อาการปวดเข่าเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้การเดิน การลุก หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่สะดวกเหมือนเคย หลายคนอาจไม่ทราบว่าอาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวันมีผลโดยตรงต่อสุขภาพข้อเข่า การเลือกกินอาหารที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้ ในทางกลับกัน อาหารบางชนิดก็อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น ดังนั้นการเลือกกินอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดเข่าจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
เข้าใจอาการปวดเข่า
อาการปวดเข่า คือความรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายบริเวณข้อเข่า อาจเกิดขึ้นที่เข่าข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ ลักษณะอาการมีได้หลากหลายตั้งแต่รู้สึกตึง ๆ ขัด ๆ ไปจนถึงอาการปวดรุนแรงจนไม่สามารถยืดหรืองอเข่าได้เต็มที่ อาการปวดเข่าสามารถพบได้กับทุกเพศทุกวัย และหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะที่รุนแรงขึ้น เช่น ข้อเข่าเสื่อม หรือไขข้ออักเสบในระยะยาวได้
สาเหตุอาการปวดเข่าที่พบได้บ่อย
น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ทำให้ข้อเข่าต้องรับภาระในการแบกรับน้ำหนักมากขึ้น ส่งผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอเร็วขึ้น
การใช้งานข้อเข่าหนักเกินไป การยืนเป็นเวลานาน การเดินขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ หรือการออกกำลังกายที่หนักหน่วง
การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ ทั้งจากการเล่นกีฬาหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
โรคประจำตัว เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเกาต์ หรือภาวะกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง
ความเสื่อมตามวัย เป็นสาเหตุหลักของโรคข้อเข่าเสื่อมที่มักพบในผู้สูงอายุ
อิริยาบถที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ หรือใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ
ปวดเข่า ห้ามกินอะไร บ้าง? เช็กกลุ่มอาหารที่ควรเลี่ยง
อาหารบางประเภทมีสารที่สามารถกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกายให้รุนแรงขึ้น หรือส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับข้อเข่าโดยตรง ดังนั้น การรู้ว่าปวดเข่า ห้ามกินอะไร จะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมอาการไม่ให้ลุกลาม
แป้งขัดขาวและอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตแปรรูป
ขนมปังขาว พาสต้า หรือธัญพืชที่ผ่านการขัดสีเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวที่ร่างกายย่อยและดูดซึมเป็นน้ำตาลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย รวมถึงบริเวณข้อต่อต่าง ๆ ได้
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : ข้าวขาว พาสต้า ขนมปังแซนด์วิชขาว
อาหารแปรรูปและฟาสต์ฟู้ด
อาหารเหล่านี้มักมีไขมันทรานส์และสารปรุงแต่งสูง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย การบริโภคอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม หรือเบคอนในปริมาณมาก อาจทำให้อาการปวดเข่าแย่ลงได้
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : ไก่ทอด เบอร์เกอร์ ไส้กรอก แฮม ขนมอบสำเร็จรูป
ของหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
น้ำตาลที่มากเกินไปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นเร็ว ส่งผลให้ร่างกายสร้างสารอนุมูลอิสระและเกิดการอักเสบมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้น้ำหนักเพิ่ม จนไปกดทับข้อเข่าให้รับภาระหนักกว่าเดิม
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : น้ำอัดลม ขนมเค้ก ไอศกรีม ลูกอม ชานมไข่มุก
อาหารรสจัดเค็มจัด
การกินอาหารที่มีรสจัด เค็มจัด หวานจัดจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะบวมน้ำ เซลล์ต่าง ๆ จะกักเก็บน้ำไว้มากขึ้น ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและข้อเข่าต้องรับภาระหนักขึ้นตามไปด้วย
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลาเค็ม ปลาร้า ขนมขบเคี้ยวปรุงรส
เมนูที่มีโซเดียมสูง
โซเดียมไม่ได้พบแค่ในอาหารรสเค็มเท่านั้น แต่ยังแฝงอยู่ในอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง และขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ โซเดียมที่สูงเกินไปจะกระตุ้นให้เซลล์อักเสบได้ง่ายขึ้นและอาจทำให้อาการปวดเข่ากำเริบ
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : ไส้กรอกอีสาน กุนเชียง แหนม ข้าวเกรียบ ขนมปังอบกรอบรสต่าง ๆ
อาหารทอดและไขมันอิ่มตัว
ของทอดและอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน จะเพิ่มระดับการอักเสบในร่างกายและส่งผลเสียโดยตรงต่อผู้ที่มีอาการปวดเข่า ควรปรับเปลี่ยนวิธีการปรุงอาหารเป็นการอบ ต้ม หรือนึ่งแทนเพื่อลดปริมาณไขมัน
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : หมูสามชั้นทอด มันฝรั่งทอด ไก่ทอดติดหนัง
อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-6 สูง
แม้ว่าโอเมก้า-6 จะเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปเมื่อเทียบกับโอเมก้า-3 ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน อาหารที่ใช้น้ำมันเหล่านี้ทอด
เนื้อสัตว์ย่างหรือปรุงด้วยความร้อนสูง
การปรุงเนื้อสัตว์ด้วยอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานจะทำให้เกิดสารที่ชื่อว่า AGEs (Advanced Glycation End Products) ซึ่งเป็นสารเร่งความชราที่สามารถทำลายโปรตีนในร่างกายและกระตุ้นการอักเสบ ทำให้ข้อเข่าเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : หมูกระทะ ปิ้งย่าง บาร์บีคิว สเต็กเนื้อย่างเกรียม
เครื่องดื่มคาเฟอีน
คาเฟอีนในชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม มีฤทธิ์กระตุ้นให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้น การสูญเสียแคลเซียมในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องอาจทำให้มวลกระดูกลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพข้อเข่าได้
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : กาแฟดำเข้ม ชาเขียวเข้ม ชานมเย็น น้ำอัดลมต่าง ๆ
แอลกอฮอล์และเครื่องดื่มมึนเมา
การดื่มแอลกอฮอล์จะไปรบกวนการทำงานของยาบรรเทาอาการปวด และสำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์ แอลกอฮอล์ยังสามารถกระตุ้นให้ความถี่และความรุนแรงของอาการเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง : เบียร์ เหล้า ไวน์ ค็อกเทล
พฤติกรรมและสัญญาณเตือนที่ควรระวัง
นอกจากเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม การสังเกตพฤติกรรมและสัญญาณเตือนของร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณมีอาการหรือพฤติกรรมเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม
มีเสียงในข้อเข่า ขณะเคลื่อนไหวบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณของภาวะกระดูกอ่อนผิวข้อเริ่มสึกหรอ
อาการข้อติดขัดในตอนเช้า ตื่นนอนแล้วรู้สึกว่าข้อเข่าตึงหรือขยับได้ไม่สะดวกในช่วงแรก อาจเป็นอาการเริ่มต้นของข้อเข่าเสื่อม
เข่าบวมซ้ำ ๆ แม้ไม่ได้รับการบาดเจ็บรุนแรง แต่มีอาการบวมที่ข้อเข่าเป็น ๆ หาย ๆ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุ
รู้สึกเข่าไม่มั่นคง อ่อนแรง หรือเหมือนจะทรุดลงขณะเดิน เป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อรอบเข่าอาจไม่แข็งแรงพอหรือมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเอ็น
ปวดรุนแรงขึ้นเมื่อทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น อาการปวดเข่าด้านใน เมื่อเดินขึ้นลงบันได อาจบ่งชี้ถึงปัญหาเฉพาะจุดภายในข้อเข่า
พฤติกรรมการนั่งที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งยอง ๆ นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิเป็นประจำ จะเป็นการเพิ่มแรงกดดันภายในข้อเข่าโดยตรง
คนปวดเข่าควรกินอะไร? รวมอาหารบำรุงข้อ ลดอักเสบ
นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อาการแย่ลง การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ก็สามารถช่วยบำรุงข้อต่อและลดการอักเสบได้เช่นกัน
ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน ช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ข้อต่อ
ผักและผลไม้หลากสี อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะผักใบเขียวที่มีวิตามินเคสูง ช่วยบำรุงกระดูก
ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต มีสารอาหารและใยอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนักและลดการอักเสบ
นมและผลิตภัณฑ์จากนม เป็นแหล่งแคลเซียมและวิตามินดีที่ดี ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
ชาเขียว มีสารคาเทชินที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอความเสื่อมของกระดูกอ่อน
อาหารที่มีไบโอฟลาโวนอยด์ เช่น เชอร์รี บลูเบอร์รี มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและเพิ่มความแข็งแรงให้เนื้อเยื่อ
เลี่ยงอาหารเสี่ยง พร้อมพบแพทย์ ช่วยลดอาการปวดเข่าได้
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารโดยเน้นอาหารที่ช่วยลดการอักเสบและหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้อาการปวดรุนแรงขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญในการดูแลสุขภาพข้อเข่า นอกจากนี้ การควบคุมน้ำหนักและการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยชะลอความเสื่อมของข้อและทำให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการปวดเข่าเรื้อรังหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล
Medically Reviewed by
นพ. วัชระ มณีรัตน์โรจน์
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ
ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ - การผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม
Readers’ Rating
0.0 out of 5 stars (based on 0 reviews)