โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบที่ทำให้กระดูกหักง่าย รู้ทันก่อนสาย

บทความสุขภาพ
Featured Image

จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของ โรคกระดูกพรุน โดยแพทย์ชำนาญการ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่าโรคนี้ เป็นหนึ่งในปัญหาทางสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อประชากรผู้สูงอายุอย่างมาก โรคนี้มักไม่แสดงอาการหรือสัญญาณเตือนล่วงหน้า จึงทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากทราบว่าตนเองมีภาวะกระดูกพรุนเมื่อเกิดกระดูกหักแล้ว

เมื่อกระดูกหักร่วมกับภาวะกระดูกพรุน ความสามารถในการฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติจะลดลงอย่างมาก และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การติดเชื้อ ปอดบวม หรือภาวะสูญเสียการทำงานของร่างกายถาวร ดังนั้น การรู้เท่าทันและดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

โรคกระดูกพรุนคืออะไร?

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือภาวะที่ความแข็งแรงของกระดูกลดลง (Decrease Bone Strength) ซึ่งประกอบด้วยความหนาแน่นของกระดูก (Bone Density) หรือคุณภาพของกระดูกลดลง (Bone Quality) ส่งผลให้กระดูกเปราะ แตกหักได้ง่าย แม้เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย บริเวณที่พบกระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุนได้บ่อย ได้แก่

  • กระดูกข้อมือ
  • กระดูกสันหลัง
  • กระดูกสะโพก

โดยเฉพาะกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ ถือเป็นภาวะที่ต้องได้รับการประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีผลต่อการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตในระยะยาว

กลุ่มเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน ได้แก่

  • ผู้หญิงอายุมากกว่า 65 ปี และผู้ชายอายุมากกว่า 70 ปี
  • ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี
  • ผู้ที่มีประวัติกระดูกเปราะหรือกระดูกหักง่าย
  • ผู้ที่รับประทานยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคไตเรื้อรัง

บุคคลในกลุ่มเสี่ยงควรได้รับการประเมินสุขภาพกระดูกอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์

 การวินิจฉัยภาวะกระดูกพรุน

การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนอาศัยการประเมินร่วมกันหลายด้าน โดยแพทย์อาจพิจารณา

  • การตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density: BMD) ซึ่งมักตรวจที่กระดูกสันหลังส่วนเอวและข้อสะโพก
  • การตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับแคลเซียม วิตามินดี และภาวะที่อาจมีผลต่อมวลกระดูก

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงกระดูกหักและวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมในแต่ละราย

แนวทางการรักษาเมื่อพบภาวะกระดูกพรุน

กรณีมวลกระดูกน้อยหรือเริ่มเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุน
สามารถชะลอการเสื่อมและลดการสูญเสียมวลกระดูกได้ด้วย

  • การรับประทานแคลเซียมและวิตามินดี
  • ยาลดการสลายกระดูก หรือยาฉีดตามที่แพทย์แนะนำ
  • การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

กรณีกระดูกพรุนร่วมกับกระดูกหัก

  • หากเป็นกระดูกสะโพกหัก แนะนำให้ผ่าตัดรักษา เนื่องจากหากไม่ผ่าตัด ผู้ป่วยอาจจะไม่สามารถเดินได้ และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด
  • หากเป็นกระดูกสันหลังหัก แพทย์อาจแนะนำให้ใส่อุปกรณ์พยุงหลัง และจะพิจารณาการผ่าตัดหากอาการยังไม่ดีขึ้น

การป้องกัน โรคกระดูกพรุน ทำได้ตั้งแต่วันนี้

  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อกระดูก เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนในปริมาณมาก
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และตรวจวัดมวลกระดูกเพื่อป้องกันการเสื่อมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

FAQ

โรคกระดูกพรุนรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมโรค ชะลอการเสื่อมของกระดูก และลดความเสี่ยงกระดูกหักได้ หากรักษาอย่างต่อเนื่องและดูแลตนเองอย่างเหมาะสม

เป็นกระดูกพรุนแล้ว ยังใช้ชีวิตปกติได้ไหม?

ถ้ารู้เร็วและรักษาอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ เพียงแค่ต้องกินยาตามแพทย์แนะนำ ปรับพฤติกรรม และระวังการหกล้มเพื่อลดโอกาสกระดูกหัก

ใครบ้างเสี่ยงเป็นกระดูกพรุน?

 คนอายุมาก โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน คนที่กินยาสเตียรอยด์นาน ๆ คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือเคยกระดูกหักง่ายมาก่อน จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

Readers’ Rating

0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)