 )
  • Your Rating