จากเชื้อ HPV สู่ มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายที่อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก
ในประเทศไทยมะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านมเช่นเดียวกัน มีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ ราว 10,000 ราย/ปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรค 52% หรือวันละ 14 ราย

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ประจำเดือนประกอบด้วยเลือด เยื่อบุโพรงมดลูก และสารคัดหลั่ง เมื่อเลือดเพิ่งออกจากมดลูกมักมีสีแดง แต่หากไหลออกช้าหรือค้างอยู่ในโพรงมดลูกและช่องคลอดนานขึ้น ฮีโมโกลบินจะสัมผัสกับออกซิเจนและเกิดกระบวนการออกซิเดชัน ทำให้สีค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแดงเข้ม น้ำตาล หรือคล้ำเกือบดำ ดังนั้น สีที่แตกต่างกันในช่วงวันแรก วันที่มีเลือดออกมาก และช่วงท้ายรอบ จึงอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ

มักเป็นเลือดใหม่ที่ไหลออกจากมดลูกค่อนข้างเร็ว พบได้บ่อยในวันที่มีเลือดออกมากและถือว่าอยู่ในช่วงปกติได้ แต่หากเลือดแดงสดออกมากผิดปกติ นานเกิน 7 วัน เกิดระหว่างรอบ หลังมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังหมดประจำเดือน ควรตรวจหาสาเหตุ เช่น ความแปรปรวนของฮอร์โมน ติ่งเนื้อ เนื้องอกมดลูก ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติ การติดเชื้อ หรือผลจากยาและการคุมกำเนิด
พบได้เมื่อเลือดอยู่ในมดลูกหรือช่องคลอดนานกว่าเลือดแดงสด อาจเห็นหลังตื่นนอน หลังนั่งหรือนอนเป็นเวลานาน หรือในช่วงที่เลือดไหลช้าลง หากไม่มีอาการอื่นร่วมด้วยมักไม่น่ากังวล แต่ถ้ามาพร้อมเลือดออกมาก ลิ่มเลือดขนาดใหญ่ อ่อนเพลีย หน้ามืด หรือซีด ควรประเมินภาวะเลือดออกผิดปกติและภาวะโลหิตจาง
เลือดสีน้ำตาลจนถึงดำมักเป็นเลือดเก่าที่สัมผัสออกซิเจนนาน จึงพบได้ในวันแรกที่เลือดออกช้า หรือช่วงท้ายรอบที่เหลือเลือดปริมาณน้อย หากประจำเดือนสีดำเกิดเป็นครั้งคราว ไม่มีอาการปวด กลิ่นผิดปกติ ไข้ หรือตกขาวร่วมด้วย โดยมากไม่ใช่สัญญาณอันตราย
ในทางกลับกัน หากมีเลือดคล้ำร่วมกับประจำเดือนขาดหรือมีโอกาสตั้งครรภ์ ไม่ควรสรุปว่าเป็นประจำเดือน เพราะเลือดออกในระหว่างตั้งครรภ์อาจมีได้ทั้งสีชมพู แดง หรือน้ำตาล และมีหลายสาเหตุตั้งแต่ภาวะที่ไม่รุนแรงไปจนถึงการแท้งหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก โดยเฉพาะเมื่อปวดท้องข้างเดียว ปวดไหล่ หน้ามืด หรือเป็นลม ควรไปโรงพยาบาลทันที
อาจเกิดจากเลือดปริมาณน้อยผสมกับสารคัดหลั่ง พบได้ช่วงต้นหรือท้ายรอบ หรือมีเลือดกะปริดกะปรอยจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การตกไข่ ยาคุมกำเนิด หรือการเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด หากเกิดซ้ำต่อเนื่อง รอบเดือนเปลี่ยนไปมาก มีน้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรืออยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุแทนการพิจารณาจากสีเพียงอย่างเดียว
ของเหลวสีเทา เขียว หรือเหลืองมักไม่ใช่เลือดประจำเดือนตามปกติ แต่อาจเป็นตกขาวหรือสารคัดหลั่งที่ผสมเลือด หากมีกลิ่นแรง คัน แสบ ปัสสาวะแสบขัด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดท้องน้อย หรือมีไข้ อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อในช่องคลอด ปากมดลูก หรืออุ้งเชิงกราน จึงควรตรวจเพื่อระบุสาเหตุ เชื้อแต่ละชนิดต้องใช้การรักษาต่างกัน ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาสอดมาใช้เอง
ลิ่มเลือดขนาดเล็กสามารถพบได้ โดยเฉพาะวันที่มีเลือดออกมาก เกิดจากเลือดรวมตัวก่อนที่ร่างกายจะสลายลิ่มได้ทัน แต่หากมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่เกิดซ้ำ เลือดออกจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่กว่าทุก 1–2 ชั่วโมง ประจำเดือนนานเกิน 7 วัน หรือมีอาการซีด เหนื่อยง่าย ใจสั่น ควรตรวจหาสาเหตุของเลือดออกมาก เช่น เนื้องอกมดลูก ติ่งเนื้อ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญในกล้ามเนื้อมดลูก ความผิดปกติของการตกไข่ หรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
การเปลี่ยนแปลงของสีเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่สัญญาณของโรค การประเมินว่าประจำเดือนผิดปกติหรือไม่ ควรสังเกตลักษณะอื่นร่วมด้วย ได้แก่
ควรพบสูตินรีแพทย์หากประจำเดือนเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างต่อเนื่อง เช่น มามาก มานาน มีเลือดออกระหว่างรอบ หลังมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังหมดประจำเดือน รวมถึงมีอาการปวดท้องน้อยมาก มีกลิ่นหรือตกขาวผิดปกติ
หากเลือดออกมากจนชุ่มผ้าอนามัยประมาณ 1 แผ่นต่อชั่วโมง ติดต่อกันตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป ร่วมกับอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ปวดท้องรุนแรง หรือมีไข้สูง ควรไปโรงพยาบาลโดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่อาจตั้งครรภ์และมีอาการปวดท้องข้างเดียวหรือปวดร้าวไปที่ไหล่อาจเกิดจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก
การประเมินความผิดปกติจึงไม่ควรพิจารณาจากสีเพียงอย่างเดียว แต่ควรสังเกตร่วมกับความสม่ำเสมอของรอบเดือน ระยะเวลาและปริมาณเลือด ลิ่มเลือด กลิ่นผิดปกติ ตกขาว ไข้ อาการปวดท้องน้อย รวมถึงโอกาสตั้งครรภ์ด้วย
เมื่อมาพบแพทย์ ควรแจ้งลักษณะของรอบเดือน ปริมาณและระยะเวลาที่เลือดออก อาการผิดปกติที่เกิดร่วมกัน โอกาสตั้งครรภ์ รวมถึงยาและวิธีคุมกำเนิดที่ใช้อยู่ แพทย์อาจพิจารณาตรวจภายใน ตรวจเลือด หรืออัลตราซาวนด์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม โดยสามารถเข้ารับการประเมินได้ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล
เลือดประจำเดือนอาจมีสีแดงสด แดงเข้ม น้ำตาล หรือคล้ำเกือบดำได้ โดยเฉพาะเมื่อสีเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของรอบเดือนและไม่มีอาการผิดปกติร่วมด้วย
ไม่ใช่ เลือดสีดำมักเป็นเลือดเก่าที่ไหลออกช้าและสัมผัสกับออกซิเจนนาน แต่หากมีกลิ่นผิดปกติ ปวดท้อง มีไข้ หรือมีโอกาสตั้งครรภ์ ควรพบแพทย์
โดยทั่วไปไม่อันตราย มักเป็นเลือดปริมาณน้อยที่ใช้เวลาไหลออกนานขึ้น แต่หากมีเลือดกะปริดกะปรอยต่อเนื่องหรือมีอาการผิดปกติ ควรรับการตรวจ
ไม่สามารถใช้ยืนยันได้ ควรสังเกตเลือดออกระหว่างรอบ หลังมีเพศสัมพันธ์ หลังหมดประจำเดือน หรือเลือดออกผิดปกติที่เกิดซ้ำ และพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
สูติ-นรีเวชวิทยา - การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช