ไม่ต้องผ่าตัด แค่ฉีด PRP ก็สามารถรักษาอาการ เจ็บเข่าเรื้อรัง ได้

บทความสุขภาพ
ปวดข้อเข่า

อาการ ปวดข้อเข่า เป็นปัญหาทางระบบกระดูกและข้อที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยทำงาน นักกีฬา ไปจนถึงผู้สูงอายุ หากอาการปวดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือเรื้อรัง อาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว การทำกิจวัตรประจำวัน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของ แพทย์ชำนาญการ ประจำศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่า อาการ ปวดข้อเข่า เรื้อรังมีสาเหตุหลากหลาย และจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างเป็นระบบโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย หนึ่งในทางเลือกการรักษาที่นำมาใช้ในผู้ป่วยบางกลุ่ม คือ การฉีดพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet Rich Plasma: PRP) ซึ่งเป็นการรักษาเชิงฟื้นฟูโดยใช้กลไกการซ่อมแซมของร่างกายตามธรรมชาติ

ปวดข้อเข่าเกิดจากอะไร?

อาการปวดข้อเข่ามักเกิดจากการบาดเจ็บหรือการใช้งานข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง สาเหตุที่พบบ่อย เช่น

  • เอ็นข้อเข่าบาดเจ็บหรือเอ็นอักเสบเรื้อรัง จากการใช้งานซ้ำ ๆ
  • ข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • การบาดเจ็บจากกีฬา เช่น การกระโดด การลงน้ำหนักหรือหมุนข้อเข่าอย่างฉับพลัน
  • กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อเข่าอ่อนแรงหรือไม่สมดุล
  • น้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้ข้อเข่ารับแรงกดซ้ำ ๆ
  • อุบัติเหตุหรือการกระแทกที่ข้อเข่า แม้เหตุการณ์จะผ่านมาเป็นเวลานานแล้ว

อาการปวดข้อเข่าที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่ามักพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย

  • ปวดข้อเข่าขณะเดิน ขึ้น-ลงบันได หรือยืนเป็นเวลานาน
  • ข้อเข่ารู้สึกตึงแข็ง โดยเฉพาะในช่วงหลังตื่นนอน
  • ข้อเข่าบวม อักเสบ หรือมีเสียงดังในข้อ
  • ปวดข้อเข่าเป็น ๆ หาย ๆ ติดต่อกันนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
  • เคลื่อนไหวข้อเข่าได้ไม่เต็มที่

หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง

พลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) คืออะไร?

พลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือ PRP (Platelet Rich Plasma) คือการนำเลือดของผู้ป่วยเองมาผ่านกระบวนการปั่นแยก เพื่อให้ได้พลาสม่าที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดมากกว่าเลือดปกติประมาณ 3–6 เท่า

ภายในเกล็ดเลือดมีสารสำคัญที่เรียกว่า Growth Factors ซึ่งมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย ได้แก่

  • ช่วยกระตุ้นการสมานแผลตามธรรมชาติ
  • ช่วยซ่อมแซมเอ็น กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อที่สึกหรอ
  • ช่วยลดการอักเสบในระยะยาว

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้การฉีดPRP ถูกนำมาใช้รักษาอาการบาดเจ็บของกระดูกและข้อ รวมถึงอาการปวดข้อเข่าและเอ็นอักเสบมากขึ้นในปัจจุบัน

การบาดเจ็บของเส้นเอ็นข้อเข่ามีกี่ระดับ?

การบาดเจ็บของเส้นเอ็นข้อเข่าสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • ระดับที่ 1 เส้นเอ็นยืดหรือฉีกขาดเล็กน้อย ยังสามารถใช้งานข้อเข่าได้ แต่อาจมีอาการปวดหรืออักเสบ
  • ระดับที่ 2 เส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน อาการปวดชัดเจนขึ้น และอาจรู้สึกว่าข้อเข่าไม่มั่นคง
  • ระดับที่ 3 เส้นเอ็นฉีกขาดทั้งหมด เป็นการบาดเจ็บรุนแรง มักจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด 

จากประสบการณ์ทางคลินิก การฉีด PRP อาจถูกพิจารณาในผู้ป่วยบางรายที่มีเอ็นอักเสบเรื้อรังหรือเส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน ขณะที่กรณีเส้นเอ็นฉีกขาดทั้งหมด แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัด และอาจใช้ PRP ร่วมในบางสถานการณ์ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

PRP แตกต่างจากการฉีดยาแก้ปวดหรือสเตียรอยด์อย่างไร?

การฉีดยาแก้ปวดหรือสเตียรอยด์มีบทบาทในการลดอาการปวดและการอักเสบในระยะสั้น ขณะที่ PRP เป็นแนวทางการรักษาเชิงฟื้นฟู ซึ่งมุ่งกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีรักษาใดขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ โดยคำนึงถึงสาเหตุ ความรุนแรงของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

ผู้ป่วยกลุ่มใดอาจเหมาะสมกับการฉีด PRP

การฉีด PRP อาจถูกพิจารณาในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น

  • ผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่าเรื้อรังจากเอ็นอักเสบ
  • ผู้ที่ต้องการแนวทางการรักษาแบบไม่ผ่าตัดในระยะเริ่มต้น
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูการใช้งานข้อเข่าภายใต้การดูแลของแพทย์

การดูแลตัวเองและข้อควรระวังก่อนฉีด PRP

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการฉีด PRP ขณะมีไข้ หรือมีโรคติดเชื้อ
  • ผู้ที่มีโรคเลือดบางชนิดควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีด PRP รักษาอาการปวดข้อเข่า

1. การฉีด PRP ช่วยรักษาอาการปวดข้อเข่าได้จริงหรือไม่?

การฉีด PRP สามารถช่วยฟื้นฟูเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าที่บาดเจ็บได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่าเรื้อรังจากเอ็นอักเสบ เมื่อเนื้อเยื่อซ่อมแซมดีขึ้น อาการปวดจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ

2. การฉีด PRP ต่างจากการฉีดสเตียรอยด์อย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?

การฉีดสเตียรอยด์ช่วยลดปวดและอักเสบได้เร็ว แต่เป็นผลชั่วคราว ขณะที่ PRP ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อจากต้นเหตุ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลการรักษาในระยะยาวและอยากลดการพึ่งพายาแก้ปวด

3. ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาอาการปวดข้อเข่าด้วย PRP?

PRP เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่าเรื้อรังจากเอ็นอักเสบ นักกีฬา ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือผู้ที่ต้องการให้ข้อเข่าฟื้นตัวและกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนการรักษา

Readers’ Rating

3.0 out of 5 stars (based on 1 review)