ผื่นไม่หาย ไข้ไม่ลด สัญญาณเตือน “โรคฝีดาษลิง”

บทความสุขภาพ
โรคฝีดาษลิง

หากพบผื่นผิดปกติร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ อาจเข้าข่ายการติดเชื้อ โรคฝีดาษลิง หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่คนรอบข้าง

โรคฝีดาษลิง เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกับโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ โดยพบว่ามีแหล่งกำเนิดโรคตามธรรมชาติจากสัตว์ป่าบางชนิด โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะในแถบแอฟริกา แม้ชื่อโรคจะมีคำว่า “ลิง” แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้ติดเชื้อมาจากลิงโดยตรง

การติดเชื้อ โรคฝีดาษลิง เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

  • การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น การมีเพศสัมพันธ์ การสัมผัสสารคัดหลั่ง ตุ่มน้ำ หรือผื่นของผู้ป่วย
  • การอยู่ใกล้ผู้ป่วยเป็นเวลานานในระยะที่มีอาการ เช่น ไอหรือจาม
  • การสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ป่าหรือสัตว์ที่เป็นพาหะ (พบได้ในแอฟริกา)

ซึ่งโรคฝีดาษลิงจะไม่แพร่เชื้อก่อนมีอาการ แต่จะแพร่เชื้อได้เมื่อเริ่มแสดงอาการแล้ว หลังได้รับเชื้อฝีดาษลิงประมาณ 1–2 สัปดาห์

ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการดังนี้

  • ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งเป็นจุดสังเกตที่ช่วยแยกจากโรคผื่นอื่น ๆ
  • มีผื่นแดงขึ้นตามใบหน้า อวัยวะเพศ มือและเท้า หรือส่วนอื่นของร่างกาย
  • เมื่อผื่นพัฒนาเป็นตุ่มหนอง มักพบรอยบุ๋มตรงกลางร่วมกับอาการเจ็บ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคฝีดาษลิง ก่อนจะแห้งตกสะเก็ดภายในระยะเวลา 2–4 สัปดาห์

โดยสายพันธุ์ที่พบในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างต่ำ ยกเว้นในรายที่ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ

วิธีดูแลตัวเองและป้องกันโรคฝีดาษลิง

  1. หากเดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาด และมีไข้หรือผื่นผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัย และรีบพบแพทย์
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มน้ำ ผื่น หรือสารคัดหลั่งของผู้ที่สงสัยป่วยโดยตรง
  3. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสใกล้ชิดผู้อื่น
  4. หลีกเลี่ยงการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยง หรือบริโภคเนื้อสัตว์ป่าที่ไม่ผ่านการปรุงสุก
  5. หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรฉีดวัคซีนฝีดาษลิง

แม้ โรคฝีดาษลิง จะไม่ใช่โรคที่แพร่กระจายได้ง่ายในชีวิตประจำวัน แต่หากรู้จักอาการตั้งแต่ระยะแรก พร้อมสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่มีความเสี่ยงก็สามารถลดโอกาสการติดเชื้อ และดูแลตัวเองรวมถึงคนรอบข้างได้อย่างเหมาะสม

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลเวชธานี
โทร 02-734-0000 ต่อ 2200

Medically Reviewed by

นพ. อมร แซ่เล้า
นพ. อมร แซ่เล้า

อายุรศาสตร์

อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ

Readers’ Rating

0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)