เวลาเดินแล้วรู้สึกปวดข้อเท้า หรือ ปวดเท้า สงสัยกันไหม ว่าทำไมถึงปวด และมันเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายแรงที่เกี่ยวกับเท้าของเราหรือเปล่า ?? 

เวลาเดินแล้วปวดข้อเท้าหรือปวดเท้า อาจเกิดจากสิ่งเหล่านี้

  1. ข้อเท้าพลิกหรือแพลง
    สาเหตุ ที่ข้อเท้าพลิกหรือแพลง อาจเป็นเพราะว่า เอ็นและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ข้อเท้าฉีกขาด ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นบางส่วนหรือทั้งเส้นเลยก็ได้ ตรงนี้เองก็จะทำให้ข้อเท้าของเราไม่มั่นคง ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการปวด บวม บริเวณข้อเท้า และอาจเป็นรอยจ้ำเขียว ๆ รอบข้อเท้า และเนื่องจากเป็นการฉีกขาดของเส้นเอ็น ทำให้มีโอกาสข้อเท้าพลิกบ่อย ๆ
    แนะนำ ให้ประคบเย็นบริเวณข้อเท้า เพื่อที่จะช่วยลดการอักเสบ แนะนำเข้ามาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
  1. เอ็นร้อยหวายอักเสบ
    สาเหตุ อาการนี้มักจะเกิดขึ้นกับนักกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อส่วนน่องมาก ๆ อาการของเอ็นร้อยหวายอักเสบ ผู้ได้รับบาดเจ็บจะรู้สึกปวดที่เอ็นร้อยหวายระหว่างการทำกิจกรรมออกกำลังกาย และหากหยุดออกกำลังกาย ก็จะยิ่งปวดมากขึ้น
    แนะนำ ว่าพักการออกกำลังกาย และใช้การประคบเย็นบริเวณที่ปวด บวม ทำการยืดเอ็นร้อยหวาย และควรใส่รองเท้าที่มีการหนุนส้นให้สูงขึ้น หรือใช้อุปกรณ์พยุงข้อเท้า เพื่อลดแรงกดดันที่เอ็นร้อยหวาย  
  1. เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ
    สาเหตุ เกิดจากการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เช้าวันถัดมา ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดฝ่าเท้าหลังลุกจากที่นอน แรก ๆ ก็จะปวดหลังจากออกกำลังกายเสร็จ ต่อมาก็จะเริ่มปวดเวลาที่เราเดิน และสักพักจะดีขึ้น แต่อย่าชะล่าใจเด็ดขาด‼️ หากพบว่าตัวเองมีอาการแบบนี้
    แนะนำ ให้รีบพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้ไม่รักษาจะมีผลกับข้อเท้า เข่า หรือ หลังได้

หากมีอาการปวด เบื้องต้นแนะนำให้ประคบเย็น และพักการใช้งานหนักบริเวณเท้าหรือข้อเท้า แนะนำใช้รองเท้าที่มีพื้นรองเท้าที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก หากมีน้ำหนักตัวที่เยอะ จำเป็นจะต้องลดน้ำหนัก เพื่อให้เท้าของเราสามารถรับน้ำหนักตัวได้

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์กระดูกและข้อ
โทร 02-734-0000 ต่อ 2298

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (3 )
  • Your Rating