‘เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ใจสั่น เป็นลม วูบหมดสติ’ เป็นอาการบ่งบอกถึงความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดที่พบได้บ่อย แต่ยังมีอีกหลายอาการที่เราคาดไม่ถึงว่า มีความเกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดด้วย ไม่ว่าจะเป็น ‘จุกแน่นท้อง ปวดหลัง ปวดเอว’ ทำให้ตรวจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน และได้รับการรักษาที่ล่าช้า
โรคหัวใจและหลอดเลือด กับอาการแสดงที่คาดไม่ถึง
อาการที่พบได้บ่อย
เจ็บแน่นหน้าอก
เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
ใจสั่น
วูบ
อาการที่พบได้ไม่บ่อย
จุกแน่นท้อง โดยเฉพาะบริเวณลิ้นปี่
คลำพบก้อนในช่องท้อง
ปวดหลัง ปวดเอว
เป็นลมหมดสติ
‘ปวดหลัง ปวดท้อง’ อาจเกิดจากหลอดเลือดแดงโป่งพอง
สำหรับผู้ที่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ปวดหลัง เสียงแหบ จุกแน่นท้อง ปวดท้อง รู้สึกอิ่มง่าย คลำพบก้อนในช่องท้อง อาจเกิดจากการความผิดปกติของเนื้อเยื่อผนังหลอดเลือดแดงโป่งพอง ในส่วนของช่องอก หรือช่องท้อง
ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ผนังหลอดเลือดแดงส่วนที่โป่งพอง อาจฉีกขาดหรือแตก ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกร้าวไปหลัง ปวดท้องเฉียบพลันรุนแรง ซีดอย่างรวดเร็ว ความดันโลหิตต่ำ วูบเป็นลมหมดสติ จนถึงอาจถึงขั้นเสียชีวิตฉับพลันได้
ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดแดงโป่งพอง
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดแดงโป่งพอง มักเป็นเพศชาย สูงอายุ และมีประวัติสูบบุหรี่ นอกจากนี้ ยังรวมถึงโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในหลอดเลือดสูง และโรคติดเชื้อบางชนิด เป็นต้น
หากมีอาการผิดปกติ ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยง ควรพบแพทย์เพื่อทำตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจแนะนำให้รับการตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น เอกซ์เรย์ช่องอก (Chest X-Ray) ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) ตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงบริเวณช่องท้อง (Ultrasound Abdomen) หรือการตรวจเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดแดงใหญ่ (CT: Computed Tomography Aorta) เป็นต้น
การรักษาโรคผนังหลอดเลือดแดงโป่งพอง
จุดมุ่งหมายหลักในการรักษาโรคหลอดเลือดแดงโป่งพอง คือการป้องกันไม่ให้ผนังหลอดเลือดแดงที่โป่งพองนั้น ฉีกขาดหรือแตก จนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แพทย์จึงจำเป็นต้องประเมินหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ตำแหน่งและขนาดของหลอดเลือดแดงที่โป่งพอง การกดเบียดอวัยวะข้างเคียง อายุและโรคร่วมของคนไข้ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยปัจจุบันการรักษาจะมีอยู่ 2 วิธีหลัก ประกอบด้วย
การผ่าตัดเปิดช่องท้อง: เป็นการผ่าตัดแบบมาตรฐาน แพทย์ต้องวางยาสลบ และทำการเปิดแผลใหญ่ตั้งแต่ลิ้นปี่จนถึงขาหนีบ เพื่อซ่อมผนังหลอดเลือดแดงส่วนที่โป่งพอง และใส่หลอดเลือดแดงเทียมแทน
การผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียมชนิดหุ้มด้วยขดลวด: เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก และเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษา ต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางในการผ่าตัด โดยแพทย์ใส่หลอดเลือดเทียมชนิดหุ้มด้วยขดลวดเข้าไปแทนที่หลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองในช่องท้อง ผ่านทางหลอดเลือดแดงของขาหนีบทั้งสองข้าง ข้อดีคือแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เจ็บตัวน้อย ฟื้นตัวเร็ว และมีความปลอดภัยสูงลดภาวะแทรกซ้อน จึงมีความปลอดภัยสูง แต่วิธีนี้อาจไม่สามารถทำได้ในคนไข้ทุกราย
อย่างไรก็ตาม หลังการรักษา คนไข้จำเป็นต้องได้รับการตรวจติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้หลอดเลือดแดงโป่งพองได้อีก เช่น งดสูบบุหรี่ ควบคุมระดับความดันโลหิตและไขมันในหลอดเลือดให้เหมาะสม เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และมีประวัติสูบบุหรี่ แนะนำให้รับการตรวจคัดกรอง หาภาวะหลอดเลือดแดงในช่องท้องโป่งพอง ด้วยการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงบริเวณช่องท้อง เพื่อรับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีหากพบความผิดปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลเวชธานี โทร 02-734-0000 ต่อ 5300
Medically Reviewed by
นพ. ศุภสิทธิ์ สถิตย์ตระกูล
อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือดทั่วไป
Readers’ Rating
0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)