ฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาตหลัง Stroke ด้วย TMS
ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมักเผชิญกับภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก และต้องการการฟื้นฟูภายใน 6 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการฟื้นตัว
เลือกอ่านตามหัวข้อ
อาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ เป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยในกลุ่มวัยทำงาน และมักเกี่ยวข้องกับภาวะออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ หรือท่าทางที่ไม่เหมาะสม การดูแลอย่างมีประสิทธิภาพจึงควรเริ่มจากการตรวจประเมินอย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจสาเหตุของอาการได้ชัดเจน และนำไปสู่การวางแผนการรักษาและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ของการดูแลมีความยั่งยืนมากขึ้น
ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานร่างกายแบบเดิมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่ลุกเปลี่ยนท่า หรือก้มมองโทรศัพท์ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง หลายคนอาจเริ่มงานตั้งแต่เช้าแล้วนั่งยาวไป 2–3 ชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว บางครั้งอยู่ในท่าเดิมเกือบทั้งวัน ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนต้องทำงานหนักต่อเนื่อง ขณะที่บางส่วนแทบไม่ได้ใช้งานเลย เมื่อเป็นแบบนี้ซ้ำ ๆ ร่างกายจะเริ่มมีอาการตึง ล้า และปวด โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า และไหล่ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในวัยทำงาน
อาการเหล่านี้อาจเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย แต่สามารถพัฒนาเป็นอาการเรื้อรังได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ในเบื้องต้น ผู้ที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล มักเริ่มจากการดูแลตนเอง เช่น การพักการใช้งาน การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือการปรับท่าทางในการทำงาน บางรายอาจเข้ารับการดูแลเพิ่มเติม เช่น กายภาพบำบัด หรือการรักษาเพื่อช่วยลดอาการปวดและคลายกล้ามเนื้อ
แม้แนวทางเหล่านี้จะช่วยบรรเทาอาการได้ในระยะหนึ่ง แต่อาการในผู้ป่วยบางรายอาจยังคงเป็น ๆ หาย ๆ หรือกลับมาเป็นซ้ำได้
ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยพบว่า แม้จะได้รับการรักษาแล้ว แต่อาการยังคงกลับมาเป็นซ้ำ หรือไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญ คือ ยังไม่ทราบ “ต้นเหตุที่แท้จริง” ของอาการปวด
เนื่องจากอาการปวดคอ บ่า ไหล อาจไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณที่รู้สึกปวดเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อในส่วนอื่นของร่างกายร่วมด้วย หากไม่ได้รับการประเมินอย่างละเอียด การรักษาอาจไม่ตรงกับสาเหตุของปัญหาในแต่ละบุคคล
ปัจจุบันมีการนำเครื่อง Physio Body Scan มาใช้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยวิเคราะห์การทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย โดยแสดงผลในรูปแบบภาพ 3 มิติ ร่วมกับระบบ AI ที่ช่วยประมวลผลข้อมูล ทำให้สามารถมองเห็นความไม่สมดุลของร่างกายได้อย่างชัดเจน ภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที
หลังจากการประเมินอย่างละเอียด แนวทางการดูแลจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ช่วยให้เข้าใจสภาพร่างกายและปัญหาที่แท้จริงของผู้ป่วยแต่ละราย
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะพิจารณาแนวทางการดูแลให้สอดคล้องกับผลการประเมิน เพื่อให้การรักษามีความตรงกับสาเหตุของอาการมากขึ้น
ในบางกรณี อาจมีการใช้เทคโนโลยีทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูร่วมด้วย เช่น
ทั้งนี้ การเลือกใช้วิธีการรักษาจะพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย ภายใต้การดูแลของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและทีมสหสาขาวิชาชีพ
การออกกำลังกายถูกออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อแก้ไขความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ อย่างไรก็ตาม แนวทางการรักษาทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัด
จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่า ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีอาการปวดเรื้อรัง เนื่องจากยังไม่ได้รับการประเมินเชิงลึกในระดับ โครงสร้างและการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อมีการตรวจประเมินอย่างละเอียด และออกแบบแนวทางการดูแลเฉพาะบุคคล รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ผลลัพธ์ของการรักษามีแนวโน้มที่ดีขึ้น และช่วยลดโอกาสของอาการปวดในระยะยาว
ไม่จำเป็นเสมอไป แต่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานในท่านั่งเป็นเวลานาน
อาจเกิดจากยังไม่ได้แก้ไขต้นเหตุของปัญหา เช่น ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ หรือพฤติกรรมการใช้งานร่างกายเดิม
การตรวจประเมินใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที และช่วยให้เห็นภาพรวมของการทำงานของกล้ามเนื้อทั้งร่างกาย
การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสาเหตุของอาการในแต่ละบุคคล