การขับถ่ายถือเป็นอีกหนึ่งกิจวัตรสำคัญในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยที่เราจะสังเกตดูอุจจาระของตัวเองบ้าง เพราะจริง ๆ แล้ว ลักษณะและสีของอุจจาระนั้นสามารถบ่งบอกปัญหาสุขภาพได้มากกว่าที่เราคิด ถ้าหากมีความผิดปกติ เช่น อุจจาระแข็ง สีคล้ำ หรือถ่ายเป็นเลือด นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายที่แฝงและกำลังก่อตัวในร่างกายอยู่ก็เป็นได้ โดยโรคที่สามารถระบุได้จากการมีเลือดปนในอุจจาระมีดังนี้

ริดสีดวงทวารหนัก

ผู้ที่มีอาการท้องผูกบ่อย ๆ นั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักมากกว่าผู้ที่ขับถ่ายได้ตามปกติ โดยหากถ่ายอุจจาระเป็นก้อนแข็งมาก อุจจาระก็อาจครูดกับผิวหรือเยื่อบุผิวของทวารหนักจนเกิดเป็นแผลและมีเลือดสดไหลปนออกมาเป็นหยด ๆ หรือเป็นเส้น ๆ พร้อมอุจจาระก็เป็นได้ นอกจากจะมีอาการปวดแสบระคายเคืองบริเวณรูทวารหนักแล้ว การเป็นริดสีดวงทวารยังอาจมีติ่งริดสีดวงปลิ้นออกมาจนดูเหมือนมีอาการอักเสบ และคุณอาจรู้สึกปวดแสบหนักมากขึ้นหากอาการไม่ดีขึ้น ดังนั้นหากพบว่าตัวเองถ่ายเป็นเลือดก็อย่าได้นิ่งนอนใจ และควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

เลือดออกในลำไส้ใหญ่

การถ่ายเป็นเลือดโดยมีเลือดสดหรือลิ่มเลือดไหลออกมาพร้อมกับอุจจาระ แต่ไม่มีอาการปวดแสบทวารหนักหรือคลำได้ก้อนบริเวณทวารหนัก อาการลักษณะนี้อาจกำลังเป็นตัวบ่งชี้ของการมีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ โดยหากมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อยและหยุดไหลได้เอง สามารถรอดูอาการและมารับการตรวจภายหลังได้ แต่หากมีเลือดไหลออกมากควรรีบมารับการตรวจและรักษาโดยเร็วที่สุด

เลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็ก

อาการของภาวะนี้อาจเริ่มจากอาเจียนออกมาเป็นเลือดก่อน หรืออาจไม่มีอาการอาเจียนเลยก็ได้ จากนั้นอาจตามด้วยการถ่ายเป็นเลือด โดยสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าเลือดจะเป็นสีเข้มจนเกือบดำกลิ่นเหม็นมากผิดปกติ และหากถ่ายเป็นเลือดจำนวนมากก็ควรรีบมาพบแพทย์โดยด่วน

โรคลำไส้ขาดเลือด

โรคนี้เกิดจากการที่เลือดไม่สามารถเข้าไปไหลเวียนในลำไส้ได้จนทำให้เซลล์ลำไส้เริ่มไม่ทำงานและตายลงในที่สุด และเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ลำไส้ก็จะเริ่มเน่าจนมีแบคทีเรีย โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเกร็งท้องและอาจปวดมากจนหมดสติ หรืออาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้ หากระหว่างปวดท้องมีอาการถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย แสดงว่าอาการเริ่มรุนแรงและมีความเสี่ยงถึงขั้นวิกฤต หากพบว่าตัวเองถ่ายเป็นเลือดไม่ว่าจะเพียงเล็กน้อยก็ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจโดยละเอียด เพราะถ้าลำไส้บางส่วนเริ่มเน่าแล้ว จะต้องผ่าตัดนำลำไส้ส่วนที่เสียออกไป แล้วต่อลำไส้ที่ยังทำงานได้ตามปกติเข้าด้วยกัน ยิ่งได้รับการผ่าตัดเร็ว ลำไส้ส่วนขาดเลือดจนต้องผ่าตัดออกก็จะยิ่งน้อย

มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่จะทำให้เกิดแผลที่เยื่อบุผนังด้านในของลำไส้ใหญ่ ถ้าหากเป็นมะเร็งที่อยู่ใกล้ทวารหนักก็อาจมีอาการปวดเบ่งถ่ายไม่สุดหรือท้องผูกสลับท้องเสียได้ จึงทำให้มีความเสี่ยงในการถ่ายเป็นเลือด โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มักเกิดกับผู้ใหญ่อายุเกิน40-50 ปี แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับคนวัยรุ่นวัยทำงานได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประวัติครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาก่อน

นอกจากถ่ายเป็นเลือด หรือ อุจจาระมีมูกเลือดปนจะเป็นสัญญาณอันตรายบ่งชี้ถึงโรคต่าง ๆ ได้แล้ว สีของอุจจาระที่แดงเข้มหรือเกือบดำก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น การทานอาหารที่มีเลือดสัตว์เป็นส่วนประกอบ หรือการอยู่ในระหว่างการทานยาบำรุงเลือด ดังนั้น หากมีอาการถ่ายเป็นเลือด หรือสีคล้ายเลือดเพียงเล็กน้อย และไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ สิ่งที่คุณควรทำเพื่อช่วยให้อาการดังกล่าวดีขึ้น คือ ควรรับประทานผักผลไม้มากขึ้น ดื่มน้ำมากขึ้น และออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยทั่วไปแล้ว การรักษาอาการถ่ายเป็นเลือดนั้นต้องพิจารณาจากสาเหตุของการเกิดโรคเป็นหลัก แต่หากไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรกับร่างกายตนเองก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาอย่างถูกต้อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี
โทร. 02-734-0000 ต่อ 2960 , 2961 , 2966

  • Readers Rating
  • Rated 3.3 stars
    3.3 / 5 (45 )
  • Your Rating