มะเร็งช่องปาก เป็นโรคที่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากหมั่นสังเกตความผิดปกติภายในช่องปากของตนเอง เพราะหากตรวจพบในระยะลุกลาม โรคจะมีความรุนแรงและรักษาได้ยากขึ้น แต่ความเสี่ยงสามารถลดลงได้อย่างมาก ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม รวมถึงการทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรู้เท่าทันและป้องกันมะเร็งช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มะเร็งช่องปากคืออะไร
มะเร็งช่องปาก คือเนื้องอกร้ายที่เกิดขึ้น ภายในช่องปาก ซึ่งอาจรวมถึงริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือก เพดานปาก พื้นปากใต้ลิ้น และบางครั้งก็เกิดขึ้นในบริเวณคอหอย โดยมะเร็งช่องปาก ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มมะเร็งระบบศีรษะและลำคอ การรักษาจึงอาจคล้ายกับการรักษามะเร็งชนิดอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันนี้
ระยะของมะเร็งช่องปาก
มะเร็งช่องปากแบ่งเป็น 4 ระยะ
- ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก และอยู่เฉพาะที่
- ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีการลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง แต่ยังไม่แพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง
- ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มากขึ้น มีการลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียงมากขึ้น รวมถึงลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองที่คอ
- ระยะที่ 4 เป็นระยะลุกลาม ซึ่งมะเร็งได้แพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงอย่างกว้างขวาง ต่อมน้ำเหลืองหลายต่อม หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย
อาการของมะเร็งช่องปาก
- มีแผลเรื้อรังในช่องปากคล้ายแผลร้อนใน ไม่หายภายใน 2-3 สัปดาห์
- มีฝ้าขาวหรือฝ้าแดงคล้ายกำมะหยี่บนเยื่อบุในช่องปาก
- มีก้อนเนื้อหรือตุ่มที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ในช่องปากหรือบริเวณลำคอ
- มีอาการเจ็บปวด ชา หรือมีเลือดไหลผิดปกติในช่องปากโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เคี้ยวหรือกลืนอาหารลำบาก รู้สึกเจ็บคอเรื้อรัง หรือเสียงแหบ
- น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
สาเหตุของมะเร็งช่องปาก
สาเหตุของมะเร็งช่องปากเกิดจากการที่เซลล์ในช่องปากเกิดการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ทำให้เซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
- การสูบบุหรี่ ชิการ์ ยาเส้น ยาฉุน และการดื่มแอลกอฮอล์หนัก
- การติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) บางสายพันธุ์ในช่องปาก
- มีปัญหาในช่องปาก เช่น การอักเสบภายในช่องปากบ่อย ๆ การใส่ฟันปลอมไม่พอดี ฟันผุ โรคเหงือก เป็นต้น
- มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งในช่องปาก
การวินิจฉัยมะเร็งช่องปาก
- การซักประวัติและตรวจช่องปาก แพทย์หรือทันตแพทย์จะสอบถามถึงปัจจัยเสี่ยงและอาการผิดปกติต่าง ๆ พร้อมทั้งตรวจดูรอยโรคภายในช่องปากและลำคออย่างละเอียด
- การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ (Biopsy) กรณีที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งช่องปาก โดยแพทย์จะตัดชิ้นเนื้อเล็ก ๆ จากบริเวณที่น่าสงสัยไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อหาเซลล์มะเร็ง
- การตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะโรค หากผลชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นมะเร็ง อาจมีการตรวจเพิ่มเติมด้วยภาพวินิจฉัย เพื่อตรวจหาว่ามะเร็งอยู่ในระยะไหน เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ MRI เพื่อดูขนาดและการแพร่กระจายของโรค
การรักษามะเร็งช่องปาก
การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิด ตำแหน่ง และระยะของมะเร็ง รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยมักใช้หลายวิธีร่วมกัน
-
- การผ่าตัด มักใช้รักษาโรคระยะที่ 1 -2 หรือเริ่มๆ ระยะที่ 3 ที่ต่อมน้ำเหลืองยังมีขนาดเล็ก โดยแพทย์จะผ่าตัดนำก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อโดยรอบออกให้หมด ในบางกรณีอาจต้องผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองที่คอร่วมด้วย
- รังสีรักษา คือการใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง มักใช้เป็นการรักษาเสริมหลังการผ่าตัด หรือใช้เป็นการรักษาหลักร่วมกับเคมีบำบัดในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดได้
- เคมีบำบัด เป็นการให้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย มักใช้ร่วมกับการผ่าตัด และการฉายรังสี แต่ในผู้ป่วยบางรายที่ผ่าตัดและทำรังสีรักษาไม่ได้ ก็อาจใช้เคมีบำบัดอย่างเดียว ซึ่งมักเป็นกรณีการรักษาเพื่อประคับประคอง
- การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) การรักษานี้ใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจง โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์ผิดปกติ มักใช้ร่วมกับเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิผล
- การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) วิธีนี้ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้จดจำและทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น
ภาวะแทรกซ้อนจากมะเร็งช่องปาก
ทั้งตัวโรค และการรักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ เช่น ปัญหาในการเคี้ยวและกลืนอาหาร ปัญหาในการพูด และผลกระทบทางอารมณ์และจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจต้องได้รับการฟื้นฟู โดยทีมแพทย์หลากหลายสาขา
การป้องกันมะเร็งช่องปาก
- งดสูบบุหรี่ งดเคี้ยวยาสูบ และงดเคี้ยวหมากพลู
- ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- รับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลายชนิดที่อุดมไปด้วยวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ
- ป้องกันริมฝีปากจากแสงแดดด้วยการทาลิปบาล์มกันแดดหรือสวมหมวกปีกกว้าง
- รักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาดและพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กเป็นประจำทุก 6 เดือน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งช่องปาก
มะเร็งช่องปาก อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร
อาการเริ่มต้นคือการมีแผล รอยฝ้าขาวหรือแดง หรือก้อนเนื้อในช่องปากที่ไม่หายเองภายใน 2-3 สัปดาห์
แผลในปากแบบไหนเป็นแผลปกติ แบบไหนเป็นแผลมะเร็งช่องปาก
- แผลในช่องปากทั่วไป มีขนาดเล็ก เรียบ ไม่นูนแดง มักดีขึ้นและหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์
- แผลมะเร็ง มีขนาดใหญ่ มีขอบนูนแดง ขรุขระ และมีเลือดออกง่าย ไม่หายเอง
มะเร็งช่องปากเป็นโรคร้ายที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม การหมั่นสำรวจช่องปากของตนเองอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น งดการสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากพบความผิดปกติใด ๆ ในช่องปาก และไม่หายเอง นานเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยทันที
