“โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” รักษาไม่ทัน อาจถึงตาย

หัวใจวาย

“โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” รักษาไม่ทัน อาจถึงตาย

(Last Updated On: August 19, 2019)

หลายครั้งที่มีครบ่นว่าเจ็บหน้าอก เราอาจจะนึกไปถึงโรคหัวใจแต่น้อยคนที่นึกต่อได้ว่าที่จริงแล้วสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่ความเป็นไปได้ที่ร้ายแรงที่สุด นันก็คือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือที่เรียกว่า “หัวใจวาย”นั่นเอง

สาเหตุของโรคดังกล่าว เกิดจากการตีบตันของหลอดเลือด ส่วนมากเป็นผลมาจากความเสื่อมตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ชายอายุมากกว่า 45 ปี และผู้หญิงอายุมากกว่า 55 ปี หรือปัจจัยอื่นๆที่ทำให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วกว่าปกติ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน การสูบุหรี่ ความเครียด ขาดการออกกำลังกาย และโรคทางพันธุกรรมบางอย่างทำให้ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ

วิธีสังเกตอาการผิดปกติกาอนจะเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

  1.  อาการเจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก ถือว่าเป็นอาการนำที่พบบ่อยที่สุด แต่ไม่ทุกคนที่จะมีอาการนี้ โดยส่วนมากมีลักษณะแน่นตรงกลางหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ อาจมีปวดร้าวไปที่คอ ขากรรไกร ไหล่หรือแขนด้านซ้าย อาการเจ็บหน้าอกเป็นมากและรุนแรง มักเป็นนานติดต่อกันมากกว่า 20 – 30 นาที นั่งพักไม่ดีขึ้น
  2.  มีอาการเหงื่อออก ใจสั่น หน้ามืด ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ในบางรายมีอาการหายใจหอบเหนื่อยจนถึงหมดสติ ไม่รู้สึกตัว โดยผู้ป่วยอาจไม่เคยมีอาการเจ็บหน้าอกนำมาก่อนก็ได้
    ทั้งหมดนี้ถือว่า เป็นสัญญาณวิกฤตของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่ผู้ป่วยควรต้องรีบไปพบแพทย์ หรือเรียกรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที

วิธีการรักษา 3 วิธี คือ

  1.  การรักษาโดยใช้ยาละลายลิ่มเลือด แพทย์จะฉีดยาที่มีฤทธิ์ในการละลายเลือดที่แข็งตัว เพื่อสลายลิ่มเลือดที่อุดตันอยู่ที่เส้นเลือดแดงหัวใจ
  2.  การรักษาโดยการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน เป็นวิธีที่นิยมที่สุด ได้ผลการรักษาดีกว่าการใช้ยาละลายลิ่มเลือด ผู้ป่วยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด พักฟื้นไม่นาน แต่ต้องทำในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมห้องฉีดสีสวนหัวใจ ทีมแพทย์ พยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด
  3. การรักษาโดยการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ ส่วนมากทำในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจตีบตันหลายเส้น และไม่สามารถทำการรักษาด้วยวิธีอื่นได้

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานการรักษาทุกขั้นตอนควรทำให้แล้วเสร็จภายใน 60 – 90 นาที เพื่อช่วยผู้ป่วยให้รอดพ้นจากการเสียชีวิต ภาวะหัวใจวายเรื้อรัง และกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติมากที่สุด ที่สำคัญอย่าลืมว่าทุกนาทีที่ได้รับการรักษาช้าเท่ากับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นด้วย

พญ.อัณณาช์ เตรียมอนุรักษ์
อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

Doctor
พญ. อัณณาช์ เตรียมอนุรักษ์

Specialty: อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด

อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.

Vejthani Hospital