ระวัง! ความดันโลหิตสูง ที่ไม่มีอาการ เสี่ยง โรคหัวใจขาดเลือด โดยไม่รู้ตัว
ค่าความดันโลหิตแบ่งออกเป็น 2 ค่า คือ ค่าความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือค่าความดันโลหิตในหลอดเลือดที่เกิดขึ้นขณะที่หัวใจบีบตัว
เลือกอ่านตามหัวข้อ
การผ่าตัดลิ้นหัวใจรั่วด้วยเทคนิคส่องกล้อง เป็นอีกทางเลือกของการผ่าตัดแผลเล็กที่ถูกนำมาใช้มากขึ้นในปัจจุบัน โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก 4-5 เซนติเมตร บริเวณทรวงอก ร่วมกับการใช้กล้องเพื่อช่วยมองเห็นภายใน วิธีนี้ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดการนอนโรงพยาบาล และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติใน 1 เดือน
นายแพทย์ชวกร เหลี่ยมไพรบูรณ์ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า หัวใจมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมีลิ้นหัวใจทั้งหมด 4 ลิ้น ประกอบด้วย Tricuspid valve, Pulmonary valve, Mitral valve และ Aortic valve ทำหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนเลือดใน 4 ห้องหัวใจให้เป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้อง และป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ หากลิ้นหัวใจชำรุด เสื่อมสภาพ หรือมีโรคที่รบกวนการทำงานของลิ้นหัวใจจนเกิดความผิดปกติ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนัก จนเกิดภาวะต่าง ๆ เช่น หัวใจโต เลือดคั่งในหัวใจหรือปอด และอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวได้
โรคลิ้นหัวใจรั่ว คือภาวะที่ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิททำให้เลือดไหลย้อนกลับได้ เมื่อหัวใจบีบตัว เลือดที่ควรจะไหลออกไปเลี้ยงร่างกายกลับไหลย้อนขึ้นไปยังห้องหัวใจเดิม ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องสูบฉีดเลือดที่เพิ่มขึ้นนี้ออกไป การที่เลือดไหลย้อนกลับจะทำให้หัวใจห้องที่รับเลือดย้อนกลับมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายจะลดลง หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้
การวินิจฉัยเริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์ ซึ่งจะใช้หูฟัง (Stethoscope) เพื่อฟังเสียงการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ และการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) ซึ่งจะช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างและการทำงานของลิ้นหัวใจได้อย่างชัดเจน สามารถประเมินความรุนแรงของการรั่ว และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไปได้
การผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ หรือการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบวิธีมาตรฐาน คือการเปิดแผลผ่าตัดที่บริเวณกึ่งกลางหน้าอก (Median sternotomy) พร้อมกับตัดกระดูกหน้าอกเพื่อเข้าไปแก้ไขลิ้นหัวใจ ทำให้ผู้ป่วยมีแผลยาวตั้งแต่คอหอยถึงลิ้นปี่ และต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 3 เดือน จนกว่ากระดูกหน้าอกจะเชื่อมต่อกัน จึงจะกลับมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ โดยวิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดลิ้นหัวใจร่วมกับหัตถการอื่น ๆ
ปัจจุบันนี้ การรักษาโรคลิ้นหัวใจผิดปกติ สามารถทำได้ง่ายขึ้น ด้วยการผ่าตัดลิ้นหัวใจรั่วแผลเล็ก หรือ MIS (Minimally Invasive Surgery) ด้วยการส่องกล้อง ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งกับการซ่อมลิ้นหัวใจและเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยจะช่วยลดการเสียเลือดขณะผ่าตัด จากการเปิดแผลขนาดเล็ก อีกทั้งยังไม่ต้องตัดกระดูกหน้าอก จึงช่วยลดจำนวนวันที่ต้องนอนโรงพยาบาล และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ในเวลา 1 เดือนหรือ 1 เดือนครึ่ง ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย
การผ่าตัดลิ้นหัวใจแผลเล็กด้วยเทคนิคส่องกล้อง สามารถใช้ในการรักษาความผิดปกติของหัวใจได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมก็ตาม โดยจะมีแผลผ่าตัดหลักความยาว 4-5 เซนติเมตร ซ่อนอยู่ใต้ราวนมหรือกลางหน้าอก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลิ้นหัวใจที่ต้องการเปลี่ยนหรือซ่อม มีแผลเจาะรูบริเวณข้างหน้าอกความกว้าง 0.5 เซนติเมตร จำนวน 2 แผล และมีแผลที่ขาหนีบ 1 แผล ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร เพื่อใส่สายเข้าไปช่วยการทำงานของหัวใจขณะผ่าตัด
นอกจากนี้ เทคนิคการผ่าตัดลิ้นหัวใจแผลเล็กยังสามารถใช้ได้กับการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหารูรั่วที่ผนังหัวใจ รวมถึงยังสามารถผ่าตัดแก้ไขลิ้นหัวใจที่มีปัญหาพร้อมกันได้ 2 ลิ้น
ข้อจำกัดในการผ่าตัดหัวใจแผลเล็กด้วยการส่องกล้อง คือไม่สามารถทำได้ในผู้ป่วยที่ต้องทำหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น การผ่าตัดลิ้นหัวใจร่วมกับการผ่าตัดบายพาสหัวใจ หรือการผ่าตัดลิ้นหัวใจร่วมกับการเปลี่ยนเส้นเลือดแดงใหญ่ โดยการผ่าตัดบายพาสหัวใจมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การผ่าตัดบายพาสหัวใจ On-Pump ซึ่งเป็นการหยุดหัวใจผู้ป่วยระหว่างผ่าตัด และการผ่าตัดบายพาสหัวใจ Off-Pump ที่ศัลยแพทย์จะไม่ทำการหยุดหัวใจผู้ป่วยระหว่างผ่าตัด ซึ่งศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะพิจารณาว่าผู้ป่วยควรรับการรักษาด้วยวิธีใด ดังนั้น ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ชัดเจนและอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์
วิสัญญีแพทย์ให้ยาสลบแก่ผู้ป่วย จากนั้นศัลยแพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 4-5 เซนติเมตร บริเวณใต้ราวนมด้านขวา และเจาะรูเล็ก ๆ ข้างลำตัวอีก 2-3 จุด เพื่อสอดกล้องวิดีโอและเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กเข้าไปยังหัวใจ เพื่อให้เห็นลิ้นหัวใจและโครงสร้างภายในหัวใจอย่างชัดเจน โดยศัลยแพทย์จะมองภาพขยายจากจอภาพเพื่อทำการซ่อมแซม (Repair) หรือเปลี่ยน (Replacement) ลิ้นหัวใจที่เสียหายได้อย่างแม่นยำ ระหว่างการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียม (CPB) ผ่านหลอดเลือดที่ขาหนีบ เพื่อทำหน้าที่แทนหัวใจและปอดชั่วคราว เมื่อเสร็จสิ้นจึงเย็บปิดแผลทั้งหมด โดยกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดลิ้นหัวใจรั่ว ได้แก่ เลือดออก ลิ่มเลือดอุดตัน การติดเชื้อที่แผลผ่าตัด หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือติดเชื้อที่ปอด อย่างไรก็ตาม ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้น้อย และทีมแพทย์จะเฝ้าระวังและป้องกันอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการรักษา
ผู้ป่วยจะพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 5-7 วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ภายใน 1 เดือน หรือ 1 เดือนครึ่ง ซึ่งแตกต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดที่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานถึง 3 เดือน
การผ่าตัดลิ้นหัวใจรั่ว ด้วยเทคนิคแผลเล็กในปัจจุบันถือว่า มีความปลอดภัยสูง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมศัลยแพทย์มากประสบการณ์ ทำให้อัตราความสำเร็จสูง และมีภาวะแทรกซ้อนต่ำ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามีหัวใจที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง
ศูนย์หัวใจ ชั้น 5 โรงพยาบาลเวชธานี โทร. 02-734-0000 ต่อ 5300