สาเหตุหลักที่ทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาทแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ

มักเกิดจากความเสื่อมของแนวกระดูกสันหลัง ทั้งบริเวณข้อต่อและหมอนรองกระดูกสันหลัง ทำให้แนวกระดูกสันหลังไม่มั่นคงและเคลื่อนจนไปกดทับเส้นประสาท

กลุ่มผู้ป่วยอายุน้อย

  • เกิดจากความไม่สมบูรณ์ของชิ้นกระดูกสันหลังตั้งแต่วัยเด็ก
  • เกิดจากอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระดูกสันหลัง
  • เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักตัวที่มากเกินไป การยกของหนักและนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นประจำ การเคลื่อนไหวผิดท่าแบบฉับพลัน ตลอดจนการเล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกไปที่กระดูกสันหลัง

ปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทได้ง่าย

สำหรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษานั้น แพทย์จะต้องซักประวัติเพื่อหาสาเหตุ ตรวจร่างกาย เอกซเรย์และทำ MRI เพื่อดูความรุนแรงของโรค หากอาการไม่รุนแรงแพทย์จะรักษาด้วยยาร่วมกับการทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง 6 – 8 สัปดาห์

แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ แพทย์จะแนะนำการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูก แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกสันหลังหรือมีปัญหากระดูกสันหลังคดร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัดด้วยเทคนิค OLIF หรือการผ่าตัดเสริมหมอนรองกระดูกทางด้านข้างลำตัว (Oblique lumbar interbody fusion) เป็นการผ่าตัดผ่านท่อขนาดเล็กบริเวณข้างลำตัวของผู้ป่วย

เพื่อใส่หมอนรองกระดูกเทียมพร้อมกับแก้ไขแนวกระดูกสันหลังที่ผิดปกติและกดทับเส้นประสาทด้วยอุปกรณ์ค้ำกระดูกสันหลัง วิธีนี้จะทำให้แผลมีขนาดเล็ก ลดการทำลายกล้ามเนื้อหลัง เสียเลือดน้อย ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ลดการบาดเจ็บของเส้นประสาทและลดการเกิดพังผืดเกาะเส้นประสาทหลังการผ่าตัดได้ โดยผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ใน 12 – 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1 วัน

นพ. ไชยยศ ชัยชาญกุล
ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ-โรคกระดูกสันหลัง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานีโทร. 02-734-0000 ต่อ 2811

  • Readers Rating
  • Rated 4.5 stars
    4.5 / 5 (2 )
  • Your Rating