ระวัง! ความดันโลหิตสูง ที่ไม่มีอาการ เสี่ยง โรคหัวใจขาดเลือด โดยไม่รู้ตัว
ค่าความดันโลหิตแบ่งออกเป็น 2 ค่า คือ ค่าความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือค่าความดันโลหิตในหลอดเลือดที่เกิดขึ้นขณะที่หัวใจบีบตัว
เลือกอ่านตามหัวข้อ
การตรวจ TEE หัวใจคืออะไร? เมื่อการตรวจหัวใจรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงทั่วไป (Transthoracic Echocardiography: TTE หรือ Echo) อาจไม่ชัดเจนพอในผู้ป่วยบางราย แล้วแพทย์ต้องการภาพหัวใจที่ชัดเจนมากขึ้นหรืออาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างหัวใจบางตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงผ่านหลอดอาหาร หรือ Transesophageal Echocardiography (TEE) จึงเป็นอีกหนึ่งในแนวทางที่แพทย์อาจพิจารณาตรวจร่วมด้วย แล้ว Transesophageal Echocardiogram แตกต่างกับ Transthoracic Echocardiography อย่างไร ที่นี่มีคำตอบ
การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านหลอดอาหาร หรือ Transesophageal Echocardiogram โดยใช้หัวตรวจอัลตราซาวนด์ชนิดพิเศษสอดผ่านทางปากเข้าสู่หลอดอาหาร เนื่องจากหลอดอาหารอยู่ใกล้หัวใจมากกว่าการตรวจผ่านผนังทรวงอก การตรวจ TEE ช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดหัวใจบางตำแหน่งได้ชัดเจนขึ้น เช่น
การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงผ่านหลอดอาหารในการสร้างภาพหัวใจแบบเคลื่อนไหว ไม่ใช้รังสีจึงไม่ก่อให้เกิดรังสี และช่วยให้แพทย์ประเมินทั้งโครงสร้างและการทำงานของหัวใจได้อย่างละเอียด
แม้ว่าการตรวจหัวใจแบบ TEE และ Echo จะเป็นการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเหมือนกัน แต่มีวิธีการตรวจและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยแพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะกับอาการและข้อมูลที่ต้องการประเมินของผู้ป่วย
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Echo (TTE) | TEE |
| วิธีการตรวจ | วางหัวตรวจบนผนังทรวงอก | สอดหัวตรวจผ่านทางปากเข้าสู่หลอดอาหาร |
| ตำแหน่งของหัวตรวจ | อยู่ภายนอกร่างกาย | อยู่ใกล้หัวใจมากกว่า |
| คุณภาพของภาพ | เห็นโครงสร้างและการทำงานของหัวใจโดยรวม | อยู่ภายนอกร่างกาย อยู่ใกล้หัวใจมากกว่า |
| ข้อดี | เป็นการตรวจพื้นฐาน ไม่ต้องสอดอุปกรณ์เข้าสู่ร่างกาย | เหมาะสำหรับการประเมินโครงสร้างที่มองเห็นได้ไม่ชัดจาก TTE |
แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจ TEE ในกรณีต่อไปนี้
พญ. ทรายด้า บูรณสิน อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด อธิบายว่า การพิจารณาตรวจ TEE จะขึ้นอยู่กับอาการ ประวัติสุขภาพ และผลการตรวจของผู้ป่วย โดยแพทย์จะประเมินข้อมูลทั้งหมดร่วมกัน เพื่อเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสมและให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอต่อการดูแลรักษา
การตรวจหัวใจผ่านหลอดอาหาร (TEE) เป็นวิธีที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของหัวใจได้ชัดเจน ภาพที่ได้จะช่วยให้แพทย์ประเมินและค้นหาความผิดปกติของหัวใจได้อย่างตรงจุดในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น
สามารถแสดงรายละเอียดของลิ้นหัวใจได้อย่างชัดเจน ช่วยประเมินภาวะลิ้นหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว ความผิดปกติของลิ้นหัวใจเทียม รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาหรือผ่าตัด
โดยเฉพาะในตำแหน่งที่การตรวจผ่านผนังทรวงอกอาจเห็นได้ไม่ชัด ทำให้แพทย์ประเมินตำแหน่งและลักษณะของลิ่มเลือดได้ละเอียดมากขึ้น
ในกรณีที่ผู้ป่วยสงสัยว่ามีภาวะติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ การตรวจ TEE จะช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดของลิ้นหัวใจและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการติดเชื้อได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยโรค
ประเมินความผิดปกติของผนังกั้นหัวใจ ทั้งที่เป็นมาแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง และประเมินผลหลังการปิดรูรั่ว
ช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดของหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนทรวงอก และใช้ประเมินภาวะหลอดเลือดโป่งพองหรือหลอดเลือดฉีกขาดได้
เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
การตรวจ TEE หัวใจจะดำเนินการโดยแพทย์ โดยมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่คอยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอดการตรวจ โดยมีรายละเอียดแต่ละขั้นตอน ดังต่อไปนี้
เจ้าหน้าที่จะตรวจวัดสัญญาณชีพ จัดท่าผู้ป่วย ติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ความดันโลหิต และระดับออกซิเจนในเลือด พร้อมเปิดเส้นเลือดดำสำหรับให้ยา
จากนั้นจะพ่นยาชาบริเวณลำคอและในบางรายแพทย์อาจพิจารณาให้ยาระงับความรู้สึกแบบรู้สึกตัวและยาช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างการตรวจ โดยผู้ป่วยยังสามารถหายใจได้เองตามปกติ
ผู้ป่วยจะนอนตะแคงซ้ายและใส่อุปกรณ์ป้องกันการกัดหัวตรวจ (Mouth Guard)
แพทย์จะค่อย ๆ สอดหัวตรวจผ่านทางปากเข้าสู่หลอดอาหาร โดยระหว่างการตรวจ ผู้ป่วยยังสามารถหายใจได้ตามปกติ
แพทย์จะตรวจประเมินโครงสร้างและการทำงานของหัวใจจากหลายมุมมอง พร้อมบันทึกภาพในตำแหน่งที่ต้องการ เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา
เมื่อการตรวจเสร็จสิ้น แพทย์จะนำหัวตรวจออก และให้ผู้ป่วยพักสังเกตอาการในระยะหนึ่ง ก่อนกลับบ้านหรือเข้ารับการรักษาตามแผนที่กำหนด
โดยทั่วไปการตรวจใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที และรวมระยะเวลาเตรียมตัวและพักสังเกตอาการประมาณ 1–2 ชั่วโมง
หลังการตรวจ TEE ผู้ป่วยสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ตามปกติ โดยมีแนวทางการดูแลตัวเองง่าย ๆ เพื่อความปลอดภัยและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น ดังนี้
การตรวจ TEE หัวใจ หรือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงผ่านหลอดอาหาร เป็นการตรวจที่ช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดของหัวใจได้ชัดเจนขึ้นในกรณีที่การตรวจผ่านผนังทรวงอกให้ข้อมูลไม่เพียงพอ หากแพทย์แนะนำให้ตรวจ ผู้ป่วยควรเตรียมตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนและหลังการตรวจอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษา
การตรวจ TEE เป็นการตรวจที่มีความปลอดภัยสูง แต่เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ อาจพบภาวะแทรกซ้อนได้บ้าง แม้จะพบไม่บ่อย ได้แก่
การตรวจ TEE หัวใจ หรือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงผ่านหลอดอาหาร เป็นการตรวจที่ช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดของหัวใจได้ชัดเจนขึ้นในกรณีที่การตรวจผ่านผนังทรวงอกให้ข้อมูลไม่เพียงพอ หากแพทย์แนะนำให้ตรวจ ผู้ป่วยควรเตรียมตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนและหลังการตรวจอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษา
ระหว่างการตรวจ ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบายบริเวณลำคอหรืออยากกลืนขณะสอดหัวตรวจ แต่แพทย์จะพ่นยาชาบริเวณลำคอก่อนตรวจ และในบางรายอาจให้ยาช่วยให้ผ่อนคลาย
ระยะเวลาการตรวจอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการตรวจและการเตรียมตัวของผู้ป่วย โดยทั่วไปการตรวจใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที และรวมระยะเวลาเตรียมตัวและพักสังเกตอาการประมาณ 1–2 ชั่วโมง
ควรรอจนกว่าอาการชาบริเวณลำคอจะหายก่อน จึงเริ่มจิบน้ำก่อน หากไม่มีอาการสำลักจึงเริ่มรับประทานอาหารได้
โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล หากเป็นการตรวจแบบผู้ป่วยนอก (Outpatient) และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยจะพักสังเกตอาการประมาณ 1–2 ชั่วโมง จนกว่าฤทธิ์ยาชาและยาระงับความรู้สึกจะลดลง จากนั้นจึงสามารถกลับบ้านได้ โดยควรมีญาติหรือผู้ดูแลเดินทางกลับด้วย
อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอยู่แล้ว หรือแพทย์มีแผนเฝ้าสังเกตอาการเพิ่มเติม เช่น มีโรคประจำตัวที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หรือมีการทำหัตถการอื่นร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาให้นอนโรงพยาบาลตามความเหมาะสม
ผู้ที่มีโรคหรือความผิดปกติของหลอดอาหารบางชนิด อาจไม่เหมาะกับการตรวจวิธีนี้ ผู้ป่วยควรแจ้งประวัติสุขภาพและประวัติการรักษาให้แพทย์ทราบก่อนตรวจ
อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วไป