ความรู้สึกไม่อยากอาหารหรือกินอะไรก็ไม่อร่อยเป็นประสบการณ์ที่หลายคนเคยเผชิญ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเพียงชั่วคราวและหายได้เอง แต่หากอาการเบื่ออาหารเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานจนส่งผลให้น้ำหนักลดลงและร่างกายอ่อนเพลีย สามารถบอกถึงปัญหาสุขภาพ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ การเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาจึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพและป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนแอลง
รู้จักภาวะ เบื่ออาหาร (Loss of Appetite)
เบื่ออาหาร (Loss of Appetite) คืออาการที่ร่างกายไม่รู้สึกหิว ไม่มีความอยากอาหาร หรืออาจรู้สึกคลื่นไส้เมื่อเห็นหรือได้กลิ่นอาหาร แม้กระทั่งเมนูโปรดที่เคยชอบก็อาจไม่น่าสนใจอีกต่อไป ภาวะนี้แตกต่างจากโรคการกินผิดปกติอย่าง Anorexia Nervosa โดยผู้ที่เบื่ออาหารนั้น “ไม่รู้สึกหิว” จริง ๆ ในขณะที่ผู้ป่วย Anorexia Nervosa อาจยังรู้สึกหิวแต่เลือกที่จะจำกัดปริมาณอาหารอย่างเข้มงวดเพราะความกลัวอ้วน ซึ่งเป็นภาวะทางจิตเวชที่ต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง
อาการ เบื่ออาหาร เป็นอย่างไร
ไม่มีความรู้สึกอยากอาหาร กินข้าวไม่ลง
รู้สึกอิ่มเร็วแม้กินไปเพียงเล็กน้อย
อาจข้ามมื้ออาหารไปเลยเพราะไม่รู้สึกหิว
น้ำหนักตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง
อาจมีอาการคลื่นไส้ ท้องผูก หรือท้องเสียร่วมด้วย
เบื่ออาหาร เกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุของอาการเบื่ออาหาร แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
สาเหตุทางกายภาพ
การติดเชื้อเฉียบพลัน เช่น ไข้หวัดใหญ่ อาหารเป็นพิษ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและไม่อยากอาหาร
โรคเรื้อรัง โรคประจำตัวต่าง ๆ เช่น โรคไต โรคตับ โรคหัวใจ หรือภาวะบกพร่องไทรอยด์ซึ่งส่งผลต่อระบบเผาผลาญและความอยากอาหาร
ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร ภาวะกรดไหลย้อน ท้องผูกรุนแรง หรือโรคลำไส้แปรปรวน สามารถทำให้รู้สึกไม่สบายท้องจนไม่อยากอาหาร
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ที่มักมีอาการแพ้ท้อง
ความเจ็บปวด อาการปวดเรื้อรังจากสาเหตุต่าง ๆ หรือแม้แต่อาการปวดฟันก็สามารถรบกวนความอยากอาหารได้
สาเหตุทางจิตใจ
ความเครียดและความวิตกกังวล เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะตึงเครียด จะส่งผลต่อการทำงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้เกิดอาการเบื่ออาหารได้
ภาวะซึมเศร้า เป็นหนึ่งในสาเหตุทางจิตใจที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ความอยากอาหารหายไป ผู้ป่วยมักรู้สึกสิ้นหวังและขาดความสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการกิน
ความเศร้าโศกเสียใจ การเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงอาจทำให้เบื่ออาหารได้ชั่วคราว
สาเหตุอื่น ๆ
ผลข้างเคียงจากยา ยาหลายชนิดสามารถทำให้เกิดอาการเบื่ออาหารได้ เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาเคมีบำบัด หรือยารักษาโรคซึมเศร้า
การใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ สามารถรบกวนการทำงานปกติของร่างกายและลดความอยากอาหารได้
อาการ เบื่ออาหาร สัญญาณเตือนของโรคทางเดินอาหารและอื่น ๆ
นอกเหนือจากสาเหตุที่กล่าวมา อาการเบื่ออาหารอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคต่าง ๆ ที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด เช่น
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคลำไส้แปรปรวน
โรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งตับอ่อน
โรคไต ตับ หรือหัวใจที่อยู่ในระยะรุนแรง
การติดเชื้อ
อาการ เบื่ออาหาร แบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์
รู้สึกไม่อยากกินอะไร คลื่นไส้ หรือกินไม่ได้มากกว่า 3 วัน
น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
มีอาการกลืนลำบาก กลืนติด หรือรู้สึกเจ็บขณะกลืนร่วมด้วย
มีอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง หรือมีไข้ร่วมด้วย
ปัสสาวะน้อย กะปริบกะปรอย มีกลิ่นแรงหรือสีเข้ม
ท้องผูก ไม่ได้ขับถ่ายเกิน 3 วัน
อาเจียนต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง
ประจำเดือนขาดหรือมาผิดปกติ
มีอาการอื่นผิดปกติ เช่น มีไข้ หายใจติดขัด หรือหัวใจเต้นเร็ว,ขาบวม,ตัวบวม
การวินิจฉัยอาการ เบื่ออาหาร
แพทย์จะซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการ รูปแบบการใช้ชีวิต การใช้ยา และสภาวะทางจิตใจ จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายเพื่อหาสัญญาณของโรคต่าง ๆ อาจมีการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ไต และต่อมไทรอยด์ หรืออาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การอัลตราซาวด์ช่องท้อง หรือการส่องกล้องทางเดินอาหาร ตรวจครรภ์หรือเชื้อเอชไอวีสำหรับผู้ป่วยบางราย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
การรักษาอาการ เบื่ออาหาร
แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
การรักษาตามสาเหตุของโรค หากอาการเบื่ออาหารเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ไม่รุนแรง เช่น ไข้หวัด หรืออาหารเป็นพิษเล็กน้อย การรักษาจะเน้นไปที่การดูแลตามอาการ เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และกินอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย
การดูแลด้านสุขภาพจิต ในกรณีที่อาการเบื่ออาหารมาจากปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเครียดรุนแรง หรือโรควิตกกังวล แพทย์อาจแนะนำให้พบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อทำการบำบัดพูดคุย หรืออาจพิจารณาให้ยาเพื่อปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง ซึ่งจะช่วยให้อาการทางใจดีขึ้นและความอยากอาหารกลับคืนมา
การปรับเปลี่ยนยาที่ใช้ หากแพทย์วินิจฉัยว่าอาการเบื่ออาหารเป็นผลข้างเคียงมาจากการใช้ยาบางชนิด แพทย์อาจพิจารณาปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาหรือปรับเปลี่ยนขนาดยาด้วยตนเองโดยเด็ดขาด แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเบื่ออาหารอย่างมากและยาวนาน จนนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหารหรือภาวะขาดน้ำ แพทย์อาจจำเป็นต้องให้สารอาหารและน้ำเกลือผ่านทางหลอดเลือดดำ เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วยให้คงที่และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย
การปรึกษานักโภชนาการ นักโภชนาการช่วยวางแผนมื้ออาหารที่เหมาะสม แนะนำอาหารที่ให้พลังงานและเหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยจะยังคงได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างเพียงพอ
วิธีรับมือกับอาการ เบื่ออาหาร
ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง สามารถลองปรับพฤติกรรมเพื่อช่วยให้กินอาหารได้ดีขึ้น
แบ่งมื้ออาหารให้เล็กลง และกินบ่อยขึ้น
เลือกอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนสูง เช่น ซุปข้น ไข่ หรือเครื่องดื่มเสริมมื้ออาหาร เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ
สร้างบรรยากาศที่ดีส่งเสริมความอยากในการกิน เช่น การกินอาหารร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนสามารถทำให้รู้สึกเพลิดเพลินและอยากอาหารมากขึ้น
ออกกำลังกายเบา ๆ การเดินเล่นหรือยืดเส้นยืดสาย สามารถช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้
อย่าปล่อยให้อาการ เบื่ออาหาร เรื้อรัง สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล
อาการเบื่ออาหารที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเรื้อรังเป็นภาวะที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะร่างกายที่ขาดสารอาหารเป็นเวลานานจะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องคือหนทางที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
หากคุณกำลังเผชิญกับภาวะเบื่ออาหารเรื้อรังหรือมีความกังวลเกี่ยวกับการกินอาหาร สามารถเข้ามาปรึกษาอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารที่โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ทีมแพทย์พร้อมวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของแต่ละบุคคล พร้อมให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการและการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุม
Medically Reviewed by
พญ. ศศิพิมพ์ จามิกร
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
Readers’ Rating
0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)