เช็ก 5 อาการเสี่ยงเท้าแบน ที่ต้องรีบพบแพทย์ก่อนสาย
หลายคนคงกำลังมีปัญหาอยู่และอยากรู้ว่าตัวเองอยู่ในระยะไหนแล้ว และหลายคนอาจไม่แน่ใจว่าเป็นเท้าแบนหรือเปล่า? ต้องมีอาการแบบไหน ถึงควรเข้ามาพบแพทย์เฉพาะทาง? และควรรักษาแบบใด?

เลือกอ่านตามหัวข้อ
อาการ ปวดข้อเข่า เป็นปัญหาทางระบบกระดูกและข้อที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยทำงาน นักกีฬา ไปจนถึงผู้สูงอายุ หากอาการปวดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือเรื้อรัง อาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว การทำกิจวัตรประจำวัน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยของ แพทย์ชำนาญการ ประจำศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่า อาการ ปวดข้อเข่า เรื้อรังมีสาเหตุหลากหลาย และจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างเป็นระบบโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย หนึ่งในทางเลือกการรักษาที่นำมาใช้ในผู้ป่วยบางกลุ่ม คือ การฉีดพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet Rich Plasma: PRP) ซึ่งเป็นการรักษาเชิงฟื้นฟูโดยใช้กลไกการซ่อมแซมของร่างกายตามธรรมชาติ
อาการปวดข้อเข่ามักเกิดจากการบาดเจ็บหรือการใช้งานข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง สาเหตุที่พบบ่อย เช่น
ผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่ามักพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย
หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง
พลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือ PRP (Platelet Rich Plasma) คือการนำเลือดของผู้ป่วยเองมาผ่านกระบวนการปั่นแยก เพื่อให้ได้พลาสม่าที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดมากกว่าเลือดปกติประมาณ 3–6 เท่า
ภายในเกล็ดเลือดมีสารสำคัญที่เรียกว่า Growth Factors ซึ่งมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย ได้แก่
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้การฉีดPRP ถูกนำมาใช้รักษาอาการบาดเจ็บของกระดูกและข้อ รวมถึงอาการปวดข้อเข่าและเอ็นอักเสบมากขึ้นในปัจจุบัน
การบาดเจ็บของเส้นเอ็นข้อเข่าสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่
จากประสบการณ์ทางคลินิก การฉีด PRP อาจถูกพิจารณาในผู้ป่วยบางรายที่มีเอ็นอักเสบเรื้อรังหรือเส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน ขณะที่กรณีเส้นเอ็นฉีกขาดทั้งหมด แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัด และอาจใช้ PRP ร่วมในบางสถานการณ์ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
การฉีดยาแก้ปวดหรือสเตียรอยด์มีบทบาทในการลดอาการปวดและการอักเสบในระยะสั้น ขณะที่ PRP เป็นแนวทางการรักษาเชิงฟื้นฟู ซึ่งมุ่งกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีรักษาใดขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ โดยคำนึงถึงสาเหตุ ความรุนแรงของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
การฉีด PRP อาจถูกพิจารณาในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น
1. การฉีด PRP ช่วยรักษาอาการปวดข้อเข่าได้จริงหรือไม่?
การฉีด PRP สามารถช่วยฟื้นฟูเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าที่บาดเจ็บได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่าเรื้อรังจากเอ็นอักเสบ เมื่อเนื้อเยื่อซ่อมแซมดีขึ้น อาการปวดจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ
2. การฉีด PRP ต่างจากการฉีดสเตียรอยด์อย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?
การฉีดสเตียรอยด์ช่วยลดปวดและอักเสบได้เร็ว แต่เป็นผลชั่วคราว ขณะที่ PRP ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อจากต้นเหตุ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลการรักษาในระยะยาวและอยากลดการพึ่งพายาแก้ปวด
3. ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาอาการปวดข้อเข่าด้วย PRP?
PRP เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่าเรื้อรังจากเอ็นอักเสบ นักกีฬา ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือผู้ที่ต้องการให้ข้อเข่าฟื้นตัวและกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนการรักษา