เอ็นร้อยหวายอักเสบ อาการปวดกระดูกหลังส้นเท้าที่สร้างความทรมานให้ใครหลายต่อหลายคน ส่วนมากเกิดในกลุ่มคนอายุเยอะจากความเสื่อมตามวัย พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเกาต์ เรื้อนกวาง ความดันโลหิตสูง น้ำหนักเกิน หรือคนที่ใช้ยาสเตียรอยด์ ยาฟลูออโรควิโนโลนเป็นเวลานาน และยังเกิดได้ในกลุ่มคนที่มีปัญหาเอ็นร้อยหวายสั้น เท้าแบน เท้าผิดรูป รวมถึงพฤติกรรมการใช้งานเท้าแบบหนัก ๆ ซ้ำ ๆ ดังนี้

  1. ใส่รองเท้าส้นสูงยืนเดินเป็นเวลานาน ใส่รองเท้าที่ไม่พอดีกับเท้าหรือพื้นรองเท้าเสื่อมสภาพ
  2. วิ่งหรือเดินเร็วต่อเนื่องนานเกินไป รวมถึงการวิ่งออกกำลังกายแบบเพิ่มความเร็วในทันที ตลอดจนขาดการยืดเหยียดทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย เพราะเมื่อการที่เส้นเอ็นตึงเกินไป แรงกระชากจากการใช้งานอาจทำให้เอ็นร้อยหวายเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น
  3. กระโดดจากที่สูงซ้ำ ๆ หรือต้องอยู่ในท่าเขย่งนาน ๆ
  4. เล่นกีฬาที่ต้องเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วหรือหยุดแบบกะทันหัน เช่น เทนนิส บาสเก็ตบอล แบดมินตัน เป็นต้น
  5. เมื่อมีอาการเอ็นร้อยหวายอักเสบแล้วไม่พัก หรือพักไม่พอ ทำให้การบาดเจ็บสะสมจนรุนแรงมากขึ้น

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานเท้าจะช่วยถนอมเส้นเอ็นไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนวัย แต่ถ้าใครที่มีอาการเอ็นร้อยหวายอักเสบแล้วควรรีบพักการใช้งานเท้าและประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดบวม

หากยังไม่ดีขึ้นจำเป็นต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้นานอาจก่อให้เกิดหินปูนหรือที่เรียกว่ากระดูกงอกเอ็นร้อยหวาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้งานเท้าเป็นอย่างมากและต้องรักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกที่งอกออก พร้อมซ่อมแซมเส้นเอ็นที่อักเสบ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้งานเท้าได้เต็มประสิทธิภาพหรือเล่นกีฬาได้ตามปกติ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์กระดูกและข้อ
โทร. 02-734-0000 ต่อ 2298

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (1 )
  • Your Rating