“เท้า” เป็นอวัยวะที่สำคัญที่ต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวเรา ในทุก ๆ ก้าว จากการศึกษาพบว่า ขณะยืนน้ำหนักตัวประมาณ 60% กดลงที่ส้นเท้า อีก 40% กดลงที่ส้นเท้าส่วนหน้า ขณะเดินเท้ารับน้ำหนัก 120% ของน้ำหนักตัว และขณะวิ่งเท้ารับน้ำหนักมากถึง 275% ของน้ำหนักตัว การใส่รองเท้าส้นสูงบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดความผิดปกติที่เท้าได้ หรือ มีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดโดยไม่รู้ตัว พออายุมากขึ้น ขณะที่ทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะวิ่ง , เล่นกีฬา ก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

  • เท้าปกติ (Normal) ลักษณะการเอียงของข้อเท้าตรง มีส่วนเว้าของอุ้งเท้าอย่างเหมาะสม ถือเป็นเท้าที่ดี สามารถรองรับน้ำหนักได้ดีทำให้บาดเจ็บน้อย ใส่รองเท้าแบบใดก็ได้
  • เท้าโค้ง (High Arch) ลักษณะการเอียงของข้อเท้างอไปด้านนอก สังเกตได้จากส่วนโค้งเว้ามาก การรองรับน้ำหนักจากการวิ่งได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้บาดเจ็บข้อเท้า
  • เท้าแบน (Flat Foot) ลักษณะรอยเท้าชัดเจนไม่เห็นส่วนโค้งเว้าของเท้าเลย หรือมีน้อย และมักมีปัญหาเท้าบิดเข้าด้านใน หากวิ่งลงน้ำหนัก อาจทำให้บาดเจ็บได้ง่าย
  • นิ้วหัวแม่เท้าเก (Hallux Valgus) การผิดรูปที่พบได้บ่อย ลักษณะความผิดปกติของนิ้วหัวแม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วชี้ และมีกระดูกหัวแม่เท้าทางด้านในนูนออกมา โดยจะสังเกตเห็นนิ้วเท้าเอียงไม่สวยงาม แต่ถ้าปล่อยไว้นานจะมีอาการปวดด้านในของนิ้วหัวแม่เท้า

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเจ็บปวดมากขึ้นในขณะเดิน วิ่ง หรือลงน้ำหนัก ควรพบแพทย์ สำหรับคนที่มีอาการไม่มาก อาจเลือกรักษาโดยการไม่ผ่าตัดได้ เช่น การปรับเปลี่ยนรองเท้าที่มีพอดีกับลักษณะเท้า พื้นรองเท้านิ่ม หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูง หรือการตัดแผ่นรองเท้า แต่หากยังไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องผ่าตัด กรณีที่เป็นไม่มาก ก็สามารถผ่าตัดแบบแผลเล็กได้ ข้อดีของการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ คือ ฟื้นตัวได้เร็ว และลดระยะเวลาในการพักฟื้น

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์กระดูกและข้อ โทร. 02-734-0000 ต่อ 2298

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (1 )
  • Your Rating