ใครจะรู้ว่าแค่อาการปวดท้องคล้ายกับเป็นโรคกระเพาะแท้จริง แล้วกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด เพราะเกือบทำให้ครอบครัว หนึ่งต้องสูญเสียคุณพ่อสุนทร ณ สงขลา ในวัย 80 ปีไป อย่างไม่มีวันกลับ ซึ่งเรื่องดังกล่าวคุณรัศมี สรรพสวัสดิโชติ บุตรสาวของคุณพ่อสุนทร ได้เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “คุณพ่อเป็น คนแข็งแรงมาก ก่อนที่จะเข้ามารับการรักษาประมาณ 1 สัปดาห์ ลูกๆ ได้สังเกตอาการคุณพ่อมีอาการปวดท้องและก็เห็นว่าทาน พาราตอนแรกก็ยังไม่ได้เอะใจอะไร เห็นว่าทานยาแล้วแต่ทำไมยัง ไม่ดีขึ้นจึงสอบถามอาการ จนคุณพ่อบอกว่าเหมือนที่ท้องมี ก้อนๆอยู่จึงลองคลำตามที่คุณพ่อบอก ซึ่งก็เจอก้อนดังกล่าว จริงๆ ตอนนั้นในใจก็คิดไปต่างๆนาๆว่าคุณพ่อจะเป็นโรคร้ายหรือ ไม่ หรือเป็นแค่ก้อนเนื้อธรรมดา จึงตัดสินใจพาคุณพ่อเข้ารับ การตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง”

“อาการตอนแรกเท่าที่ถามคุณพ่อก็บอกว่าแสบร้อนที่หน้าอก และปวดท้องก็กินยาพารา เพราะเวลาพ่อปวดท้องหรือปวด อะไรจะทานยาพาราไว้ก่อนเป็นอันดับแรก แต่เริ่มสังเกตุว่าเป็น แบบนี้มาหลายวันแล้วเลยถาม ซึ่งคุณพ่อบอกว่ามีก้อนอะไรไม่รู้ ที่ท้องก็เลยลองคลำกันดู ปรากฏว่าเจอก้อนจริงๆ ทุกคนตกใจ มาก คิดกันไปต่างๆนานากลัวจะเป็นโรคร้ายรีบพาไปหาหมอ เช็คอย่างละเอียดเลย”

คุณพ่อสุนทร เล่าเสริมว่า ตอนปวดท้องก็ปวดมานานแล้วแต่ไม่ได้ บอกให้ลูกๆฟังเพราะคิดว่าเป็นโรคกระเพาะที่ตนเองเคยเป็นอยู่ ก่อนแล้ว จึงรับประทานยาพาราเซตามอนตามปกติแต่ก็ไม่หาย

คุณรัศมีเล่าต่อว่า “หลังจากการตรวจผลก็ออกมาว่าคุณพ่อเป็น โรคเส้นเลือดแดงในช่องท้องโป่งพองและมีรอยปริ ทำให้เลือด ไหลออกมาในช่องท้องคุณพ่อจึงมีอาการปวดท้อง เนื่องจาก โรงพยาบาลดังกล่าวไม่มีเครื่องมือที่จะรักษาได้จึงส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง ด้วยความที่เป็นโรงพยาบาลรัฐบาล ต้องเดินเรื่องในการรักษาเองทุกอย่าง ผ่านไปเกือบ 1 วัน คุณพ่อ ก็ยังไม่ได้รับการรักษา และด้วยสุขภาพของคุณพ่อขณะนั้นไม่ สามารถรอได้อีกแล้ว บังเอิญว่าพี่สาวคุณสุมนต์ทิพย์ ณ สงขลา ซึ่งทำงานที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) สาขาจังหวัดแพร่ จึงตัดสินใจโทรปรึกษาที่สำนักงานใหญ่ว่ามีโรง พยาบาลใดบ้างที่มีแพทย์เฉพาะทางและสามารถรักษาโรคหลอด เลือดแดงโป่งพองได้ ทางสำนักงานใหญ่แจ้งว่าทางโรงพยาบาล เวชธานีมีแพทย์เฉพาะทางโรคดังกล่าว จึงพาคุณพ่อนั่งรถออก มาจากโรงพยาบาลรัฐบาลทันที หลังจากที่มาถึงศูนย์หัวใจโรงพยาบาลเวชธานี ก็ได้พบแพทย์หัวใจและทีมแพทย์ผ่าตัดหัวใจ ด้วยความรวดเร็ว ซึ่งหลังจากคุณหมดตรวจก็ได้พูดคุยว่าต้องรับ ผ่าตัดให้เร็วที่สุดเพราะหากเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองที่ปริแตก แม้จะอยู่โรงพยาบาลก็ไม่สามารถรักษาได้ทัน อาจทำให้คุณพ่อ เสียชีวิตได้”

“ตอนนั้นลูกๆก็ต้องมารวมตัวกันเพื่อคิดว่าจะตัดสินใจอย่างไร กันดี เพราะคุณพ่อก็จะไม่ยอมผ่าตัดเพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก แม้ จะบอกว่าทางสกย.รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดก็ตาม แต่คุณ พ่อคิดว่าตัวเองแก่แล้ว ประกอบกับลูกๆ มีความหลังฝังใจในเรื่อง ของคุณแม่ที่เคยเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกแล้วไม่ดีขึ้นจน ทำให้แผลติดเชื้อและเสียชีวิตในที่สุด เพราะหากตัดสินใจผ่าแล้ว คุณพ่อไม่เป็นปกติลูกๆ ก็คงเสียความรู้สึก จนในที่สุดก็ตัดสินใจ ร่วมกันว่าจะผ่า ซึ่งหลังจากผ่าตัดก็มีเรื่องให้เครียดอีก เพราะผ่าน ไป 3 วันแต่คุณพ่อยังนอนนิ่งขยับแขน ขา เคลื่อนไหวได้น้อย 3 วันนั้นเป็นวันที่ทรมานมาก ลูกๆ ทุกคนร้องไห้กัน (น้ำตาคลอ) และคิดกันว่าหากตัดสินใจไม่ผ่าตัดคุณพ่อจะดีกว่านี้หรือไม่ หากคุณพ่อไม่ฟื้นขึ้นมาเลยจะทำอย่างไรกัน”

คุณรัศมี เล่าอีกว่า “แต่หลังจากนั้นอาการคุณพ่อก็ดีขึ้นตามลำดับซึ่งหากนับหลังจากการผ่าตัดจนวันที่มานั่งให้สัมภาษณ์ก็ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้นซึ่งขณะนี้คุณพ่อดูแข็งแรงหน้าตาสดชื่นขึ้น ผิวพรรณดูดีขึ้นมาก” นพ.ทวีศักดิ์ กล่าวถึงโรคเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองและเริ่มปริว่าคนไทยส่วนใหญ่เริ่มเป็นกันมากขึ้นเนื่องจากคนไทยอายุยืนขึ้น ทำให้ความเสื่อมของเส้นเลือดแดงใหญ่ที่มีผนังเป็นส่วนประกอบหลายๆ ชั้น ซึ่งชั้นที่สำคัญที่สุดคือชั้นกล้ามเนื้อก็มีความเสื่อมตามวัย เมื่อผนังหลอดเลือดเสื่อมประกอบกับมีความดันโลหิตสูง ความดันนั้นจะดันให้เส้นเลือดค่อยๆ โตขึ้น เพราะฉะนั้นความดันถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่ง ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 2 คือ บุหรี่ เหล้า หากเป็นคนที่ดื่มและสูบจัดเป็นเวลานานๆ ก็มีโอกาสเป็นได้ ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 3 คือเรื่องไขมัน และปัจจัยเสี่ยงอันดับ 4 คือ การออกกำลังกาย เพราะความดันสูงนานๆ จะเป็นตัวเซาะผนังหลอดเลือดดังกล่าว

ส่วนอาการเริ่มต้นสำหรับคนเป็นโรคดังกล่าว นพ.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า อาการเริ่มต้นจริงๆ แล้วไม่มีอาการใดปรากฎ แต่หาก เส้นเลือดดังกล่าวโตถึงจุดหนึ่งเจ็บปวดตามอาการ และจะมีอาการปวดตามมาด้วย เช่น หากโตในช่องท้องก็จะมีอาการปวดท้อง ซึ่งโรคดังกล่าวสามารถเกิดได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น สมอง ช่องอก ช่องท้อง ช่องขา แต่ปัจจัยที่ทำให้อันตรายถึงชีวิตคือ 1.ในสมองก็คือเส้นเลือดแตกในสมอง ในทรวงอกพอแตกก็เสียเลือดมากก็ต้องเสียชีวิต เพราะฉะนั้นในโลกนี้โรคภัยไข้เจ็บจะมาแบบเงียบก็ได้ มาแบบไวหากไปโดนอาการก็จะไว หากเรากระตุ้นให้ คนไข้มาตรวจเร็วก็จะเจอเร็วและรักษาได้เร็ว

นพ.ทวีศักดิ์ กล่าวถึงการรักษาว่า หากเป็นในอดีตเริ่มมีการเปลี่ยนแต่ยังไม่ใหญ่มากและปัจจัยที่ทำให้เกิดคือความดันโลหิต หากตรวจพบด้วยคอมพิวเตอร์ หรือ MRI ว่ามีการเสื่อมแต่ยังไม่ใหญ่เกินไปและมีปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจน เช่นความดันเราอาจจะคุมความดันเพื่อหยุดปัจจัยดังกล่าวหรือทำให้ช้าลง แต่หาก เส้นเลือดโตถึงจุดหนึ่งและเริ่มอันตรายแม้จะคุมความดันแล้ว แต่ก็อาจจะแตกได้ง่ายก็ต้องจัดการ ซึ่งแต่เดิมมีเพียงวิธีเดียวคือ การผ่าตัด แต่ในปัจจุบันมีหลายวิธีเพิ่มขึ้น เช่นการใส่สายหรือต่อ สายขดลวดเพื่อให้ขดลวดช่วยแก้ป้ญหาเส้น เลือดโป่งพอง แต่ไม่ได้ทั้งหมดต้องดูว่าจุดที่คนไข้เป็นอยู่บริเวณใดและตำแหน่งไหน หากสามารถใส่ขดลวดในบริเวณที่เป็นได้คนไข้ก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่หากทำไม่ได้ก็ต้องผ่าตัดอยู่ดี ซึ่งในกรณีของคุณลุงที่ต้องผ่าตัดเนื่องจากตำแหน่งที่จะวางขดลวดไม่ดี จึงต้องใช้การ ผ่าตัดช่วยซึ่งถือเป็นการผ่าตัดที่ใหญ่มาก

“เหตุผลที่หมอตัดสินใจผ่าตัดให้คุณลุงแม้จะอายุมากแล้ว เนื่องจากหมอได้คุยกับคุณลุงแล้วรู้สึกว่าคุณลุงเป็นคนสูงอายุที่ดี ร่างกายแข็งแรง เป็นคนสูงอายุคนไทยโบราณที่ทำกิจกรรม ต่างๆ ออกกำลังกายตามธรรมชาติคือการทำสวน ทานอาหารถูกหมู่ แต่คุณลุงก็มีปัญหาที่หมอต้องระวังเป็นพิเศษคือคุณลุงเป็นคนสูบบุหรี่จัด ซึ่งเป็นตัวทำให้เส้นเลือดโป่งพองและต้องระวัง มากในเรื่องของปอดเพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ แต่จากที่หมอประเมินเบื้องต้นไม่น่าจะเลวร้ายเพราะสภาพโดยทั่วไปของคุณลุงดีครอบครัวก็สนับสนุนมาก”

ศัลยแพทย์หัวใจ กล่าวต่อว่า แต่ก่อนที่จะผ่าตัดให้คุณลุงได้ ผมต้องวางแผนอย่างหนักต้องมีทั้งแผนหลักและแผนสำรอง เพราะ หากมีการผิดพลาดเกิดขึ้นเพียงนิดเดียวนั่นหมายถึงชีวิตของคนไข้และคุณลุงก็มีโรคแทรกซ้อนค่อนข้างเยอะ จึงต้องมีการทำงานกับแพทย์เป็นทีม การผ่าตัดครั้งนี้ที่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี คงต้องขอขอบคุณกันทุกฝ่าย ทั้งทีมแพทย์ที่ร่วมในการดูแล ทีมพยาบาล และตัวครอบครัวผู้ป่วยเองที่เป็นกำลังใจให้เป็นอย่างดี

คนไทยส่วนใหญ่เริ่ม เป็นกันมากขึ้น เนื่องจากคนไทยอายุยืนขึ้น ทำให้ความเสื่อมของ เส้นเลือดแดงใหญ่ที่มีผนังเป็นส่วนประกอบหลายๆ ชั้น ซึ่งชั้นที่สำคัญที่สุดคือชั้นกล้ามเนื้อ

  • Readers Rating
  • Rated 4.3 stars
    4.3 / 5 (2 )
  • Your Rating