ระวัง!การติดเชื้อ ไข้เลือดออก ซ้ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิต
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ประเทศไทยมักพบการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกชุก เนื่องจาก ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรค

เลือกอ่านตามหัวข้อ
HIV (Human Immunodeficiency Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่จะทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 ซึ่งทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคและเชื้อไวรัสต่าง ๆ เมื่อเซลล์ CD4 ถูกทำลายจนอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะถูกเชื้อไวรัสเอชไอวีโจมตีจนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้และก่อให้เกิดโรคเอดส์ในที่สุด แต่ผู้ป่วยบางรายที่ติดเชื้อเอชไอวีมานานหลายปีอาจไม่มีอาการของโรคเอดส์เลย ในขณะที่บางรายอาจพัฒนาเป็นโรคเอดส์อย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยจากโภชนาการที่ไม่ดี อายุมากขึ้น กรรมพันธุ์ หรือติดเชื้อร่วมกับโรคอื่น ๆ เช่น วัณโรค ตับอักเสบซี เป็นต้น
สาเหตุการติดเชื้อเอชไอวีที่พบบ่อยที่สุด คือ ติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ส่งผ่านจากแม่สู่ลูกระหว่างการตั้งครรภ์ สัมผัสเลือด น้ำอสุจิ ของเหลวจากช่องคลอดของผู้ติดเชื้อ หรือแม้แต่น้ำนมแม่ก็สามารถแพร่เชื้อเอชไอวีได้เช่นกัน
การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี แพทย์จะใช้ยาต้านรีโทรไวรัส หรือ ARV ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งและต้านการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี ทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาว อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายสู่ผู้อื่นด้วย การทานยาเร็วทำให้โรคไม่พัฒนาไปสู่ขั้นเอดส์ และยังช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายและโรคที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ HIV เช่น มะเร็งบางชนิด
ดังนั้น หากกังวลว่าตัวเองอาจได้รับเชื้อเอชไอวี ควรรีบตรวจเลือดหาเชื้อและรับประทานยา ARV สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ HIV เช่น มีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกันภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV สูง ก็สามารถรับประทานยา ARV เพื่อป้องกันการติดเชื้อได้ ในระยะช่วงที่มีความเสี่ยงโดยเรียกว่า PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะรับประทานยาป้องกัน
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลเวชธานี
โทร. 02-734-0000 ต่อ 2200