ปวดหลังแบบไหน เสี่ยง หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท
ปวดคอ ปวดหัว ปวดหลัง และอีกสารพัดปวด ที่เกิดจากการก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟน นั่งทำงานต่อเนื่องยาวนาน หรือยกของหนัก สัญญาณเหล่านี้ไม่ควรมองข้าม
มนุษย์เราทุกคนล้วนเคยมีประสบการณ์ปวดหลังอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ปวดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับช่วงอายุและสภาพร่างกายแต่ส่วนใหญ่พออายุมากขึ้นมักจะพบว่าอาการปวดมีความถี่ขึ้นและรุนแรง บางรายอาจจะต้องพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาตามระดับขั้นตอนด้วยวิธีต่างๆ จนไปถึงเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง เพราะอาการปวดของแต่ละคนมีที่มาแตกต่างกันออกไป
การแยกแยะด้วยตัวเองว่าอาการปวดหลังที่เป็นอยู่มาจากสาเหตุอะไรค่อนข้างยาก วิธีที่ดีที่สุดคือควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้รู้สาเหตุแน่ชัด หากพิจารณาในกลุ่มคนทำงาน หรือคนที่อายุไม่มาก อาการปวดหลังที่พบมักมาจากสาเหตุหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือแตกทับเส้นประสาท เป็นที่มาของอาการปวดหลังร้าวลงขาที่พบบ่อยในคนวัยทำงาน ลักษณะอาการปวด เช่น ก้มลงไปยกของขึ้นมา ปวดเสียวร้าวลงขา ปวดจนต้องปล่อยของที่ถืออยู่ในมือจนตัวจะทรุดลงไป อาการนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าหมอนรองกระดูกแตกและอาจถึงขั้นต้องเข้ารับผ่าตัดกระดูกสันหลัง
โดยทั่วไปลักษณะทางกายภาพของหมอนรองกระดูกจะไม่ทนต่อแรงบิด สังเกตได้จากการยกของหนักในแนวตรงจะไม่ค่อยพบอาการปวดหลังผิดปกติ แต่เมื่อใดที่เอี้ยวตัวไปหยิบของ บางครั้งพบอาการปวดหลังร้าวลงขากะทันหัน นั่นคืออาการหมอนรองกระดูกแตกแล้วเคลื่อนไปทับเส้นประสาทได้ เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคปวดหลังอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการบิดตัว หรือเอี้ยวตัวยกของ
หมอนรองกระดูกจะมีลักษณะเป็นแผ่น (ถุง หรือ capsule) ข้างในหมอนรองกระดูกจะมีลักษณะคล้ายเจลเหนียวๆ แต่ถ้าแตกหรือชำรุดเสียหาย เจลที่เคลื่อนออกมาภายนอกจะแข็งขึ้น หากไปโดนเส้นประสาทเส้นใดเส้นหนึ่งที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ จะทำให้ระบบนั้นผิดปกติไป
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน อาจเปรียบเทียบระบบเส้นประสาทของมนุษย์กับระบบการจ่ายไฟฟ้าได้ดังนี้ ระบบเส้นประสาทเหมือนสายไฟ ต้นทางคือโรงไฟฟ้า ส่งต่อมาที่สายส่งกำลังแรงสูง ปากซอยจะมีหม้อแปลงไฟฟ้า มาจนถึงหน้าบ้านมีมิเตอร์ไฟฟ้า ลักษณะการบาดเจ็บต่อระบบประสาทในแต่ละจุด อาจเปรียบได้กับการระเบิดของจุดจำหน่ายไฟแต่ละจุด เช่น การระเบิดของโรงไฟฟ้าจะทำให้ไฟฟ้าดับทั้งเมือง เปรียบได้กับการบาดเจ็บที่คอหรือสมองของมนุษย์ ทำให้เป็นอัมพาตทั้งตัวได้ หรือหม้อแปลงระเบิดทำให้ไฟฟ้าดับทั้งซอย เปรียบได้กับการเป็นอัมพาตทั้งขาหรือระดับเอวลงไป ในกรณีของหมอนรองกระดูกชำรุดเสียหาย เปรียบได้กับมิเตอร์หน้าบ้าน ถ้าไฟดับก็ดับเฉพาะในบ้าน เหมือนกับอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อน ที่อาจทำให้มีอาการกระดกนิ้วเท้าไม่ขึ้น กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น เดินลำบากแต่ไม่ถึงขั้นเป็นอัมพาต ซึ่งวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับอาการว่ารุนแรงขนาดไหน หากมีอาการปวดค่อนข้างมากจนถึงขั้นเดินไม่ค่อยได้การผ่าตัดกระดูกสันหลังเป็นการรักษาที่จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ตามระดับ
เบื้องต้นแพทย์จะตรวจร่างกายทั่วไปก่อน อย่างไรก็ตามการตรวจโดยดูจากการเอกซเรย์อย่างเดี๋ยวจะมองไม่เห็นละเอียดไปถึงหมอนรองกระดูกหรือเส้นประสาท เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดต้องตรวจด้วยการทำ MRI Scan จึงจะเห็นพยาธิสภาพของหมอนรองกระดูกที่แตก ว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน จำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัดกระดูกสันหลังหรือไม่
กรณีที่มีกระดูกงอกมาก จนช่องสำหรับสอดเครื่องมือตีบแคบมาก จะทำให้ไม่สามารถสอดเครื่องมือเข้าไปได้อาจเป็นสาเหตุให้หมอนรองกระดูกแตก แล้วเคลื่อนไปอยู่ที่อื่นได้ อาจต้องพิจารณาใช้วิธีอื่นในการผ่าตัดกระดูกสันหลังด้วยวิธีเอ็นโดสโคป
สำหรับศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญ การผ่าตัดกระดูกสันหลังด้วยวิธีนี้นับว่ามีความแม่นยำมากกว่าวิธีมาตรฐานอื่นๆ ทั่วไป เพราะกล้องที่สอดเข้าไป สามารถส่องให้เห็นพยาธิสภาพภายในได้อย่างชัดเจน สามารถขยาย และโฟกัสได้ มองเห็นชัดถึงเส้นประสาทนั้นๆ ช่วยหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทได้ดีกว่าการเปิดแผลปกติ ที่สำคัญไม่ต้องตัดกระดูกออก
ในการผ่าตัดกระดูกสันหลังเพื่อนำหมอนรองกระดูกที่แตกออก จะไม่นำหมอนรองกระดูกที่แตกออกทั้งหมด เพราะต้องคงหมอนรองกระดูกไว้เพื่อให้สามารถทำหน้าที่รองรับข้อกระดูกสันหลังได้ และส่วนที่ยังไม่ชำรุดจะคงสภาพไว้เพื่อให้ทำหน้าที่ต่อไปได้ เพราะฉะนั้นหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังหากกลับไปใช้งานหลังในลักษณะหนักเหมือนเดิม ก็มีโอกาสที่จะแตกซ้ำที่เดิมได้ สำหรับอัตราการกลับเป็นซ้ำในคนที่ผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคปมีร้อยละ 4 แต่เมื่อเป็นซ้ำก็สามารถกลับมาผ่าตรงที่เดิมได้อีก แต่ถ้าผ่าตัดกระดูกสันหลังด้วยวิธีมาตรฐานจะมีโอกาสเป็นซ้ำมากกว่า โดยทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 5-10 เนื่องจากแผลสำหรับการผ่าตัดกระดูกสันหลังมาตรฐานจำเป็นต้องเปิดแผลใหญ่กว่า ดังนั้นการบาดเจ็บจึงมีมากกว่า
จากการศึกษาส่วนใหญ่จะมีอาการแบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้
ไม่ต้องการทรมานกับอาการเจ็บปวด จนทำให้ไม่สามารถทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ ก็ควรเข้ารับการรักษา
จำเป็นต้องรักษา เช่น หมอนรองกระดูกแตกและเคลื่อนออกมาทับเส้นประสาทที่ควบคุมระบบขับถ่าย ทำให้กั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ หรือสังเกตว่าร่างกายเริ่มมีแนวโน้มของอาการอ่อนแรง เช่น กระดกนิ้วเท้าหรือข้อเท้าไม่ขึ้น
แม้ปัจจุบันวิวัฒนาการผ่าตัดกระดูกสันหลังจะก้าวหน้าไปมาก มีวิธีการผ่าตัดกระดูกสันหลังที่ไม่น่ากลัวอีกต่อไป เพียงแค่ฉีดยาชาก็ผ่าตัดกระดูกสันหลังได้ อย่างไรก็ตามการดูแลและถนอมการใช้งานสุขภาพหลังของตัวเองให้ดี โดยไม่ต้องมาผ่าตัดนับเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี
โทร. 02-734-0000 ต่อ 5500