ระวัง! ความดันโลหิตสูง ที่ไม่มีอาการ เสี่ยง โรคหัวใจขาดเลือด โดยไม่รู้ตัว
ค่าความดันโลหิตแบ่งออกเป็น 2 ค่า คือ ค่าความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือค่าความดันโลหิตในหลอดเลือดที่เกิดขึ้นขณะที่หัวใจบีบตัว

เลือกอ่านตามหัวข้อ
โรค หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้มากขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว หนึ่งในชนิดที่พบบ่อยและมีความเสี่ยงสูงคือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด AF โดย ผศ.นพ. ศราวุธ ลิ้มประเสริฐ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ชำนาญการด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ ระบุว่า การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจล้มเหลว ในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ
ภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้การบีบตัวของหัวใจไม่มีประสิทธิภาพ เลือดอาจคั่งค้างอยู่ในหัวใจห้องบนและเกิดลิ่มเลือดได้ง่าย หากลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสมอง อาจทำให้เกิดอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้
ลักษณะสำคัญของโรคนี้คือ บางรายหัวใจอาจเต้นเร็ว บางรายหัวใจเต้นช้า หรือ แรงสลับเบา ซึ่งแตกต่างจากการเต้นของหัวใจปกติอย่างชัดเจน
ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการเลย ทำให้ไม่รู้ตัวว่ามีความผิดปกติของหัวใจ ขณะที่บางรายอาจมีอาการ เช่น
หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยหรือเป็นซ้ำ ควรเข้ารับการตรวจหัวใจอย่างละเอียด
ความเสี่ยงสำคัญของโรคนี้คือ การเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนทั่วไปราว ๆ 5 เท่า นอกจากนี้ยังอาจทำให้หัวใจทำงานผิดปกติ จนนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวในระยะยาว
ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้อย่างมาก
แพทย์จะประเมินจากอาการ ประวัติสุขภาพ และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ในบางรายอาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น
การรักษาขึ้นอยู่กับอาการ ความรุนแรง และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย โดยอาจประกอบด้วย
ดังนั้นหากสังเกตว่าตนเองและคนรอบข้างว่ามีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบมาปรึกษาแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
โรคนี้อาจไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรงในทันที แต่เป็นภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจล้มเหลว หากไม่ได้รับการดูแล ดังนั้น การตรวจพบและรักษาอย่างเหมาะสมโดยแพทย์ชำนาญการด้านโรคหัวใจจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างมาก
ผู้ป่วยทุกรายไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ชำนาญการด้านโรคหัวใจเพื่อร่วมตัดสินใจในการเลือกวิธีรักษา เพราะการรักษาด้วยวิธีนี้ในผู้ป่วยบางราย ไม่เพียงแต่ทำให้อาการดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและลดโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้อีกด้วย
ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและผลการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย โดยผู้ป่วยบางรายอาจลดหรือหยุดยาบางชนิดได้ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและประเมินของแพทย์
อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด - สรีระไฟฟ้าหัวใจ