สีน้ำมูก บอกโรค? รู้ทันอาการที่ควรพบแพทย์

บทความสุขภาพ
สีน้ำมูก
  •  สีน้ำมูก เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรค หรือ บอกความรุนแรงของอาการได้ ควรพิจารณาร่วมกับอาการอื่นๆ และระยะเวลาที่เป็น
  • น้ำมูกใสพบได้ตามปกติ และอาจมีมากขึ้นจากโรคหวัด ภูมิแพ้ หรือการระคายเคือง
  • น้ำมูกสีเหลืองหรือเขียวไม่ได้หมายความว่าติดเชื้อแบคทีเรีย และไม่ใช่เหตุผลให้ใช้ยาปฏิชีวนะทันที
  • หากมีอาการ นานกว่า 10 วันโดยไม่ดีขึ้น, อาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง หรือมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงร่วมกับปวดหรือแน่นบริเวณใบหน้ามาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและการรักษาที่เหมาะสม

สีน้ำมูก บอกโรคได้จริงไหม

น้ำมูกช่วยดักจับฝุ่นและสิ่งแปลกปลอม รวมถึงรักษาความชุ่มชื้นภายในจมูก เมื่อเยื่อบุจมูกเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ ปริมาณ ความเหนียวข้น และ สีของน้ำมูกอาจเปลี่ยนแปลงได้

หลายคนจึงสังเกตสีเพื่อประเมินว่าอาการหวัดรุนแรงขึ้นหรือไม่ แต่สีของน้ำมูกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสาเหตุหรือความรุนแรงของโรคได้ แพทย์จำเป็นต้องพิจารณาอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คัดจมูก ไข้ ปวดบริเวณใบหน้า การได้กลิ่นลดลง รวมถึงระยะเวลาและแนวโน้มของอาการ

สีน้ำมูกบอกความรุนแรงของหวัด

น้ำมูกแต่ละสีบอกอะไรได้บ้าง

น้ำมูกใส

น้ำมูกใสพบได้ในภาวะปกติ หากไหลมากผิดปกติ อาจเกิดจากภูมิแพ้ หวัดในระยะแรก หรือ การระคายเคืองจากฝุ่น  อากาศเย็น หรือ สิ่งกระตุ้นอื่นๆ หากเกิดจากสาเหตุภูมิแพ้ มักมีอาการจาม คันจมูก หรือคันตาร่วมด้วย การพิจารณาอาการเหล่านี้ร่วมกันจึงช่วยบอกสาเหตุได้ดีมากขึ้น

น้ำมูกสีขาวหรือขุ่น

เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก ทำให้น้ำมูกระบายออกยากขึ้นและคั่งอยู่นาน จึงข้นและขาวขุ่น ลักษณะนี้พบได้ในโรคหวัดและการอักเสบของจมูกหลายชนิด แต่ ไม่สามารถใช้บอกได้ว่าเกิดเชื้อประเภทใด

น้ำมูกสีเหลือง หรือ น้ำมูกสีเขียว 

น้ำมูกที่เปลี่ยนสีสามารถพบได้ระหว่างที่ร่างกายตอบสนองต่อการอักเสบหรือการติดเชื้อ เกิดจากเม็ดเลือดขาว ที่กำลังทำงานต่อสู้กับการอักเสบ พบได้ทั้งการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ดังนั้น น้ำมูกสีเหลืองหรือเขียวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย และไม่ได้หมายความว่าโรครุนแรงเสมอไป จึงไม่ควรใช้สีของน้ำมูกเพียงอย่างเดียวเป็นเหตุผลในการซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง

น้ำมูกมีเลือดปน

เลือดปริมาณเล็กน้อยอาจเกิดจากเยื่อบุจมูกแห้ง การระคายเคือง การแคะจมูก หรือการสั่งน้ำมูกแรง โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัดหรือมีอากาศแห้ง แต่หากมีเลือดปนซ้ำ ๆ เลือดออกมาก หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการคัดจมูกหรือเลือดปนเพียงข้างเดียวอย่างต่อเนื่อง

เมื่อไรควรสงสัยว่าเป็นไซนัสอักเสบ

อาการของไซนัสอักเสบ ได้แก่ คัดจมูก มีน้ำมูกขุ่นข้นหรือเปลี่ยนสี ปวดหรือแน่นบริเวณใบหน้า และการได้กลิ่นลดลง โดยทั่วไปจะต้องมีอาการอย่างน้อย 2 ใน 4 ข้อนี้ และหนึ่งในนั้นต้องเป็นอาการคัดจมูกหรือมีน้ำมูกขุ่นข้น หรือเปลี่ยนสีร่วมด้วย

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีน้ำมูก

หากอาการไม่รุนแรง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน หรือสิ่งที่ทำให้จมูกระคายเคือง การล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออาจช่วยชะล้างน้ำมูกและบรรเทาอาการคัดจมูกได้ โดยควรใช้น้ำเกลือและอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับการล้างจมูก พร้อมทำความสะอาดอุปกรณ์หลังใช้ทุกครั้ง

ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองเพียงเพราะน้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียว เนื่องจากยาปฏิชีวนะไม่รักษาโรคหวัดที่เกิดจากไวรัส และไซนัสอักเสบหลายกรณีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

อาการแบบไหนควรพบแพทย์

หากมีอาการไซนัสอักเสบนานกว่า 10 วันโดยไม่ดีขึ้น, อาการดีขึ้นช่วงแรกแล้วกลับแย่ลงภายหลัง หรือมีไข้สูงร่วมกับน้ำมูกขุ่นข้นและปวดใบหน้ามาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม และ พิจารณาการรักษาที่เหมาะสม

เนื่องจากอาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ แพทย์จึงต้องพิจารณาลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เป็น และตรวจภายในจมูกตามความจำเป็น โดย ศูนย์หูคอจมูก โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล จะใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการหาสาเหตุและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ สีน้ำมูก

น้ำมูกสีเขียวต้องกินยาปฏิชีวนะไหม?

ไม่เสมอไป น้ำมูกสีเหลืองหรือเขียวสามารถพบได้ในโรคหวัดจากเชื้อไวรัส แพทย์จะพิจารณาอาการร่วม ระยะเวลาที่เป็น และแนวโน้มของอาการก่อนตัดสินใจว่าจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่

น้ำมูกสีเหลืองหมายถึงกำลังจะหายหรืออาการหนักขึ้น?

บอกไม่ได้จากสีของน้ำมูกเพียงอย่างเดียว ควรสังเกตว่าไข้ อาการคัดจมูก อาการปวดหรือแน่นบริเวณใบหน้า และอาการโดยรวมกำลังดีขึ้นหรือแย่ลง รวมถึงเป็นมานานเท่าใด

น้ำมูกใสไหลทุกวันเป็นภูมิแพ้หรือไม่?

อาจเป็นได้ โดยเฉพาะหากมีอาการจาม คันจมูก หรือคันตาร่วมด้วย แต่ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้น้ำมูกใสได้ หากอาการเป็นต่อเนื่องหรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ

น้ำมูกมีเลือดปนเล็กน้อยอันตรายไหม?

อาจเกิดจากเยื่อบุจมูกแห้ง การระคายเคือง หรือการสั่งน้ำมูกแรง แต่หากมีเลือดปนบ่อย เลือดออกมาก หรือมีเลือดปนร่วมกับอาการคัดจมูกข้างเดียวอย่างต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

Medically Reviewed by

นพ. บรรณวัชร ตันติคุณ
นพ. บรรณวัชร ตันติคุณ

โสต ศอ นาสิกวิทยา

โสต ศอ นาสิกวิทยา - โรคจมูก และภูมิแพ้

Readers’ Rating

2.6 out of 5 stars (based on 33 reviews)