วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ

เมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ย่อมเสื่อมประสิทธิภาพลงตามวัย และหากมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต โรคมะเร็ง ล้วนส่งผลให้ภูมิคุ้มกันโรคลดลง ทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น การฉีดวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำวัคซีนที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส วัคซีนโรคงูสวัด วัคซีนโรคคอตีบไอกรนและบาดทะยัก โดยมีความสำคัญดังนี้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine)

ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและระบาดเป็นประจำ โดยไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุจะมีความรุนแรงกว่าคนอายุน้อย และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้บ่อย ในคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ปอดอักเสบ ภาวะหัวใจขาดเลือด และภาวะหัวใจวาย ทำให้มีอัตราการนอนโรงพยาบาล และอัตราการเสียชีวิตสูง

คำแนะนำ ผู้สูงอายุ รวมถึงบุคคลที่อาศัยอยู่กับสูงอายุ ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นประจำทุกปี ปีละครั้งในสายพันธุ์ ที่ระบาดในปีนั้น ในช่วงปลายฤดูฝนถึงช่วงฤดูหนาว

วัคซีนโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal Vaccine)

เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส เป็นเชื้อที่มีความรุนแรงสูง และเป็นสาเหตุหลักของโรคปอดอักเสบ รวมถึงเป็นสาเหตุของไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ สำหรับผู้สูงอายุ และผู้ทีมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคมะเร็ง ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ที่ได้รับยากดภูมิ และผู้ป่วยที่ไม่มีม้าม อาจติดเชื้อรุนแรงถึงขั้นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือด

คำแนะนำ ผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้มีความเสี่ยง ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ 2 ชนิด เริ่มฉีดชนิด 13 สายพันธุ์ 1 เข็ม ตามด้วยชนิด 23 สายพันธุ์ โดยห่างกันอย่างน้อย 8 สัปดาห์

วัคซีนโรคงูสวัด (Zoster Vaccine)

โรคงูสวัด เกิดจากเชื้อไวรัสอีสุกอีใสที่เคยได้รับมาในอดีต เมื่ออายุเพิ่มขึ้นหรือเจ็บป่วย ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง จึงกลับมาเป็นในรูปงูสวัด ซึ่งเป็นตุ่มน้ำใสตามแนวเส้นประสาท ก่อให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน และปวดเรื้อแสบรังแม้ไม่มีรอยโรคแล้ว นอกจากนี้ ยังอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ตาอักเสบ ตาบอด หูอักเสบ หูหนวก เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และปอดอักเสบ ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้

คำแนะนำ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 1 เข็ม

วัคซีนโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (TdaP Vaccine)

โรคคอตีบ และบาดทะยัก เป็นโรคที่มีความรุนแรง สามารถพบได้มากในผู้สูงอายุ และพบว่าอัตราตายจากโรคเพิ่มขึ้น ส่วนโรคไอกรน เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจ ทำให้ไอเรื้อรัง เนื่องจากผู้สูงอายุอาจไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน หรือหรือที่เคยได้รับวัคซีนมาแล้ว ภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีนอาจลดลง

คำแนะนำ ผู้สูงอายุ ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก กระตุ้นทุก 10 ปี และฉีด 1 เข็ม หลังอายุ 60 ปี

ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มวัยที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องด้วยความเสื่อมของร่างกาย ซึ่งนอกจากการดูแลด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย สุขอนามัย และสภาพแวดล้อมที่ดีแล้ว การรับวัคซีนที่จำเป็น จึงเปรียบเสมือนการเสริมเกราะป้องกันสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการเกิดโรค ป้องกันการติดต่อ หรือลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนและลดอัตราการเสียชีวิต นับเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้สูงอายุ

  • Readers Rating
  • Rated 5 stars
    5 / 5 (2 )
  • Your Rating