ต่อมหมวกไตผิดปกติ เกิดได้ทั้งจากการผลิตฮอร์โมนน้อยเกินไป มากเกินไป หรือมีก้อนบริเวณต่อมหมวกไต
อาการที่พบมีได้หลายรูปแบบ เช่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักเปลี่ยน ความดันโลหิตผิดปกติ ใจสั่น เหงื่อออกมาก หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับโรคภูมิคุ้มกัน การใช้ยาสเตียรอยด์ ความผิดปกติของต่อมใต้สมอง หรือเนื้องอกที่สร้างฮอร์โมน
การวินิจฉัยต้องดูทั้งอาการ ประวัติการใช้ยา ผลตรวจฮอร์โมน และภาพถ่ายทางรังสี ไม่สามารถสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว
แนวทางรักษาอาจเป็นการให้ฮอร์โมนทดแทน ใช้ยาควบคุมฮอร์โมน ผ่าตัดก้อน หรือเฝ้าติดตามตามความเหมาะสม
ต่อมหมวกไตผิดปกติ คืออะไร
ต่อมหมวกไตเป็นต่อมขนาดเล็กที่อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนสำคัญหลายชนิด เช่น
อัลโดสเตอโรน (Aldosterone) รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่
คอร์ติซอล (Cortisol) ควบคุมการเผาผลาญ ระดับน้ำตาล และการตอบสนองต่อความเครียด
ฮอร์โมนเพศ (Sex Hormones)
อะดรีนาลีน (Adrenaline) และนอร์อะดรีนาลีน (Noradrenaline) ควบคุมการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตในเวลาที่ร่างกายต้องรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ
โดยภาวะต่อมหมวกไตผิดปกติ คือ ภาวะที่ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนไม่สมดุล อาจสร้างฮอร์โมนน้อยหรือมากเกินไป มีก้อนหรือเนื้องอกที่ส่งผลต่อการทำงานซึ่งความผิดปกติเหล่านี้อาจกระทบต่อหลายระบบของร่างกาย ตั้งแต่ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล สมดุลน้ำและเกลือแร่ ไปจนถึงการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียดและความเจ็บป่วย
เมื่อการผลิตฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อาการจึงแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่มหรือลดผิดปกติ ความดันโลหิตสูง หรือต่ำ ใจสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือระดับน้ำตาลและเกลือแร่ผิดปกติ
ต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ เกิดจากอะไร
การทำงานผิดปกติไม่ได้มาจากต่อมหมวกไตอย่างเดียว เพราะการทำงานยังเชื่อมโยงกับต่อมใต้สมองและระบบฮอร์โมนอื่น ๆ ในร่างกาย สาเหตุจึงอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
โรคภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อของต่อมหมวกไต
การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือการลดและหยุดยาเร็วเกินไป
ความผิดปกติของต่อมใต้สมองที่ควบคุมการสร้างฮอร์โมน
ก้อนหรือเนื้องอกบริเวณต่อมหมวกไต
การติดเชื้อหรือมีเลือดออกภายในต่อมหมวกไต
มะเร็งจากอวัยวะอื่นที่แพร่กระจายมายังต่อมหมวกไต
ความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด
ยาบางประเภทที่อาจรบกวนการสร้างหรือการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน
ความผิดปกติของต่อมหมวกไตมีได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและฮอร์โมนที่ได้รับผลกระทบ บางภาวะทำให้ฮอร์โมนน้อยเกินไป ขณะที่บางภาวะทำให้ฮอร์โมนสูงกว่าปกติ
ต่อมหมวกไตผิดปกติ มีกี่ประเภท
โดยทั่วไป ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับต่อมหมวกไตสามารถแบ่งได้ 3 ประเภทหลัก ๆ ซึ่งอาการจะแตกต่างไปในแต่ละคน บางคนอาการค่อย ๆ เกิดขึ้นและคล้ายกับปัญหาสุขภาพทั่วไป จึงควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือหลายอาการร่วมกัน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนน้อยเกินไป
เรียกว่า ภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง โดยร่างกายมีคอร์ติซอลและอัลโดสเตอโรนไม่เพียงพอ โดยต่อมหมวกไตผิดปกติ อาการที่พบบ่อย เช่น
เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือไม่มีแรงต่อเนื่อง
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
เบื่ออาหารหรือน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว
เวียนศีรษะหรือหน้ามืดเมื่อลุกขึ้นยืน
ความดันโลหิตต่ำ
อยากรับประทานอาหารรสเค็มมากขึ้น
ผิวคล้ำขึ้นผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณข้อพับ รอยแผลเป็น หรือเหงือกในบางภาวะ
ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนมากเกินไป
อาจเกิดจากระดับคอร์ติซอล อัลโดสเตอโรน ฮอร์โมนเพศ หรืออะดรีนาลีน หรือฮอร์โมนชนิดอื่นสูงกว่าปกติ ซึ่งอาการจะแตกต่างตามปริมาณฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น เช่น
น้ำหนักเพิ่ม โดยเฉพาะบริเวณลำตัว
ใบหน้ากลมขึ้น หรือรูปร่างเปลี่ยนไปจากเดิม
กล้ามเนื้อต้นแขนหรือต้นขาอ่อนแรง
ผิวบาง ช้ำง่าย หรือมีรอยแตกลายสีม่วง
ความดันโลหิตสูงหรือควบคุมได้ยาก
ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
ปวดศีรษะ ใจสั่น เหงื่อออกมาก หรือตัวสั่นเป็นช่วง ๆ
เป็นตะคริว ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากระดับโพแทสเซียมต่ำ
ประจำเดือนผิดปกติ ขนขึ้นมาก หรือมีสิวเพิ่มขึ้นในบางราย
มีก้อนหรือเนื้องอกต่อมหมวกไต
ก้อนต่อมหมวกไตหลายก้อนไม่ทำให้เกิดอาการ และอาจตรวจพบโดยบังเอิญจาก CT Scan หรือ MRI ที่ทำด้วยเหตุผลอื่น หากก้อนเนื้อสามารถสร้างฮอร์โมน อาการที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนนั้น ในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจมีอาการเพิ่มเติม เช่น
ปวดหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณท้องหรือหลัง
รู้สึกแน่นหรือเต็มบริเวณช่องท้อง
มีอาการผิดปกติจากฮอร์โมนที่ก้อนสร้าง เช่น ความดันโลหิตสูง ใจสั่น หรือน้ำหนักและรูปร่างเปลี่ยนไป
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเกิดจากต่อมหมวกไตเสมอไป เพราะสามารถพบได้ในโรคหรือภาวะอื่นเช่นกัน หากอาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีหลายอาการร่วมกัน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่หาสาเหตุไม่ได้ ควรเข้ารับการตรวจ เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน
อาการแบบไหนควรไปโรงพยาบาลทันที
ควรรีบเข้ารับการรักษาหากมีอาการรุนแรงหรือเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น
อ่อนแรงมากจนลุกเดินหรือทำกิจวัตรได้ลำบาก
อาเจียนหรือถ่ายเหลวต่อเนื่อง
เวียนศีรษะมาก เป็นลม สับสน หรือหมดสติ
ความดันโลหิตต่ำผิดปกติ
ปวดศีรษะรุนแรงร่วมกับใจสั่น เหงื่อออกมาก หรือความดันโลหิตสูงมาก
เจ็บหน้าอกหรือหายใจลำบาก
อาการอ่อนแรงรุนแรง อาเจียนต่อเนื่อง ความดันโลหิตต่ำ สับสน หรือหมดสติ อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะวิกฤตต่อมหมวกไต (Adrenal Crisis) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน แม้ผู้ป่วยบางรายอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง
โรคที่เกี่ยวข้องกับต่อมหมวกไตมีอะไรบ้าง
ความผิดปกติของต่อมหมวกไตส่วนใหญ่ เกิดจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลหรือการเกิดเนื้องอกที่สร้างฮอร์โมนได้เอง ซึ่งสามารถแสดงออกมาได้หลากหลายโรค โดยโรคสำคัญที่พบได้บ่อย ได้แก่
ภาวะต่อมหมวกไตบกพร่องและโรคแอดดิสัน
ภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง เกิดเมื่อร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และการตอบสนองต่อความเครียด สาเหตุอาจมาจากต่อมหมวกไตหรือระบบที่ควบคุมการสร้างฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ได้แก่ ต่อมใต้สมอง ที่อาจเกิดจากการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานแล้วลดหรือหยุดยาเร็วเกินไป
โรคแอดดิสัน (Addison’s Disease) เป็นภาวะต่อมหมวกไตบกพร่องที่เกิดจากต่อมหมวกไตเสียหายโดยตรง ทำให้สร้างคอร์ติซอล และอัลโดสเตอโรนลดลง
กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing’s Syndrome) คือ ภาวะที่ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงเกินไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเกิดจากการใช้ยาสเตียรอยด์ หรือจากความผิดปกติที่ทำให้ร่างกายสร้างคอร์ติซอลมากกว่าปกติ เมื่อระดับคอร์ติซอลสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ระดับน้ำตาลและความดันโลหิตสูงขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงทำให้มวลกระดูกลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนในระยะยาว
ภาวะอัลโดสเตอโรนสูง คือ ภาวะที่ต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนอัลโดสเตอโรนมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากก้อนที่ต่อมหมวกไตข้างใดข้างหนึ่ง หรือจากต่อมทั้งสองข้างทำงานมากกว่าปกติ ฮอร์โมนชนิดนี้มีหน้าที่ช่วยควบคุมสมดุลของโซเดียม โพแทสเซียม และความดันโลหิต เมื่อมีมากเกินไป ร่างกายอาจกักเก็บโซเดียมและน้ำมากขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูง และบางรายมีระดับโพแทสเซียมต่ำจนเกิดอาการอ่อนแรงหรือเป็นตะคริวได้
เนื้องอกฟีโอโครโมไซโตมา (Pheochromocytoma) เป็นเนื้องอกที่เกิดบริเวณส่วนในของต่อมหมวกไต และอาจสร้างฮอร์โมนอะดรีนาลีนหรือนอร์อะดรีนาลีนมากกว่าปกติ ฮอร์โมนเหล่านี้มีผลต่อการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต จึงอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น ปวดศีรษะ เหงื่อออกมาก หรือความดันโลหิตสูงเป็นช่วง ๆ การรักษาจึงต้องประเมินระดับฮอร์โมนและเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด
แนวทางการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของต่อมหมวกไต
การตรวจวินิจฉัยจะเริ่มจากการซักประวัติและประเมินอาการร่วมกัน เช่น น้ำหนักที่เปลี่ยนไป ความดันโลหิต อาการอ่อนเพลีย ใจสั่น หรือความผิดปกติอื่น ๆ รวมถึงโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ แพทย์จะเลือกวิธีการตรวจให้เหมาะสมกับความผิดปกติที่สงสัยในผู้ป่วยแต่ละราย โดยไม่จำเป็นต้องตรวจทุกรายการ
การตรวจเลือดและเกลือแร่
แพทย์อาจเริ่มจากการตรวจเลือด เพื่อดูค่าพื้นฐานของร่างกาย เช่น โซเดียม โพแทสเซียม น้ำตาลในเลือด และการทำงานของไต รวมถึงตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง เช่น คอร์ติซอลและอัลโดสเตอโรน ผลตรวจจะช่วยให้เห็นว่ามีความผิดปกติของฮอร์โมนหรือเกลือแร่ไหม และช่วยกำหนดว่าควรตรวจอะไรเพิ่มเติม
การตรวจระดับฮอร์โมนเพิ่มเติม
ฮอร์โมนบางชนิดมีระดับเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา การตรวจเพียงครั้งเดียวจึงอาจยังไม่เพียงพอ แพทย์อาจเลือกตรวจเพิ่มเติมตามโรคที่สงสัย เช่น
ตรวจการตอบสนองของต่อมหมวกไตต่อการกระตุ้น
ตรวจระดับคอร์ติซอลจากปัสสาวะหรือน้ำลาย
ทดสอบการควบคุมระดับคอร์ติซอลด้วยยา
ตรวจอัลโดสเตอโรนร่วมกับเรนิน
ตรวจสารเมตาเนฟรีนหรือสารนอร์เมตาเนฟรีนในเลือดหรือปัสสาวะ หากสงสัยเนื้องอกที่สร้างฮอร์โมนอะดรีนาลีนหรือนอร์อะดรีนาลีน
ค่าฮอร์โมนอาจได้รับผลจากช่วงเวลาที่ตรวจ ความเครียด และยาบางชนิด จึงควรแจ้งยาที่ใช้อยู่ทั้งหมดให้แพทย์ทราบ และไม่ควรหยุดหรือปรับยาเองก่อนเข้ารับการตรวจ
การตรวจต่อมหมวกไตด้วย CT Scan หรือ MRI
หากผลตรวจฮอร์โมนหรืออาการบ่งชี้ว่าควรตรวจต่อ แพทย์อาจใช้ CT Scan หรือ MRI เพื่อดูรูปร่าง ขนาด และลักษณะของต่อมหมวกไต รวมถึงตรวจหาก้อนหรือเนื้องอกที่อาจเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การพบก้อนเนื้อไม่ได้หมายความว่าก้อนนั้นเป็นสาเหตุของความผิดปกติเสมอไป แพทย์จึงต้องพิจารณา ผล CT Scan หรือ MRI ร่วมกับระดับฮอร์โมนและอาการของผู้ป่วยก่อนสรุปผล
พ.ท.หญิง พญ. มนาภรณ์ ปายะนันทน์ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า การประเมินความผิดปกติของต่อมหมวกไตไม่ควรดูเพียงว่าค่าฮอร์โมนสูงหรือต่ำกว่าปกติ แต่ต้องพิจารณาร่วมกับอาการ ช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่าง ยาที่ใช้อยู่ และผลตรวจอื่น ๆ เพื่อช่วยระบุสาเหตุและวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม
แนวทางการรักษา
การรักษาจะพิจารณาจากสาเหตุและลักษณะของความผิดปกติเป็นหลัก โดยวิธีรักษาจึงแตกต่างกันในแต่ละคน
การรักษาด้วยยาและการปรับระดับฮอร์โมน
หากร่างกายมีฮอร์โมนน้อยเกินไป แพทย์อาจให้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อให้ระดับฮอร์โมนกลับมาเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย บางรายอาจต้องได้รับยาทดแทนอัลโดสเตอโรนร่วมด้วย เช่น
ในช่วงที่มีไข้สูง ติดเชื้อ ประสบอุบัติเหตุ หรือเข้ารับการผ่าตัด ร่างกายอาจต้องการคอร์ติซอลมากขึ้น จึงอาจต้องปรับขนาดยาตามแผนที่แพทย์กำหนด
หากสาเหตุเกี่ยวข้องกับการใช้ยาสเตียรอยด์ แพทย์จะค่อย ๆ ปรับลดขนาดยาอย่างเหมาะสม ไม่ควรหยุดยาเองทันที เพราะอาจทำให้ระดับคอร์ติซอลลดต่ำลงมาก
ผู้ป่วยที่มีฮอร์โมนสูงเกินไป อาจได้รับยาที่ช่วยลดการสร้างฮอร์โมนหรือควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ควบคุมความดันโลหิตหรือปรับสมดุลเกลือแร่
การผ่าตัดก้อนหรือเนื้องอก
แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด เมื่อก้อนเนื้อสร้างฮอร์โมน มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือลักษณะที่น่ากังวลระหว่างการติดตาม หรือสงสัยว่าอาจเป็นเนื้อร้าย แนวทางการรักษาด้วยการผ่าตัดจะแตกต่างกันไปตามชนิดของโรค เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะอัลโดสเตอโรนสูงจากต่อมหมวกไตข้างใดข้างหนึ่ง สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดต่อมข้างนั้นออก ขณะที่ผู้ป่วยเนื้องอกฟีโอโครโมไซโตมา จำเป็นต้องได้รับการเตรียมความพร้อมของร่างกายและควบคุมความดันโลหิตอย่างเข้มงวดก่อนเข้าสู่การผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย
ทั้งนี้ แพทย์จะเลือกใช้วิธีการผ่าตัดผ่านกล้องหรือการผ่าตัดแบบเปิด ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และลักษณะความผิดปกติของก้อนเนื้อในผู้ป่วยแต่ละราย
การติดตามผลระยะยาว
หลังเริ่มรักษา แพทย์จะติดตามอาการ ความดันโลหิต น้ำหนัก ระดับน้ำตาล เกลือแร่ และระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าการรักษาควบคุมความผิดปกติได้ดีเพียงใด ก้อนเนื้อที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดอาจใช้การติดตามเป็นระยะ ส่วนผู้ที่ได้รับการผ่าตัดแล้วอาจต้องตรวจต่อเนื่อง เพื่อดูการฟื้นตัวของระดับฮอร์โมนและเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจกลับมาอีก
การดูแลตัวเองเมื่อมีความผิดปกติของต่อมหมวกไต
การดูแลตัวเองควบคู่กับการรักษามีส่วนช่วยให้ระดับฮอร์โมนคงที่และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยควรใช้ยาตามแผนที่แพทย์กำหนด และไม่หยุดหรือปรับขนาดยาเอง โดยเฉพาะยาฮอร์โมนทดแทนและยาสเตียรอยด์ หากจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด ทำหัตถการ หรือมีอาการเจ็บป่วย ควรแจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์เกี่ยวกับโรคและยาที่ใช้อยู่ เพราะบางช่วงร่างกายอาจต้องการการปรับขนาดยาให้เหมาะสมโดยผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมหมวกไตผิดปกติจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องการใช้ยาและการรับมือเมื่อเจ็บป่วยมากเป็นพิเศษ เช่น
เข้าใจวิธีปรับยาเมื่อมีไข้หรือเจ็บป่วยตามแผนที่แพทย์แนะนำ
พกข้อมูลเกี่ยวกับโรคและรายการยาที่ใช้อยู่ เผื่อต้องเข้ารับการรักษาในกรณีฉุกเฉิน
เตรียมยาฉุกเฉินไว้ หากแพทย์เห็นว่าจำเป็น
บอกคนใกล้ชิดให้ทราบถึงอาการผิดปกติที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
เข้ารับการตรวจและติดตามระดับฮอร์โมนตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ ควรสังเกตความเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ความดันโลหิต และอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนการปรับอาหาร ปริมาณเกลือ หรือการใช้วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรพิจารณาตามคำแนะนำของแพทย์ให้เหมาะกับภาวะของแต่ละคน
สรุป
ความผิดปกติของต่อมหมวกไตอาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่อาการเหนื่อยง่าย น้ำหนักเปลี่ยน ใจสั่น ไปจนถึงความดันโลหิตหรือระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจคล้ายกับภาวะสุขภาพอื่น จึงต้องพิจารณาร่วมกับประวัติการใช้ยาและผลตรวจที่เกี่ยวข้อง
เมื่อทราบว่าความผิดปกติเกิดจากฮอร์โมนน้อยเกินไป มากเกินไป หรือมีก้อนที่ต่อมหมวกไต แพทย์จะเลือกแนวทางรักษาให้เหมาะกับสาเหตุของแต่ละคน ซึ่งอาจเป็นการให้ฮอร์โมนทดแทน การใช้ยาควบคุมฮอร์โมน การผ่าตัด หรือการติดตามอาการและระดับฮอร์โมนอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อย
ต่อมหมวกไตผิดปกติ คือโรคอะไร
ต่อมหมวกไตผิดปกติไม่ใช่ชื่อของโรคเพียงโรคเดียว แต่เป็นคำที่ใช้เรียกภาวะที่ต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนน้อยเกินไป มากเกินไป หรือมีก้อนและเนื้องอกที่ส่งผลต่อการทำงาน เช่น โรคแอดดิสัน กลุ่มอาการคุชชิง และเนื้องอกที่สร้างฮอร์โมน
ภาวะต่อมหมวกไตผิดปกติ รักษาหายได้ไหม
ขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ บางภาวะสามารถรักษาที่ต้นเหตุได้ เช่น ก้อนหรือเนื้องอกบางชนิดที่เหมาะกับการผ่าตัด ขณะที่บางโรคอาจต้องใช้ยาควบคุมฮอร์โมนหรือรับฮอร์โมนทดแทนอย่างต่อเนื่อง การรักษาจึงเน้นให้ระดับฮอร์โมนกลับมาเหมาะสมและลดผลกระทบต่อร่างกายมากที่สุด
ต่อมหมวกไตผิดปกติอันตรายไหม
ความรุนแรงขึ้นอยู่กับชนิดและระดับของความผิดปกติ บางภาวะสามารถควบคุมได้ แต่หากระดับฮอร์โมนสูงหรือต่ำมาก อาจส่งผลต่อความดันโลหิต หัวใจ ระดับน้ำตาล และสมดุลเกลือแร่ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ตรวจฮอร์โมนครั้งเดียวบอกความผิดปกติของต่อมหมวกไตได้ไหม
ยังสรุปไม่ได้ เพราะฮอร์โมนบางชนิดเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ยาที่ใช้ และสภาพร่างกาย แพทย์อาจต้องตรวจซ้ำหรือใช้การทดสอบเฉพาะเพิ่มเติม
ความผิดปกติของต่อมหมวกไตทำให้น้ำหนักเปลี่ยนได้ไหม
ปริมาณฮอร์โมนคอร์ติซอลที่สูงขึ้นอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มบริเวณลำตัว ส่วนคอร์ติซอลต่ำอาจทำให้เบื่ออาหารและน้ำหนักลด แต่ต้องตรวจหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย
Medically Reviewed by
พ.ท.หญิง พญ. มนาภรณ์ ปายะนันทน์
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม
Readers’ Rating
0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)