• ขนที่นิ้วเท้า เท้า หรือแข้งน้อยลง
  • สีผิวบริเวณนิ้วเท้าคล้ำหรือดำขึ้น
  • เท้า นิ้วเท้า บวม แดง อุ่น สีผิดปกติ
  • คลำชีพจรที่เท้าไม่ได้ ปวดขาหรือเท้าเวลาเดิน
  • เท้าข้างที่เป็นแผลจะเย็นกว่าข้างปกติ
  • เล็บหนาขึ้น หรือ แตก กร่อน
  • มีแผลเรื้อรังที่เท้า แผลบวมแดง มีกลิ่นเหม็น เจ็บหรือระคายเคือง

ผู้ป่วยเบาหวานควรสังเกตเท้าตัวเองอย่างสม่ำเสมอทุกวันและป้องกันไม่ให้เกิดแผล เพราะผู้ป่วยเบาหวานจะมีปัญหาระบบประสาท เช่น เท้าชา รับความรู้สึกได้น้อยลง ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บเมื่อเกิดแผลหรือ แม้แต่ การเป็นเล็บขบ  กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวว่าเป็นแผล แผลมักจะลุกลาม เน่าหรือติดเชื้อแล้ว และแผลมักจะหายช้าเนื่องจากมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ จนกลายเป็นแผลเรื้อรังรุนแรงซ้ำเติมมากขึ้น โดยบางรายอาจต้องยอมสูญเสียเท้าเพื่อรักษาชีวิตไว้

ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุมระดับน้ำตาลและใส่รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อป้องกันการเกิดแผล รวมทั้งหมั่นสังเกตเท้าอย่างสม่ำเสมอ หากมีแผลเพียงเล็กน้อยควรดูแลแผลให้สะอาด แต่ถ้าอาการรุนแรงขึ้นหรือแผลหายช้าควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

ศูนย์รักษาแผลเรื้อรังและแผลเบาหวานที่เท้า
โทร. 02-7340000 ต่อ 4700,4702

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (5 )
  • Your Rating